การคิดเชิงบวก ปรับความคิดลบง่ายๆ 3 ข้อ

ปรับความคิดลบ ให้เป็นการคิดเชิงบวก 3 แนวทางหลักง่ายๆ

1.มองหาสิ่งดีดีของตนเอง

2.พูดชื่นชมตนเองในเรื่องดีดี

3.สร้างอารมณ์ตลกในจิตใจ

 

คุณจะยิ้มได้กับปัญหาชีวิต เพียงแค่คุณทำสิ่งนี้

ขึ้นชื่อว่าเป็นปัญหา ย่อมไม่มีใครอยากให้มี โดยเฉพาะปัญหาชีวิต บางคนอาจมีปัญหาครอบครัว บางคนมีปัญหาสุขภาพ บางคนอกหักเพราะแฟนไม่รัก บางคนมีหนี้สิน ล้วนเป็นปัญหาที่ไม่อยากให้เกิด แต่เมื่อชีวิตต้องเดินหน้า แทนที่จะมาคิดต่อว่าตนเองถึงปัญหาที่เกิดขึ้น คนหลายคนตอกย้ำโทษปัญหา ต่อว่าตนเองบ้าง ต่อว่าสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาบ้าง ว่าเป็นต้นเหตุแห่งปัญหา คำถามตามมาคือหลังการต่อว่า ปัญหาจบสิ้นหรือไม่ คำตอบคือไม่ แต่ผลลัพธ์คือทำให้ชีวิตเศร้าหมอง ไม่หลุดออกจากบ่วงของความทุกข์

ในวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นซึ่งเขามีแนวคิดในการพัฒนา ความคิดเชิงบวก มีการปลูกฝังอบรมการคิดเชิงบวก ที่แฝงมากับการทำงาน คือแทนที่เราจะมองว่าใครคือต้นตอแห่งปัญหา ให้มองว่า เพราะอะไร จึงเกิดปัญหา คือเป็นการมองที่อาการของปัญหามากกว่าการมองที่ใครคือต้นตอของปัญหาและจะหาวิธีการแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร

การปลูกฝังความคิดเชิงบวกจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะการคิดเชิงบวกจะทำให้เกิดทัศนคติที่ดี เมื่อทัศนคติที่ดี ก็จะมีมุมมองรอบตัวแบบมีพลังขับเคลื่อน คือพลังบวกจะเสิรมทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ เมื่อตนเองประสบความสำเร็จ ก็จะมีพลังอยากทำให้สิ่งรอบข้างประสบความสำเร็จไปด้วยเช่นกัน

การเปลี่ยนมุมมองของความคิดที่เป็นลบ ให้เป็นมุมมองความคิดที่เป็นบวก เป็นเรื่องของกระบวนการในการหล่อหลอมความนึกคิด สาเหตุที่เป็นกระบวนการเพราะทุกคนจะมีพื้นฐานการคิดลบ ที่มากกว่าความคิดบวก เมื่อทุกคนมีความคิดที่เป็นลบเป็นพื้นฐานที่สำคัญ หน้าที่เราจึงจำเป็นต้องใช้กระบวนการในการหล่อหลอม เปลี่ยนแปลง เป็นขั้นเป็นตอนในการปรับความคิดลบ ให้เป็นการคิดเชิงบวก ซึ่งแนวทางประกอบไปด้วย 3 แนวทางหลัก ๆ ดังนี้

1. มองหาสิ่งดีดี ของตนเอง
การมองหาสิ่งดี ดี ของตนเองถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เล็ก เป็นเพียงจุดใด จุดหนึ่ง ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่คุณต้องมองให้ออก ถึงจุดดี ๆ นั้น และเก็บสิ่งดีดีนั้น ถึงแม้จะคนอื่นจะมองไม่เห็นสิ่งนี้ แต่ภายในจิตใจของเรามองเห็นตลอดเวลา เช่น การที่วันนี้มาทำงานตรงเวลา หรือมาก่อนเวลา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของทุกคนที่จะมาตรงเวลา ไม่ใช่เรื่องแปลก และก็ไม่มีใครหยิบเรื่องนี้มาพูดคุย เพราะทุกคนก็มองข้ามเรื่องนี้ไป เนื่องจากเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สำหรับตัวเรานั้นขอให้มองเห็นสิ่งที่เราทำว่าเป็นสิ่งที่ดี ชื่นชมตนเองในการทำสิ่งที่ดี ให้กำลังใจที่จะรักษาสิ่งดี ดี เช่นนี้ให้คงอยู่ ต่อไป

2.พูดชื่นชมตนเองในเรื่องดี ๆ
เมื่อเรามองเห็นสิ่ง ดีดี ในสิ่งที่เราทำ สิ่งต่อไป คือการเริ่มต้นพูดชื่นชมตนเองกับผลงานที่ตนเองได้ลงมือกระทำลงไป โดยการเริ่มต้นที่จะพูดกับตนเอง ชื่นชมตนเอง เช่น “ทำงานได้ดีมาก” “เก่งนะเรา” คำพูดเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาพูดกับเรา เราพูดกับตัวเอง ให้กำลังใจตนเอง และที่สำคัญต้องบอกตัวเองว่าที่เขาไม่พูดชมเรา เพราะเขาไม่รู้ข้อเท็จจริงในสิ่งที่เราได้ทำสำเร็จ ทำให้เขาไม่ได้พูด แนวคิดแบบนี้ เป็นการตัดวงจรความน้อยใจ ตัดวงจรไม่อยากทำ ตัดวงจรการต่อว่าตนเอง ตัดวงจรความคิดเป็นลบ เพื่อเป็นมาเป็นการคิดเชิงบวกนั่นเอง

3สร้างอารมณ์ตลกในจิตใจ
ขั้นตอนนี้เป็นการมองทุกอย่างเป็นเรื่องตลก เป็นเรื่องที่มีความสุข ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้มองเป็นเรื่องที่ตลก โดยให้เริ่มต้นที่จะพูดกับตนเองว่า “เออ ก็ดีนะ ไม่เช่นนั้น เราคงจะแย่ไปกว่านี้” แนวการพูดเช่นนี้ จะทำให้เรามีพลังที่จะมองไปยังจุดเล็ก ๆ ของความสำเร็จ ถึงแม้โอกาสจะน้อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย..

การพัฒนาความคิดเชิงบวกเป็นเรื่องที่สำคัญ ในต่างประเทศมีการพัฒนา หลักสูตรการคิดเชิงบวก หรือ Positive Thinking ให้พนักงานทุกคนก่อนเข้าทำงาน เพราะเขาให้ความสำคัญในเรื่องความคิดที่เป็นบวกเพราะจะทำให้ทัศนคติที่ได้เป็นบวก พนักงานทุกคนคิดบวก การทำงานก็ลื่นไหล สบายโลด..

อย่าลืมการคิดเชิงบวก เริ่มต้นจากตัวเอง ไม่ต้องรอ ทำเลย ด้วยตนเอง..ฝากไว้ให้คิดนะครับ

ดร.สุรชัยโฆษิตบวรชัย
#อบรมการคิดเชิงบวก,#หลักสูตรการคิดเชิงบวก,#วิทยากรการคิดเชิงบวก,#PositiveThinking,#ดรสุรชัยโฆษิตบวรชัย,#stepplustraining

UA-75256908-1