เทคนิคการคิดเชิงบวก ออกแบบความสุขด้วยวิธีง่ายๆ

การออกแบบความสุขเป็นความจำเป็นขั้นต้นของการสร้างนิสัยการคิดบวก

เมื่อเราออกแบบความต้องการที่เราอยากมีความสุขได้

ความสุขก็จะค่อยเริ่ม ๆ เกิดขึ้น

และเมื่อทำบ่อย ๆ ก็จะกลายเป็นนิสัย

 

ออกแบบความสุขด้วยวิธีนี้ แล้วจะทำให้ชีวิตดีขึ้น

ความแตกต่างระหว่างคนที่มองโลกในแง่ดี กับ คนที่มองโลกในแง่ร้าย ต่างกันตรงที่ การมองสิ่งรอบตัวเป็นปัญหา หรือ มองว่าสิ่งรอบตัวคือบทเรียน เราได้เรียนอะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้น

คนที่มองโลกในแง่ร้ายมักมองสิ่งรอบ ตัวว่าเป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดที่เข้ามาก็เป็นปัญหา เคยได้ยินพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน มักพูดว่าทำไมบริษัทนี้ไม่มีนั้น ไม่มีนี่ แตกต่างจากบริษัทเดิม ที่มีมากมาย ปัญหาของพนังานท่านนี้อยู่ที่ไหน อยู่ที่องค์กรใหม่ หรืออยู่ที่ตัวเองที่ไม่ยอมปรับตัว เป็นหน้าที่ของพนักงานที่จะต้องปรับตัวเข้าหาวัฒนธรรมใหม่ แต่พนักงานท่านนี้กลับมองว่าปัญหานั้น ไม่ได้เกิดจากตัวเอง ซึ่งเรื่องจริงก็อาจเป็นปัญหานั้นอาจจะมากจากองค์กรจริง ๆ ก็ได้ เพราะทุกองค์กรต่างมีปัญหาเกิดขึ้นได้ แต่มุมมองที่คนมองนั้นมีความแตกต่างกัน คนที่คิดลบก็จะมองว่าเป็นปัญหา คนคิดบวกก็จะมองและเข้าใจในสิ่งที่เกิดกับองค์กรและค่อย ๆ ปรับตัวให้เข้ากับองค์กรใหม่ให้ได้ คนที่คิดบวกมักคิดว่า เพราะองค์กรเป็นเช่นนี้ จึงต้องการเราเข้ามาช่วยทำให้ดีขึ้น..

เพราะคนมองโลกในแง่ดี ก็จะมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เป็นบทเรียนที่ตนเองได้เรียนรู้ ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ทำให้คนที่มองโลกในแง่ดี ได้มีการเรียนรู้ตลอดเวลา ทำให้มีการพัฒนา และเมื่อเวลาผ่านไป ภูมิคุ้มกันการคิดลบ ก็จะเพิ่มมากขึ้น หมายถึงโอกาสคิดลบก็จะน้อยลง จนถึงแทบจะไม่มีเลย แตกต่างจากคนที่มองโรคในแง่ร้ายจะตอกย้ำแต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หรือโทษปัญหาที่มีอยู่รอบตัว โดยไม่คิดจะทำให้ดีขึ้น ไม่เรียนรู้เพิ่มเติมอยู่กับปัญหาเดิม ๆ ที่เกิดขึ้น

เป็นเรี่องที่สำคัญ ที่ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะทำให้ตนเองมีความคิดที่เป็นบวก เพราะการคิดเชิงบวกเป็นเรื่องเฉพาะคน ที่ต้องฝึกฝนกันด้วยตนเอง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะมองสิ่งรอบด้านให้เป็นบวก ผ่านตนเองหรือผ่านสังคมรอบด้าน แล้วนำมาฏิบัติให้ตนเองอยู่ในสังคมนั้นได้

การฝึกความคิดบวกอย่างแรกคือการเริ่มต้นการออกแบบความสุขที่อยากได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเราต้องการฝึกฝน ทุกคนจำเป็นต้องเปิดใจที่จะยอมรับตนเอง เพราะถ้าใครก็ตาม ยังคงทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ก็จะไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงตนเอง คนที่มีความสุขมักจะขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มากกว่าการคิดกังวลหรือการต่อว่า ไม่พอใจ เกี่ยวกับสิ่งที่มากระทบ หรือคอยเปรียบเทียบกับสิ่งที่เราอาจมีไม่เหมือนกับคนอื่น

การปลดล็อคข้อจำกัดในตนเอง เท่ากับคุณพยายามที่จะปลดปล่อยตัวเองจากประสบการณ์ที่ผ่านมา จากสิ่งที่คุณไม่เคยคิดมาก่อน ก็จะทำให้ความคิดมีการเปิดกว้าง โดยเฉพาะทำให้สามารถจิตนาการว่าชีวิตไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่การดำเนินชิวิตกลายเป็นเรื่องง่าย ก็ทำได้ เพียงแค่ควบคุมความคิดของตนเองให้คิดบวกอย่างสม่ำเสมอ เท่านั้นเอง

การออกแบบความสุขเป็นความจำเป็นขั้นต้นของการสร้างนิสัยการคิดบวก เพราะเมื่อเราออกแบบความต้องการที่เราอยากมีความสุขได้ ขั้นต่อไป คือความพยายามที่จะไปให้ถึง ณ.จุดนั้น โดยที่ตัดการเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะเราจะมีความสุขแบบเรา ๆ การทำเช่นนี้ ความสุขก็จะค่อยเริ่ม ๆ เกิดขึ้น และเมื่อทำบ่อย ๆ ก็จะกลายเป็นนิสัย

เช่นเดียวกันเมื่อคุณลองจินตนาการถึงคนที่คุณเคยรู้จัก ลองคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดในตัวพวกเขามีอะไรบ้าง เช่น พวกเขาอาจจะเป็นคนที่ ซื่อสัตย์ วางตัวดี หรือพยายามที่ทำตัวให้ดีที่สุด กลับมาถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร กับความรู้สึกเช่นนี้ เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกดีต่อคำพูดหรือการกระทำของคนรอบข้าง ก็จะทำให้คุณค้นพบว่า ความสวยงามของจิตใจทุกคน คล้ายกับดอกไม้งาม ถึงแม้จะมีหนามอยู่บ้างแต่ดอกไม้ก็มีความงดงามซ่อนอยู่

‍สุดท้ายของการฝึกการคิดบวกคือให้รางวัลกับชีวิต ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ การให้รางวัลกับชีวิตก็คือการพูดสิ่ง ดี ๆ ให้กับตนเอง ว่าเราก็มีดีเหมือนกัน เก่งเหมือนกัน ทำได้เช่นกัน หรือขอบคุณตัวเอง เป็นต้น

“การมองแต่ด้านดี ของสิ่งรอบข้างเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น ถึงแม้สิ่งนั้นจะมีอีกด้านที่ไม่ถูกต้อง”

ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย – เชิญชวนมาร่วมกันสร้างสรรค์สังคมให้ดีงาม ชอบกด ไลค์ ใช่ กดแชร์ แล้วมาเป็นเพื่อนกัน ที่ Facebook นะครับ

#อบรมการคิดเชิงบวก,#หลักสูตรการคิดเชิงบวก,#วิทยากรการคิดเชิงบวก,#PositiveThinking,#ดรสุรชัยโฆษิตบวรชัย,#ทัศนคติเชิงบวก,#PositiveThinking,#stepplustraining

 

UA-75256908-1