“เราก็ว่า เราบริหารงานได้ดี” เสียงดังมาแต่ไกล เป็นคำพูดที่ ผู้จัดการหลายคนมักใช้มองตัวเอง แบบเข้าข้าง เพราะคนรอบข้างต่างหากที่จะตัดสินว่า คุณเป็นผู้จัดการที่ดีหรือไม่

เมื่อคนรอบข้ากำลังประเมินการทำงานของผู้จัดการว่าเป็นผู้จัดการที่ดี หรือ เป็นผู้จัดการที่แย่ เพราะในการบริหารงานในฐานะที่เป็นผู้จัดการนั้น แน่นอนที่สุด คุณกำลังถูกพิจารณาหรือตัดสินจากคนรอบข้าง เช่นหัวหน้างาน ลูกน้อง หรือ เพื่อนร่วมงาน ซึ่งผู้จัดการ ส่วนใหญ่มักคิดว่าตนเอง ทำงานได้ดี มีความสามารถที่ดีมาก ผลงานมากมายและมีผลงานเข้าตาผู้บริหารระดับสูงจนได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ  หารู้ไม่ว่าการได้เลื่อนตำแหน่งนั้น อาจเป็นผลของการทำงานมานาน ไม่มีคน จำเป็นต้องเลื่อนขั้น พฤติกรรมการแสดงออกของ ผู้จัดการบางคน จึงไม่น่ารักเท่าที่ควร ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร อย่างไร

พฤติกรรมการแสดงออกของผู้จัดการอะไรบ้าง ที่เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของผู้จัดการที่หลายคนที่ต้องทำงานด้วย มีความรู้สึกว่า เป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนา..ผู้จัดการคนใดก็ตามที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ต้องบอกได้อย่างเดียวว่าต้องรีบเปลี่ยนแนวทางในการทำงานจากการเป็น ผู้จัดการที่มีการแสดงออกที่ไม่ดี เพื่อทำให้ตนเอง มาเปลี่ยนแปลงให้เป็น “ผู้จัดการอัจฉริยะ” โดยด่วน ก่อนจะสายเกินแก้..ถึงเวลานั้น ตำแหน่งผู้จัดการที่คุณเป็นก็จะไร้ความหมาย เพราะปกครองใครเขาไม่ได้..ผลงานก็มีน้อย ถึง ไม่มี เพราะไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย..มาดูพฤติกรรมยอดแย่ ของคนที่เป็นผู้จัดการ การตรวจเช็ค ผู้จัดการต้องทำ ดังเช่น ใน หลักสูตร อบรมผู้จัดการ จะเป็นตัวช่วยสะท้อนภาพการทำงานของผู้จัดการได้ดีที่สุด

 1 ผู้จัดการ ที่ทัศนคติเป็นลบ
ผู้จัดการที่ทัศนคติเป็นลบ มองคนทำงานให้ เป็นลบ ทำงานไม่ดี ทำไม่ได้ แบบนี้ก็ไม่ใช่ โดยเฉพาะกับลูกน้องของตนเอง ที่ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ไม่ถูกใจ ผิดไปหมด มองคนอื่นแย่ไปหมด มีแต่ตำหนิ ติเตียน ใครที่มีอาการเช่นนี้ ใหรีบสำรวจตนเอง เพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยด่วน โดยให้รีบปรับเปลี่ยนโดยไว..ให้เป็นการให้กำลังคนอื่น เพื่อกระตุ้นให้ทีมงานมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ ทดลองเปลี่ยน มุมบริหารจัดการ จาก ลบ เป็น บวก แล้วคุณจะเห็นความสำเร็จเป็นเรื่องไม่ยากอีกต่อไป..เปลี่ยนทัศนคติเท่านั้น..ทุกอย่างเปลี่ยน

2 ผู้จัดการ เฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น
ความกระตือรือร้น เป็นพื้นฐานที่สำคัญของผู้จัดการ แต่มีผู้จัดการจำนวนไม่น้อยที่มักเฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น  ไม่สนใจ ที่ไม่รู้หนาวรู้ร้อน เช่นถ้าถามคนรอบข้างว่าผู้จัดการคนนี้ ได้รับการเลื่อนขั้นได้อย่างไร ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ว่าเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นผู้จัดการได้อย่างไร..ผู้จัดการกลุ่มนี้มีลักษณะคือไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้างรวมถึงไม่สนใจต่อเป้าหมายความสำเร็จของทีมงาน หรือเป้าหมายขององค์กร ถ้าใครผู้จัดการ ที่มีลักษณะนิสัยเป็นเช่นนี้ ขอให้เข้าใจว่าแล้วจะถึงเป้าหมายได้อย่างไร ไม่มีใครจะผลักดันหรือกระตุ้นให้ทีมงานบรรลุเป้าหมาย ไม่แตกต่างอะไรกับคำว่า เฉื่อยชา ใครเป็นเช่นนี้ คิดใหม่ เริ่มเปลื่อนแปลง

3 ผู้จัดการ เชื่อมั่นในตนเอง รั้น ดื้อ
ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดี แต่จะอันตราย ถ้ามีมากเกินไป ทำให้เป็นผลเสียในการบริหารทีมงาน ผู้จัดการที่ไม่เคยมองคนอื่นในสายตา ไม่เคยฟังความคิดของผู้อื่น ไม่ให้เครดิตใคร หรือแม้แต่คนที่ตนเองไว้ใจ เพราะความเชื่อมั่นในตนเองนั้นสูงเกินไป ทำให้มองไม่เห็นสิ่งรอบข้าง มองเห็นแต่สิ่งที่ตนเองทำ ตนเองตัดสินใจ ทั้ง ๆ ที่ยุคสมัยเปลี่ยนไปมาก ความสำเร็จที่เคยทำได้ในอดีต ส่วนใหญ่ก็มักใช้ไม่ได้ในปัจจุบันและอนาคต..ถ้าคุณคือ ผู้จัดการที่กำลังเป็นเช่นนี้ บอกเลย เตรียมลำบากได้..ขอให้รีบปรับเปลี่ยนโดยเร็ว ก่อนสายเกินแก้..

 

4 ผู้จัดการ ลังเล ไม่ตัดสินใจ
ช้า ๆ ได้พล้าเล่มงาม อาจจะไม่ใช่คำคมในยุคนี้ เพราะยุดคนี้เป็นยุคของความเร็ว..การตัดสินใจเป็นเรื่องของผู้นำที่ต้องตัดสินใจ ขัดเจน เร็ว แต่ผู้จัดการจำนวนไม่น้อยที่มักไม่ตัดสินใจ เพราะความแตกต่างระหว่างผู้จัดการกับทีมงาน คือการที่ผู้จัดการต้องกล้าต่อการตัดสินใจ ย้ำ คนที่เป็นผู้จัดการต้องตัดสินใจเป็นกล้าตัดสินใจ และมีแนวทางในการตัดสินใจที่มีหลักวิธีที่ดี เพียงพอ ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ

ถ้าคุณเป็นผู้จัดการที่เป็นเช่นนี้ ต้องเร่งเพิ่มพูนความรู้ ไปเรียน หลักการเพื่อเป็นผู้จัดการอัจฉริยะ เพราะถ้าคุณไม่กล้าที่จะตัดสินใจ ก็ขอให้เข้าใจว่า ผลงานมักตกไปอยู่กับคนที่มีการตัดสินใจที่ถูกต้อง..เสมอ ๆ จำไว้จะเพ่..แล้วจะเป็นผู้จัดการไปเพื่อ…

5 ผู้จัดการ ไม่จัดระเบียบ งานเยอะ
คนมักอ้างว่าตนเองงานมาก ทำไม่ทัน ผู้จัดการบางคน ทำงานไม่จัดระเบียบที่ดีพอ ทำให้ยุ่งมาก ถึง มากที่สุด ประชุมบ้าง ทำงานบ้าง ทีมงานก็เข้าถึงยากมาก ฝนหลายองค์กร เช่น บริษัทบางบริษัท จึงตัดสินใจที่จะไม่ยอมให้ผู้จัดการมีห้องส่วนตัว ให้ทำงานรวมกับผู้อื่น เพราะผู้จัดการหลายคนมักปิดห้องทำงาน ทำให้ทีมงานเข้าไม่ถึง เพราะเกรงใจเห็นว่า ผู้จัดการของตนเองนั้น ยุ่งมาก ถึงมากที่สุด การเป็น ผู้จัดการ จำเป็นต้องเป็นตัวแทนของหลายฝ่าย ทีมงานต้องการให้ ผู้จัดการช่วยเหลือ ผู้บริหารต้องการให้ผู้จัดการสื่อสารกับทีมงาน ดังนั้น ผู้จัดการต้องทำตัวเองเป็นศูนย์กลางแต่ถ้าปรากฏว่า ผู้จัดการมัวแต่ยุ่งอยู่ ก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน แล้วใครจะกล้าเข้าหา..ความยุ่งยากจะเกิดขึ้นทันที..

6 ผู้จัดการ ใช้แต่อารมณ์ในการทำงาน
บางครั้งการสร้างแรงกดดัน ก็เป็นเรื่องจำเป็นในการบริหารงาน อารมณ์เสีย หงุดหงิด ได้บ้าง แต่ ถ้ามากไป จะเป็นผลเสียมากกว่า ผู้จัดการบางคน บริหารด้วยการใช้อารมณ์ในกาบริหารทีมงาน ทำให้ผู้จัดการคนนี้มักมีอากัปกิริยาแสดงออกแบบใช้อารมณ์ ไม่พอใจ อารมณ์เสียหรือหงุดหงิดอยู่ร่ำไป..ไม่ว่าใครจะทำอะไรให้ก็ไม่พอใจ..ผิดไปหมด ไม่ได้ดั่งใจ ทำให้คนรอบข้างหนีห่างกันหมด อ้าว..แล้วอย่างนี้ ใครจะทำงานให้ละ..ผู้จัดการคนไหนเป็นเช่นนี้ บอกเลยให้รีบสงบสติอารมณ์ และท่องไว้ “จะเป็นใหญ่ ใจต้องนิ่ง” สร้างคนต้องใช้เวลา..

7 ผู้จัดการปกปิด ไม่สอนงาน
ความลับในการบริหารจัดการต้องมี โดยเฉพาะกับผู้จัดการ หรือ ผู้บริหารงาน แต่ผู้จัดการบางคน คิดกังวลเกินเหตุ คือกลัวลูกทีมจะเก่งกว่า หรือบางคนพยายามที่จะสร้างคุณค่าในตนเองให้มาก ๆ เพื่อต่อรองกับบริษัท วิธีการที่มักนำมาใช้ก็คือไม่ยอมบอก ไม่ยอมสอน ทุกอย่างเป็นความลับสุดขอบฟ้า พนักงานของตนเองจะรู้ไม่ได้ หรือบางครั้งจำเป็นต้องบอก ก็บอกไม่หมด คนที่รับไป ก็จะจำแบบผิด ๆ ถูก ๆ บอกเลย ผู้จัดการคนไหนเป็นเช่นนี้ คุณจะยังต้องเหนื่อยไปอีกนานแสนนาน เพราะทุกคนเขาจะไม่ทำ ทำไม่เป็น หรือทำผิด เพราะต่างรอให้คุณกลับมาทำ เพราะเป็นผู้จัดการที่มีข้อมูลมากที่สุด

 

ความสำเร็จในการบริหาร จะรวดเร็ว

หรืออาจต้องใช้เวลานาน..เป็นผลมาจาก

ความรู้สึกของทีมงานว่าพวกเขาชอบ

ผู้จัดการ นั้มมากน้อยเพียงใด

8 ผู้จัดการ ระแวง จับผิด
ตรวจเช็ค กับ จับผิด จะมีเส้นบาง ๆ กั้นเสมอนะ ผู้จัดการบางคนอาจบอกว่า กังวลใจ ก็ใช่อยู่ แต่ขอให้เข้าใจว่าถ้ากังวลมากไป ก็จะถูกเรียกว่าจับผิด ระแวงเกินเหตุ อย่างนี้ ก็คงจะไม่ผิดว่าเป็น ลักษณะนิสัยของผู้จัดการประเภทนี้ ก็จะไม่ไว้วางใจไปหมด ทำอะไร ผู้จัดการก็ต้องขอมามีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเรื่องเล็ก ถึงเรื่องใหญ่ ๆ ขอให้ผู้จัดการที่เป็นเช่นนี้ เข้าใจว่า ทีมงานเขาอึดอัด หัดไว้ใจคนอื่นเสียบ้าง..ให้ท่องไว้ว่า “เราก็เคยเป็นเด็ก เรายังผ่านตรงนั้นมาได้” แล้วลองให้ทีมงานทำ ให้เขาตัดสินใจเองบ้าง เท่านี้แหละ สังคมการทำงานก็จะเจริญสุข..เพราะมีแต่ความไว้ใจกัน..

9 ผู้จัดการ ชอบทำงานทุกอย่างด้วยตนเอง
ขยันได้ แต่ควรขยันในงานที่ควรทำ ไม่ใช่ทำทุกเรื่องรวมถึงงานของพนักงาน ก็นำมาทำ มีคำคมที่มักเปรียบว่า “ผู้จัดการนิสัยเสมียน” ลงมาทำงานพนักงาน เป็นคำที่เปรียบเปรยว่าผู้บริหารหรือผู้จัดการบางคน ที่มักชอบลงมาทำงานแบบที่พนักงานทำ เท่ากับแย่งงานของพนักงาน ทั้ง ๆ ที่งานตนเองนั้นควรทำงานที่ต้องรับผิดชอบ..แต่ไม่กลับไม่ทำ..ก็คืองานบริหารที่ตนเองต้องทำ กลับทำได้ไม่ดี เพราะมัวแต่ไปทำงานทุกอย่าง  ใครเป็นเช่นนี้ ต้องให้เข้าใจว่า การทำงานนั้นต้องพิจารณาว่า งานที่ไม่ต้องรับผิดชอบมาก ให้ทีมงานหรือพนักงานทำเสียบ้าง เป็นเรื่องที่จำเป็น ทำให้งานไหลลื่น..แล้วตนเองก็ไปดูแลงานที่เพิ่มมากขึ้น กะทำให้ก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น

10 ผู้จัดการ ชอบข่มขู่ ให้กลัว
การขู่บ้าง ทำให้เกิดความกลัว ทำให้พนักงานทำงานได้มาก จริงหรือไม่? ผู้นำหรือผู้บริหาร บางคน มักใช้วิธีการข่มขู่จะทำให้พนักงานกลัว กังวล ผู้จัดการจึงตัดสินใจ เลือกวิธีที่จะข่มขู่พนักงาน ให้พนักงาน กังวล กลัว สร้างมโนภาพความน่ากลัวให้พนักงานเห็น เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้พนักงานทำงานมาก ๆ แต่ผลปรากฏว่า เมื่อพนักงานทุกคนต่าง ๆ กังวล ทุกคนกลัว ทำให้ทุกคนเอาเองตัวรอด ไม่สนใจความสำเร็จขององค์กร เพราะต่างทำอะไรเพื่อตัวเองให้รอดก่อน..ใครเป็นผู้จัดการแบบนี้ รีบแก้ไขบุคลิก ข่มขู่โดยด่วน เปลี่ยนทำ พูด ด้วย จิตวิทยาและวาทศิลปในการโน้มน้าวใจ ทีมงาน ทำให้ทีมงานมีกำลังใจที่เพียงพอที่จะต่อสู้เพื่อความสำเร็จของทีมตนเอง ส่งผลถึงความสำเร็จขององค์กร..

การขึ้นเป็นผู้จัดการอัจฉริยะ มีความสำคัญมากที่จะนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะผู้จัดการที่เพรียบพร้อมด้วยความสามารถ เข้าใจหลักในการบริหารทีมงาน เป็นเรื่องที่ยากมากว่า…จึงอยากบอกเหล่า บรรดาผู้จัดการทั้งหลายว่า..ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่บรรดา ผู้จัดการอัจฉริยะ จะหันมามุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง..เพื่อสร้างผลสำเร็จให้กับองค์กรอย่างยั่งยืนตลอดไป..ห่วงเลย..

 

The Super Manager หลักสูตร ผู้จัดการ อัจฉริยะดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

 

UA-75256908-1