การบริหารข้อขัดแย้ง (Conflict Management)

 

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%871

หลักสูตร การบริหารข้อขัดแย้ง (Conflict Management)

ปัญหาของการทำงานร่วมกันในทุกองค์กร คือการมีข้อขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะคนทุกคนไม่ได้เกิดมาเพื่อ รู้สึกว่าต้องทำตัวเองให้ง่าย ๆ เป็นคนที่ฟังผู้อื่น หรือเป็นคนที่เข้าใจผู้อื่น เพราะชีวิตของทุกคนมีความแตกต่าง จึงทำให้มีข้อขัดแย้งเกิดขึ้น เมื่อมีข้อขัดแย้ง ย่อมเกิดความไม่พึงพอใจต่อกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานอย่างเห็นได้ชัด ผลผลิตในการทำงานไม่ได้ เพราะต่างฝ่าย ต่างปฏิบัติต่อกันเช่นศัตรู การบริหารข้อขัดแย้งจึงเป็นเรื่องที่สำคัญขององค์กรที่จะบริหารจัดการโดยทำให้พนักงานทุกคนมีความเข้าใจในเรื่องข้อการบริหารข้อขัดแย้ง ซึ่งในทุกองค์กรต่างอยากให้พนักงานเข้าใจในการเรื่องการบริหารข้อขัดแย้งต่อไปนี้

  • ที่มาของข้อขัดแย้ง เหตุแห่งปัญหา
  • เปลี่ยนตนเอง เปลี่ยนความคิด ผลลัพธ์ก็เปลี่ยน
  • บริหารจัดการเมื่อต้องทำงานกับมนุษย์เจ้าปัญหา
  • การบริหารข้อขัดแย้งด้วยความจริงใจและให้สัญญา
  • เปลี่ยนข้อขัดแย้งเป็นการการปรึกษาหารือ
  • ปรับความรู้สึกให้เข้มแข็ง มั่นคงในหลักการ
  • การแจ้งข่าวร้ายโดยปราศจาปัญหาที่ตามมา
  • การให้ทางแก้ มากการการแจ้งเพียงปัญหา
  • ทำอย่างไรให้ ความรู้สึก Win Win
  • แก้ปัญหาที่แก่นแท้ของปัญหา

หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ

พนักงานทุกคนที่ต้องติดต่อ ทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้บริหารองค์กร ผู้จัดการ หัวหน้างาน ผู้นำทีม ที่ต้องการ บริหาร บริหารข้อขัดแย้ง: Conflict Management

เวลาที่ใช้ในการสัมมนา      1  วัน

หัวข้อในการอบรม

  • ความสำคัญของการบริหารข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในองค์กร
  • ความหมายและที่มาของข้อขัดแย้ง
  • เข้าใจบริษัทหรือองค์ประกอบของข้อขัดแย้งภายในองค์กร
  • ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์เจ้าปัญหา เหตุแห่งข้อขัดแย้ง
  • วิเคราะห์สถานการณ์ที่นำมาสู่วิกฤติของข้อขัดแย้ง ในบริบทของการทำงาน
  • ประเภทของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่นำมาสู่ข้อขัดแย้ง ที่ความรู้สึก การเปลี่ยนความรู้สึกพ่ายแพ้เป็นการได้รับชัยชนะ
  • ขั้นตอนในการบริหารข้อขัดแย้ง ที่มีประสิทธิภาพ
  • เครื่องมือในการบริหารข้อขัดแย้งภายในองค์กร
  • การบริหารกับมนุษย์เจ้าปัญหา เปลี่ยนความเลวร้ายเป็นความงดงาม
  • การบริหารสถานการณ์ให้ทั้งฝ่ายได้รับชัยชนะและสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
  • วิเคราะห์แรงต้านที่มีในองค์กร ที่เป็นเหตุแห่งความขัดแย้ง
  • การลดแรงต้าน ให้เป็นความสัมพันธ์ที่ดี ช่วยกันบริหารปัญหาอุปสรรคในองค์กร
  • การจัดทำ Workshop ระดมสมอง นำเสนอผลงาน และให้ข้อมูลย้อนกลับจากวิทยากร

รูปแบบการฝึกอบรม

          ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย:

  • Group Discussion
  • Individual Assignment
  • Individual/Group Presentation
  • Role Play in Real Situation for Individual
  • Case Study

ระยะเวลาในการจัดสัมมนา :  1   วันเต็ม

วิทยากร: ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย สำเร็จการศึกษาโดยตรง ด้านการบริหารจ้อขัดแย้ง การเจรจาต่อรอง การโน้มน้าวใจ จากประเทศสหรัฐอเมริกาด้าน

  • Certificate of Negotiation Essential, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Advance Negotiation, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Strategies for Conflict Management Program from Notre Dame  University, USA
  • Certificate of Principle of Persuasion (POP) Workshop: (Base on Scientific Research of Dr.Robert Cialdini, Author, Influence :Science & Practice: The New York Time Business Best Seller for over 16 weeks)  
  • Certificate of Expert Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Transitioning to Sales Management Program from University of San Francisco, USA

 

หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการบริหารข้อขัดแย้ง เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า” Change and Conflict Management

 

headnamechange changeandconflict

 

 “หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง!” เพื่อก้าวไปในสิ่งที่ดีกว่า” Change and Conflict Management

 

ปัจจุบันองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างเห็นว่า หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง และ การบริหารข้อขัดแย้ง ที่แรียกว่า Change and Conflict Management    มีความสำคัญกับทุกองค์กร   ต่างก็มีการปรับตัวกันอย่างขนานใหญ่ เพื่อรับ การเปลี่ยนแปลง และมุ่งสู่ยุค AEC ที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกยุคใหม่กับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งเป็นของคู่กัน การจะอยู่รอด และแข่งขันกับผู้อื่นได้
การเปลี่ยนแปลงภายในจะต้องเร็วกว่าภายนอก และเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่เพราะถูกบีบบังคับ แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร ปรับหน้าที่ความรับผิดชอบงาน ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีโดยมีการนำเครื่องมืออันทันสมัยเข้ามาใช้ในองค์กร ฯลฯ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อพนักงานในองค์กรทั้งสิ้น บางคนเกิดความไม่แน่ใจ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เกิดความขัดแย้ง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดผลเสียต่อองค์กรเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นความสามารถ
ในการนำทีมงานก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลง และความสามารถในการบริหารความขัดแย้ง ล้วนเป็นคุณสมบัติที่พึงประสงค์และทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้บรหาร เพื่อการเปลี่ยน! ก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ หลายคนอาจเรียกว่า หลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ หลักสูตร Change & Conflict Management เป็นหลักสูตรชั้นนำที่จะนำท่านไปแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงหรือข้อขัดแย้งในองค์กร หลักสูตร Change Management นี้ จะทำให้ผู้ที่ได้เข้า อบรมหลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง

เนื้อหาของ หลักสูตร อบรม change management นี้ ถูกออกแบบใช้ในการ อบรม การ บริหาร การ เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้นำสามารถ นำเนื้อหา หลักสูตร การนำ การ เปลี่ยนแปลง หรือ หลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง change management มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จาก วิทยากรหลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง ที่มีความรู้ความชำนาญใน การบริหารการเปลี่ยนแปลง

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
ผู้บริหารองค์กร (Management) ผู้จัดการ (Manager) หัวหน้างาน (Supervisor) ผู้นำทีม (Team Leader) ที่ต้องการ บริหาร การเปลี่ยนแปลง และ บริหารข้อขัดแย้ง: Change and Conflict Management

วัตถุประสงค์ และประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าอบรมใน หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง และ การบริหารข้อขัดแย้ง
ใน หลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลงและการบริหารข้อขัดแย้ง นี้ ท่านผู้บริหารสามารถระบุปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงต่อตนเอง ทีมงานและองค์กร รวมไปรู้จักกระบวนการเปลี่ยนแปลง และวิธีการบริหารการเปลี่ยนแปลง และจัดการกับความขัดแย้ง โดยสามารถสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการปรับเปลี่ยนภายในองค์กร เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่บรรลุผลอย่างยั่งยืน

วิธีการฝึกอบรม
บรรยาย กรณีศึกษา และฝึกปฏิบัติเพื่อให้สามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงจากประสบการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อหาการอบรม (Course Outline)
Change Management (การบริหารการเปลี่ยนแปลง) & Conflict Management (การบริหารความขัดแย้ง)

Module 1: ภาพรวม หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง : Change Management Overview
• ทำไมจะต้องเปลี่ยน และ ทำไมต้อง บริหารการเปลี่ยนแปลง
• กรณีศึกษาและ workshop เพื่อให้เข้าใจกับสภาพที่ต้องเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงจากประสบการณ์จริง

Module 2: กระบวนการ การบริหารการเปลี่ยนแปลง : Change Management Processes
• 9 ขั้นตอนสู่การเปลี่ยนแปลง
• วิเคราะห์มิติของการเปลี่ยนแปลง ในรูปแบบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
• กรณีศึกษาและ workshop เพื่อฝึกวางแผนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร เช่นจากตนเอง ทีมงาน และองค์กร จากสิ่งที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริง
• แหล่งที่มาของความล้มเหลว และข้อควรระวังของการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำสู่การบริหารการเปลี่ยนแปลง

Module 3: บทบาทและความรับผิดชอบ ของผู้ บริหารการเปลี่ยนแปลง Change Agent Roles and Responsibilities
• บทบาท และหน้าที่ของผู้นำการเปลี่ยนแปลง
• ทักษะและความสามารถในการนำการเปลี่ยนแปลง

Module 4: การบริหารการเปลี่ยนแปลง และการบริหารข้อขัดแย้ง Managing Change and Conflict Management
• วิเคราะห์สาเหตุที่เกิดการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (Resistance to Change) และการเกิดความขัดแย้ง
• เคล็ดลับการบริหารการเปลี่ยนแปลง และการจัดการกับความขัดแย้ง (Conflict Management)
• กรณีศึกษา และ workshop เพื่อวางแผนการบริหารการเปลี่ยนแปลง และการจัดการกับความขัดแย้ง จากสิ่งที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริง

ระยะเวลาการจัดสัมมนา
1 วัน

วิทยากร :
ดร.ณัฐธยาน์ โชคกนกนภา

หัวข้อบรรยาย หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง และ การบริหารข้อขัดแย้ง “Change and Conflict Management” นี้ สามารถจัดเป็น In-house Training ได้

สำรองที่นั่งหรือติดต่อ:
โทร. 0 2349 1788
มือถือ. 083 276 8877, 080 620 8877Fax. 0 2349 1789
Email: training@stepplus.org

การลงทะเบียนเข้าอบรมสัมมนา:

สำหรับผู้สนใจลงทำเบียน กรุณากรอกข้อความในตารางข้างล่างนี้ เพื่อยืนยันการลทำเบียน และเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ และขอขอบพระคุณสำหรับความสนใจ หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ Change and Conflict Management

ชื่อ-นามสกุล (ผู้ประสานงาน)

เบอร์โทรศัพท์ (ผู้ประสานงาน)

อีเมล์ (ผู้ประสานงาน)

บริษัท

เว็บไซต์

หลักสูตรที่ลงทะเบียน

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 1)

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 1)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 2) ถ้าไม่มี ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 2)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 3)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 3)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 4)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 4)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 5)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 5)

ท่านทราบข่าวการอบรมสัมมนาจาก(โปรดระบุ)
www.Stepplustraining.com
www.facebook.com/StepPlusTrainingConsulting
www.facebook.com/Stepplustraining
โบว์ชัว
การส่ง mail ประชาสัมพันธ์
google
อื่นๆ(โปรดระบุ)

ข้อมูลเพิ่มเติม

StepPlus Training ขอขอบพระคุณสำหรับความสนใจ หลักสูตร Change and Conflict Management
เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับในระยะเวลาอันสั้น

 

 

ทักษะการทำงานเป็นทีม เพื่อผลงานที่ดีเลิศ How to Build Up Effective Teamwork for Excellent Performance

%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9e

 

หลักสูตร ทักษะการทำงานเป็นทีม เพื่อผลงานที่ดีเลิศ

How to Build Up Effective Teamwork for Excellent Performance

 

“เพื่อการพัฒนาศักยภาพของคนให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลถึงความสำเร็จของทีมงาน องค์กร”

 

องค์ประกอบที่สำคัญของการทำงาน คือการที่มีคนหลายคนมาอยู่รวมกัน ช่วยกันทำงานให้เกิดความก้าวหน้า ซึ่งในทางปฏิบัติกลายเป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกคนที่ทำงานร่วมกันมีแนวคิดที่ไปด้วยกัน เพราะทุกคนในการทำงานมีพื้นความคิดประสบการณ์ ความรู้ ความเข้าใจทีแตกต่างกันออกไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานมีศักยภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถนำไปปฏิบัติได้ในการทำงาน หรือในทางกลับกัน อาจจะเป็นตัวทำลายทำให้งานสะดุด ไม่ก้าวหน้า ดังนั้นการพัฒนาองค์กรที่สำคัญ คือการพัฒนาพัฒนาให้มีแนวคิดในการทำงานเป็นทีม มีความเข้าใจที่ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ทุกต้องการที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน บนพื้นฐานของความคิดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันดังกล่าวจะอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจร่วมกัน เพื่อทำให้เกิดทักษะ ความชำนาญ และ ทัศนคติ ที่ดีในการทำงานร่วมกับผู้อื่น จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อสร้างผลสำเร็จของตนเองและของทีมงาน ซึ่งจะส่งผลทั้งในปัจจุบันและอนาคตของบุคลากรคนนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กร ซึ่งมี 10 ปัจจัยหลักของการพัฒนาทักษะในการทำงานเป็นทีม ดังต่อไปนี้ 

  • ความสามารถที่จะบริหารตนเองเพื่อให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีความชัดเจนในคุณค่าของตนเองและทีมงาน ทำให้ทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี
  • มีวัตถุประสงค์ของทีมงานที่มีความชัดเจน ทำให้ทุกคนมองไปในทางเดียวกัน
  • มุ่งเน้นความต้องการให้ทีมมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
  • ทักษะในการวิเคราะห์แก้ไขปัญหาร่วมกันในทีม ทำให้มองปัญหาเป็นเรื่องไม่น่ากลัว
  • ความสามารถในความคิดสร้างสรรค์และริเริ่มสร้างสรรค์ในทีมงาน สร้างสิ่งใหม่ ๆ
  • มีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายให้กับทีมงาน
  • การฟังและการสื่อสาร สร้างความเคารพซึ่งกันและกัน
  • การทำงานร่วมกัน ช่วยกัน สร้างประสิทธิภาพในการทำงาน
  • การพัฒนาแรงจูงใจสมาชิกในทีมงานให้ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

แนวคิดในการพัฒนาหลักสูตร

ในการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมนั้น มุ่งเน้น 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ของกระบวนการ ที่จะทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถที่จะทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่

ขั้นที่ 1: เข้าใจตนเองและเข้าใจทีมงาน เข้าในสภาวะแวดล้อม:

  • การเข้าใจตนเอง ทีมงานและสภาวะแวดล้อมต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ ในทุกมิติทั้งในแง่ที่ดีและในแง่ที่ไม่ดี การวิเคราะห์ทีมงานไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เป็นความสำคัญที่จะต้องเข้าใจตนเองเพื่อสร้างทีมงานให้มีประสิทธิภาพ

          ขั้นที่ 2: เป้าหมายของทีมงาน มองไปในทิศทางเดียวกัน:

  • เป็นความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของทีมงานที่ชัดเจน ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้ อธิบายได้ว่าความต้องการหรือความปรารถนาที่แท้จริงคืออะไร ซึ่งมุมมองที่อยากจะเป็นในอนาคตนั้น มีความสำคัญที่จะทำให้คนในทีมมีการเปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่น ถ้าคนขายขาดเป้าหมายก็จะทำให้ขาดเครื่องมือที่จะใช้ในการขับเคลื่อน ขาดความคิดสร้างสรรค์ที่จะสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้กับตนเอง ดังนั้นถ้าทีมใดก็ตามปราศจากความต้องการที่แท้จริง ขาดเป้าหมาย ก็จะทำให้มีโอกาสน้อยลงในการบรรลุถึงเป้าหมายของทีมงานได้ ส่งผลทำให้การทำงานของทีมนั้น ๆ ไม่ประสบความสำเร็จ

ขั้นที่ 3: ปิดช่องว่าง หรือความไม่เข้าใจในการทำงานร่วมกัน:

  • ขั้นที่สามเป็นขั้นตอนของการเสริมจุดแข็ง ลบจุดอ่อน ลดช่องว่างที่จะทำให้ทีมงานไม่ประสบความสำเร็จ การวางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อลดช่องว่าง จึงเป็นความสำคัญทั้งในมุมของคุณภาพและปริมาณ คือต้องมีปริมาณที่เหมาะสมกับคุณภาพที่ดีเพียงพอที่จะยกระดับของทีมงาน ซึ่งต้องมีงานหลักที่ต้องทำเพื่อปิดช่องว่างหรือจุดอ่อนที่ตนเองมีอยู่

 

%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9e

 

องค์ประกอบของการสร้างทีมงานนั้นมีกระบวนการและขั้นตอนที่ชัดเจน ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะต้องถูกหล่อหลอมให้ทุกคนในทีมงานเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน คิดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน เพื่อผลผลิตที่ได้มาจะเป็นผลผลิตที่ยิ่งใหญ่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขั้นตอนในการพัฒนาทีมงานมีดังต่อไปนี้

  1. สร้างสมดุลของการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นทีม ซึ่งต้องมีความสมดุลทั้งทักษะ ความสามารถ ความปรารถนาที่จะก้าวหน้า
  2. ความชัดเจนของวัตถุประสงค์และการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน ทุกคนในทีมต้องมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกัน คือมีเป้าหมายที่ขัดเจน อธิบายได้ถึงความต้องการของทีมว่าเป็นเช่นไร
  3. การเปิดใจและการเผชิญหน้า ต้องมีความจริงใจที่จะหารือกันทั้ง ๆ ที่มีความคิดเห็นที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันออกไป
  4. การสนับสนุนและการสร้างความไว้วางใจ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกคนในทีมงานถึงความสามารถที่จะดำเนินการตามที่เป้าหมายที่วางไว้
  5. การประสานงานและการบริหารข้อขัดแย้ง ต้องมีความให้ความช่วยเหลือกันในทีมงาน ไม่เกี่ยงงานกันไม่ขัดแย้งกันโดยมีการบริหารข้อขัดแย้งในการทำงานร่วมกัน
  6. กระบวนการและขั้นตอนการทำงานร่วมกัน มีระบบรองรับในการทำงานร่วมกัน สามารถที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทุกคนเข้าใจถึงขั้นตอนที่ต้องทำ
  7. การเลือกและการวางบทบาทของผู้นำที่เหมาะสม การคัดเลือกผู้นำ โดยเกณฑ์ของทีมงานที่ได้วางไว้ ทำให้ได้ผู้นำที่มีความรู้ ความสามารถที่ดีในการบริหารจัดการทีมงาน
  8. ประเมินสถานการณ์ต่อเนื่อง ในการทำงานร่วมกัน ต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้เข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริง และสามารถที่จะแก้ไขได้ทันท่งที
  9. การพัฒนาทักษะ ความเชื่อมั่น รายบุคคล การปรับฐานความรู้เพื่อไม่ให้มีความแตกต่างในทีมงานเป็นเรื่องที่สำคัญ จึงต้องมีกระบวนการในการพัฒนาพนักงานรายบุคคลเพื่อลดช่องว่างของการทำงานร่วมกัน
  10. การพัฒนาสายสัมพันธ์ในทีมงาน การสร้างสัมพันธ์ที่ดีขององค์กรต้องมีการกระทำอย่างต่อเนื่องทำให้ทุกคนในทีมงานมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นเสมือนสมาชิกในทีมงาน
  11. การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เป็นกลจักรที่สำคัญในการสื่อสาร ตั้งแต่ระดับหัวหน้ากับพนักงาน หรือ พนักงานกับพนักงาน หรือพนักงานกับหัวหน้า หรือ การสื่อสารกับบุคลนอกองค์กร

วัตถุประสงค์

  1. พัฒนาแนวคิดให้พนักงานในการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. สร้างทิศนคติให้ทุกคนในทีมมีความรักในงาน เชื่อมั่นในองค์กร ต้องการเติบโตด้วยกัน
  3. เข้าใจหลักที่จะทำงานร่วมกันในฐานะเป็นทีมงานประสิทธิภาพ
  4. มีกลไกการสื่อสารเพื่อการสร้างทีม ทำให้การทำงานได้อย่างมืออาชีพ
  5. มีจิตสำนึกและศรัทธาในทีม เพื่อการสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

 

เนื้อหาในการอบรม หลักสูตร การสร้างทีม  1 วัน

วันที่1: ความสำคัญของการสร้างทีมงานกับความสำเร็จขององค์กร

  • แนวทางในการสร้างองค์กร สร้างความสำเร็จในการทำงาน ในทศวรรษหน้า
  • ความสำคัญของการทำงานเป็นทีม และการสร้างผลสำเร็จในองค์กร
  • วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ในการทำงานเป็นทีมงานและแนวทางการขจัดปัญหา
  • องค์ประกอบที่สำคัญของการทำงานเป็นทีมที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ
  • หัวใจของความสำเร็จในการพัฒนาทีม เพื่อมุ่งเน้นผลผลิตในการทำงาน
  • การใช้เครื่องมือที่สำคัญในการสร้างทีม การเคารพ การทุ่มเท การพัฒนาทีม
  • แนวทางในการพัฒนามุมมองและพัฒนาความสามารถในการทำงานร่วมกัน
  • การค้นหาจุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อพัฒนาความสำเร็จของทีมงานมืออาชีพ
  • องค์ประกอบของทีมงานที่ประสบความสำเร็จนำมาซึ่งความสำเร็จขององค์กร
  • การพัฒนาทักษะและไหวพริบปฏิภาณของทีมงาน
  • แนวทางการพัฒนาการรวมตัวเพื่อพัฒนาเป้าหมาย และเป็นทีมให้เป็นทีมสร้างสรรค์
  • บทบาทและความคาดหวังของกลุ่มคนในทีมงานสร้างสรรค์
  • ความเข้าใจผิดในบทบาทของการทำงานของผู้นำและผู้ตาม
  • เครื่องมือที่สำคัญในการสร้างสรรค์ทีมงาน ขององค์กรยุคใหม่
  • Workshop: Activities Base, Group Discussion, Presentation

หมายเหตุ: กิจกรรมมีการปรับตามความเหมาะสม และกิจกรรมการสร้างทีมเป็นลิขสิทธิ์จาก

 หลักสูตรนี้ ออกแบบเฉพาะสำหรับ

ทีมงานที่ต้องทำงานร่วมกัน ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับและ ทุกองค์กรที่ต้องติดต่อประสานงาน และต้องการสร้างกลไกการการทำงานให้มีประสิทธิภาพขององค์กร

รูปแบบการฝึกอบรม

ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย:

  • Group Discussion
  • Individual Assignment
  • Individual/Group Presentation
  • Role Play in Real Situation for Individual
  • Case Study

ระยะเวลาในการจัดสัมมนา :  1   วันเต็ม
วิทยากร:  ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย สำเร็จการศึกษาโดยตรง ด้านการขาย การเจรจาต่อรองและการโน้มน้าวใจ

  • Certificate of Expert Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Transitioning to Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Negotiation Essential, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Advance Negotiation, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Principle of Persuasion (POP) Workshop: (Base on Scientific Research of Dr.Robert Cialdini, Author, Influence :Science & Practice: The New York Time Business Best Seller for over 16 weeks)  
  • Certificate of Strategies for Conflict Management Program from Notre Dame  University, USA

หลักสูตร หัวหน้างาน The Smart Supervisor

The Smart Supervisor

 

หลักสูตร หัวหน้างาน The Smart Supervisor

 

“เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการ เพื่อเข้าใจหลักปฏิบัติของ “ผู้นำมืออาชีพ” สร้างความมั่นใจ ที่จะนำความสำเร็จมาให้กับตนเอง ในทุกสนามของการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผลงานได้ดั่งใจและได้ใจของเพื่อนร่วมงาน”

หลักสูตรนี้..เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากหลักสูตรการบริหารจัดการ(Management Program) จาก The Japan Industrial Training  (JITA) และ The Oversea Human Resource and Development Association(HIDA)  ประเทศญี่ปุ่น โดยวิทยากรได้รับการ Certified Trainer ในหลักสูตร “Trainers’ Training Course on Management Training Program เป็นเวลา 17 วันจากเมือง โอซากา ประเทศญี่ปุ่น

หลักการและเหตุผล

ในการทำงานนั้น ทุกองค์กรจะประกอบไปด้วยองค์ประกอบในการทำงาน 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ หัวหน้างาน ทีมงานและกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งหัวหน้างานนั้นหมายถึงผู้นำ ที่จะมีความสามารถในการที่จะปกครองและทำให้ผลงานเป็นไปตามที่องค์กรอยากให้เป็น ผู้ปฏิบัติงานหมาย ถึงทุก ๆ คนในทีมงาน และส่วนสุดท้ายคือการดำเนินการหรือกระบวนการของงานต่าง ๆ ที่แบ่งกันออกไปตามความรับผิดชอบ จากองค์ประกอบทั้งสามส่วนนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะในทุกส่วนต้องทำงานหรือประสานกันเพื่อให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด ซึ่งกระบวนการทำงานที่จะให้มีการประสานงานกันนั้น ต้องผ่านผู้ที่มีทักษะของการเป็นผู้นำ ที่จะต้องนำตนเอง และทำนองเดียวกัน ก็ต้องนำผู้อื่นที่เป็นเพื่อนร่วมงานด้วยมีความรับผิดชอบต่อตนเองอีกทั้งยังเป็นผู้ที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับเพื่อนร่วมงาน ทำงานได้ตรงตามแนวคิดหรือความต้องการขององค์กร ทักษะที่สำคัญในการสร้างกลไกในการทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้น  มาจากทักษะของการเป็นผู้นำ ที่ต้องเข้าใจทั้งมิติของความเป็นผู้นำ การสื่อสารภายในทีมงาน การทำงานร่วมกัน และความคิดริเริ่ม การแก้ปัญหา และต้องเข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้น ทักษะในเรื่องภาวะผู้นำจะทำให้ผู้เข้าเรียนเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ของการเป็นหัวหน้างานจิตวิทยาในการปฏิบัติงาน กลยุทธ์ในการดำเนินงาน การเป็นผู้นำการบริหารตนเอง เพื่อให้การปฏิบัติงานสำเร็จไปสู่เป้าหมายที่องค์กรได้ตั้งไว้ หลักสูตร “The Smart Supervisor” ถูกออกแบบตามแนวคิด ที่จะทำให้เข้าใจภาวะผู้นำและการต้องปฏิบัติตนเองบริหารตนเองเช่นเดียวกับผู้นำมืออาชีพเขาปฏิบัติกัน นำมาใช้ในการพัฒนาทีมงานของผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำ ทำให้มีหลักการปฏิบัติที่สำคัญในการบริหารจัดการทีมงานและการประสานความสัมพันธ์กับส่วนงานต่าง ๆ นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนและถาวรต่อไป

 

วัตถุประสงค์

  1. เสริมสร้างความเข้าใจในแนวความคิดของภาวะผู้นำอย่าง “ผู้นำมืออาชีพ”
  2. พัฒนาทักษะความรู้ที่จะใช้ในการพัฒนาภาวะผู้นำในตนเอง
  3. พัฒนาความสามารถ พร้อมการฝึกทักษะเป็นผู้นำที่ดี สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ
  4. เข้าใจหลักการบริหารจัดการเพื่อเป็นพื้นที่สำคัญในการบริหารองค์กร
  5. เข้าใจมิติของความเป็นผู้นำ การสื่อสารภายในทีมงาน การทำงานร่วมกัน และความคิดริเริ่ม การแก้ปัญหา

หัวข้อการสัมมนา วันที่ 1: Module1, 2 และ 3

Module1: การสร้างและพัฒนาอุปนิสัยในการเป็นมืออาชีพในการทำงาน

             (ปัจจัยข้อที่ 5)

  • ความสำคัญที่พนักงานต้องมีความเป็นมืออาชีพในการทำงานเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนของตนเอง
  • ความแตกต่างระหว่างมืออาชีพกับมือสมัครเล่น
  • ความหมายของคำว่ามืออาชีพและการปฏิบัติใช้
  • องค์ประกอบของคำว่ามืออาชีพ จุดเริ่มต้นและการสร้างให้คงอยู่
  • การสร้างอุปนิสัยความเป็นมืออาชีพในการทำงานและสร้างความยั่งยืนในความเป็นมืออาชีพต่อการทำงาน

Module 2: บทบาทของผู้นำ การวางแผนงานหลักตามแนวคิดของ “ผู้นำสมัยใหม่”

           (ปัจจัยข้อที่1)

  • ความเป็นจริงเรื่องของผู้นำในทศวรรษหน้า:แนวคิด วิธีการ (ปัจจัยข้อที่1)
  • บทบาทที่สำคัญของผู้นำและความเข้าใจผิดในฐานะที่เป็นผู้นำ
  • ประเภทของการเป็นผู้นำในแต่ละประเภทและการนำมาใช้ในการทำงาน
  • ความเข้าใจในการเรื่องการสร้างมาตรฐานในการทำงาน
  • การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่สำคัญในการบริหารงาน
  • การสร้างแผนงานหลัก แผนงานรองเพื่อความสำเร็จในการทำงาน
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

หัวข้อการสัมมนา วันที่ 2: Module 2 และ 3

Module3: Problem and Initiative for Decision (ปัจจัยข้อที่2)

  • การวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้ผู้นำไม่ประสบความสำเร็จ (ปัจจัยข้อที่2)
  • สัญญาณแห่งปัญหาและแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อขจัดปัญหา
  • กระบวนการในความคิดริเริ่มเพื่อการแก้ปัญหา:การคิดนอกกรอบเพื่อการพัฒนา
  • เทคนิคที่สำคัญในการกระตุ้น “ความสำเร็จ” ในการแก้ปัญหา
  • วิเคราะห์บทบาทของการเป็นผู้นำ:กระบวนการคิดและการตัดสินใจ
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

Module4: Effective Communication for Success (ปัจจัยข้อที่3&4)

  • ความสำคัญในเรื่องการสื่อสารในการทำงาน (ปัจจัยข้อที่3)
  • วิเคราะห์องค์ประกอบที่สำคัญในการสื่อสาร
  • ความล้มเหลวในการสื่อสารเพื่อการยกระดับความเข้าใจร่วมกัน
  • รูปแบบการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้นำและทีมงานต้องเข้าใจ
  • วิเคราะห์ วางแนวทางที่สำคัญในการสื่อสารสำคัญแบบบูรณการ เพื่อความชัดเจน
  • กระบวนการของการสื่อสารที่สำคัญในการทำงาน
  • การสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

Module5: Effective Coordination and Teamwork (ปัจจัยข้อที่4)

  • ความสำคัญของการทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิผลสูงสุด (ปัจจัยข้อที่4)
  • องค์ประกอบที่สำคัญในการทำงานร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • ความเข้าใจเรื่องของทัศนคติ การความกังวลในแต่ละบุคคล เพื่อการทำงานร่วมกัน
  • การทำงานร่วมกันภายใต้แรงกดดันอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การแยกความรู้สึกส่วนตัวกับการมีเหตุผลในการทำงาน
  • การวางงานและปฏิบัติตนให้สอดคล้องกันเป็นแบบบูรณการ
  • เทคนิคการบริหารข้อขัดแย้งเมื่อการทำงานร่วมกันแล้วมีปัญหา
  • จัดทำกิจกรรมเพื่อฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

ระยะเวลาฝึกอบรม 2 วัน (รวม 5 Modules) ครอบคลุม 5 ปัจจัยความสำเร็จ ได้แก่

  1. ภาวะผู้นำ (Leadership), 2.ความสามารถในการคิด ริเริ่มและการแก้ปัญหา (Thinking, Initiating and Problem Solving), 3. การสื่อสาร (Communication) 4.การทำงานร่วมกัน (Effective Coordination and Teamwork) 5.ความรู้ในงานและความเป็นมืออาชีพ (Professional)

วิธีการสัมมนา

ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย; Group Discussion, Individual Assignment, Individual/Group Presentation, Role Play in Real Situation for Individual, Case Study, Clip Video(DVD)

วิทยากร:  ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

เทคนิคการสร้างความพึงพอใจในการบริการและการบริหารข้อร้องเรียนลูกค้า

 

เทคนิคการบริหารคนเก่ง

หลักสูตร: เทคนิคการสร้างความพึงพอใจในการบริการและการบริหารข้อร้องเรียนลูกค้า
(Effective Customer Service and Complaint Management)

หลักการและเหตุผล
ความสำเร็จในการบริหารธุรกิจคือความสำเร็จในการบริหารลูกค้า เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ถ้าลูกค้าพึงพอใจต่อการให้บริการ ก็จะนำมาซึ่งความประทับและกลับมาใช้บริหารเพิ่มเติมจากองค์กรได้แต่ในปัจจุบันนั้น “ลูกค้า” ในปัจจุบันนั้นมีความรู้เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีความคาดหวังในการซื้อสินค้าจากผู้ขายเช่นการให้บริการ การตอบข้อซักถาม และการให้คำแนะนำ ความคาดหวังนี้อาจจะเกิดขึ้นโดยตรงและความคาดหวังโดยอ้อม ความคาดหวังเหล่านี้อาจจะมีการแสดงออกมาในหลายรูปแบบ ตั้งแต่การต่อว่า ประชดประชัน จนถึงการร้องเรียนในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการแสดงความไม่พึงพอใจในผู้ขายทั้งสิ้น ทักษะที่สำคัญที่ผู้ให้บริหารจำเป็นต้องเร่งสร้างให้พนักงานนั้นมีความรู้คือการพัฒนาให้มีทักษะในการให้บริการ การแก้ปัญหา การให้คำแนะนำ และการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนที่ลูกค้าอาจจะมีขึ้น จึงเป็นความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ที่อยู่ในธุรกิจทุกคน ต้องมีความรู้ความเข้าใจในการบริหาร โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่ต้องติดต่อกับลูกค้าอยู่เป็นประจำ จึงต้องมีความรู้ และมีทักษะที่สำคัญในการบริหารจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ จากลูกค้า เพื่อการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมืออาชีพ หลักสูตร “เทคนิคการสร้างความพึงพอใจในการบริการและการบริหารข้อร้องเรียนลูกค้า” เป็นหลักสูตรที่รวบรวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่จะสร้างความพอใจและขจัดความไม่พึงพอใจ รวมไปถึงวิธีการจัดการกับอุปสรรคต่างๆ เมื่อต้องเผชิญกับความไม่พึงพอใจจากลูกค้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และนำไปใช้ในชีวิตการทำงาน เพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจต่อไป

แนวคิดเรื่องการออกแบบหลักสูตร
หลักสูตรนี้ ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นการนำสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการทำงานในปัจจุบันเมื่อต้องติดต่อกับลูกค้าโดยเฉพาะในเรื่องของการให้บริการ การแก้ข้อดต้แย้งและความไม่พึงพอใจลูกค้าที่มีต่อองค์กร โดยจะมีการร้องเรียนหรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อความไม่พึงใจต่าง ๆ เหล่านั้นทวีคูณเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้เกิดกลไกการบอกต่อ หรือร้องเรียน ซึ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์ที่องค์กรสะสมมานาน จึงเป็นผลเสียที่ไม่อาจจะคาดการถึงมูลค่าของความเสียหายได้ การออกแบบหลักสูตรนี้ จึงมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกต่อการตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า ด้วยการให้บริการ ผ่านกระบวนการการเรียนรู้ที่ใช้กิจกรรมเป็นที่ตั้ง ได้รับความสนุกสนาน โดยสร้างการเรียนรู้ที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความไม่พอใจของลูกค้า ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการสร้างสายสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
ทีมงานในฝ่ายขาย ทีมงาน Call Center นักการตลาด พนักงาน ผู้บริหาร ผู้ที่ต้องติดต่อกับลูกค้าทั้งทางตรงและทางอ้อม

วัตถุประสงค์:
1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบหลักการให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ และการบริหารความไม่พอใจจากลูกค้าในรูปแบบต่างๆ
2. เพื่อเข้าใจความคาดหวังที่แท้จริงที่ลูกค้าต้องการและการตอบสนองอย่างไรให้โดนใจ
3. การแก้ไขปัญหาและการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น

หัวข้อการสัมมนา
1) กุญแจความสำเร็จในการทำธุรกิจที่บริษัทชั้นนำต่างนำมาใช้
2) องค์ประกอบในการบริหารองค์ให้ประสบความสำเร็จ
3) วิเคราะห์ลูกค้าและความคาดหวังของลูกค้าในแต่ละประเภท
4) หลักการสร้างความพึงพอใจแบบ 3Ps’
5) เข้าใจสาเหตุความไม่พึงพอใจและขั้นตอนของความไม่พอใจ
6) ความสำคัญของการบริหารความพึงพอใจลูกค้า
7) เจาะลึกความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าต่อการร้องเรียน
8) การตรวจวัดระดับของความไม่พึงพอใจของลูกค้า
9) ขั้นตอนที่สำคัญในการบริหารจัดการ เมื่อมีผู้ร้องเรียน
10) สร้างทัศนคติเชิงรุกให้ทีมงาน ในขณะรับข้อร้องเรียน
11) การสร้างกลไกการป้องกันการร้องเรียนแบบถาวร
12) เทคนิคการสื่อสารและต่อรองในงานการร้องเรียนแบบมืออาชีพ
13) ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อร้องเรียน (KPIs’)
14) จัดทำ Role Play, Work Shop และกรณีศึกษา

รูปแบบการสัมมนา
1. เป็นการเรียนรู้แบบ Adult Activity Learning Technique (AALT) ทำให้ผู้เรียนรู้สึกสนุก ไม่
เบื่อ เข้าใจง่าย และ สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยไม่ต้องกลับมาทบทวน
2. เน้นการ ทำกิจกรรมกลุ่ม และการนำเสนอ (Group Workshop) โดยการ เน้นกิจกรรม 40% การบรรยายวิชาการนำเสนอ 60 %

วิทยากร : ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
– ผู้บริหาร บริษัท 1 ใน 500 Fortune ของ USA
– ผู้ดำเนินรายการ “เส้นทางนักขาย” ทาง Nation Channel
– สำเร็จการศึกษาเรื่องการบริหารข้อขัดแย้ง(Confront Management) จาก NotreDame University ประเทศสหรัฐอเมริกา

Manager,Leadership & Management

Manager-400x600

หมวด หลักสูตร ผู้จัดการ ภาวะผู้นำ Leadership Program

1.หลักสูตร ผู้จัดการอัจฉริยะ: The Super Manager : 5 วัน
2.หลักสูตร หัวหน้างาน: The Supervisor Skills : ภาวะผู้นำและหลักการบริหารอย่างมืออาชีพ : 2 วัน
3.หลักสูตร การคิดเชิงกลยุทธ์ Strategic Mindset for New Era Proactive Leader การคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารเชิงรุกยุคใหม่ : 2 วัน
4.หลักสูตร สร้างผู้นำ อัจฉริยะ Genius Leadership -Workshop : 1 วัน
5.หลักสูตร ผู้จัดการ เชิงรุกเพื่อฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ Dynamic Manager for Economic Crisis : 1 วัน
6.หลักสูตร 
ผู้จัดการ 360 องศา  Mastering Manager Models : 5 วัน
7.หลักสูตร การสร้างภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ : Advance Modern Leadership for Division : 1 วัน
8.หลักสูตร การสร้างภาวะผู้นำเชิงรุก Dynamic Leadership for Department : 2 วัน
9.หลักสูตร The Smart Supervisor : 2วัน
10 หลักสูตร หัวหน้างาน, The Sales Supervisor :2 วัน
11 หลักสูตรผู้นำเชิงกลยุทธ์ เพื่อความสำเร็จขององค์กร : 2วัน
12.หลักสูตร สุดยอดจิตวิทยาการเป็นผู้นำ : 1 วัน
13.หลักสูตร การเพิ่มผลงานให้ดีเลิศจากการพัฒนาภาวะผู้นำในตนเอง 1 วัน

หมวดการวางแผน
1.หลักสูตร การวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ Business Strategic Planning : 2 วัน
2.หลักสูตร การบริหารเวลางานประจำ เพื่อผลสำเร็จของงาน : 2 วัน
3.หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงาน Key Performance Indicator: KPI : 2 วัน
4.หลักสูตร  การวางแผนเพื่อผลสำเร็จในการทำงาน (Planning & Execution for Excellent Performance): Workshop :1 วัน
5.หลักสูตร ทักษะการวางแผนพัฒนาการทำงาน เพื่อความสำเร็จที่ยังยืน : 1วัน  
6.หลักสูตร  หลักสูตร กลยุทธ์การตลาดยุคใหม่ เดินให้ดี มีแต่ได้ : 2 วัน

หมวดการบริหาร จัดการ  Management
1.หลักสูตร Change and Conflict Management เปลี่ยนเพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า : 1 วัน
2.หลักสูตร จิตวิทยาด้านบริหารงานอย่างมืออาชีพ Professional Managerial Skills : 5 วัน
3.หลักสูตร 
On The Job Training (OJT) : 1 วัน
4.หลักสูตร 
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน Supply Chain Management (SCM) : 1 วัน
5.หลักสูตร 
สุดยอดเทคนิคการบริหารผลสำเร็จ  Result Oriented Management : 1 วัน
6.หลักสูตร การสร้างพิมพ์เขียวในการทำงาน Effective Management Blue Print for The Super Manager : 2วัน
7.หลักสูตรการบริหาร จัดการ Management Program for Line Manager : 5 วัน

หมวดการคิด Thinking
1.หลักสูตร การแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ เน้นปฏิบัติการ Problem Solving and Decision Making -Workshop : 2 วัน
2.หลักสูตร การคิดนอกกรอบ Think Out of The Box: กระตุกต่อมความคิดสร้างสรรค์ : 2 วัน
3.หลักสูตร ความคิดสร้างสรรค์: Workshop Creative Thinking Techniques : Workshop : 1 วัน
4.หลักสูตร 
เทคนิคการคิดเชิงวิเคราะห์: Workshop Analytical Thinking Techniques: Workshop : 1 วัน
5หลักสูตร เทคนิคการคิดเชิงระบบ Systematic Thinking 1 วัน
6.หลักสูตร ปลดล็อคพลังของชีวิต สร้างความคิดวิทยากรให้สำเร็จUnlock your Teaching Talent (Workshop & Mentor) : 1 วัน
7.หลักสูตรการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ เพื่อความเป็นเลิศในการทำงาน Logical Thinking for Excellent Performance: Workshop :2วัน
8.หลักสูตร การคิดเชิงกลยุทธ์ สมัยใหม่ เพื่อการบริหารงานให้เป็นเลิศ : 2 วัน
9.หลักสูตรเทคนิคการคิดแบบองค์รวมและเชิงระบบ-ภาคปฏิบัติ : 1 วัน
10.หลักสูตรเทคนิคพัฒนาความคิดเชิงบวก “เราทำได้” (Effective Positive Thinking “CAN DO”  in Workplace) : วัน


หมวดการสื่อสาร

1.หลักสูตร Effective Communication: เทคนิคการสื่อสารภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ : 2 วัน
2.หลักสูตร 
การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการสื่อสาร  Effective Teamwork and Communication : 1 วัน
3.หลักสูตร การสร้างทีมงาน Work Rally Team Building : Professional Organization Development : 2 วัน
4.หลักสูตร พัฒนาบทบาทและหน้าที่ในการทำงานแบบ Team Work : 2 วัน
5.หลักสูตร Teamwork การทำงานเป็นทีม : 2 วัน
6.หลักสูตร ประสานงานได้ดี มีแต่ได้ Coordination and Cooperation : 1วัน
7หลักสูตร การประสานและบริหารงานเพื่อความเป็นเลิศ“Effective Cooperation & Management for Excellent Performance” : 1 วัน
8.หลักสูตร ทักษะการทำงานเป็นทีม เพื่อผลงานที่ดีเลิศ How to Build Up Effective Teamwork for Excellent Performance : 1วัน

หมวดอื่นๆ
1.หลักสูตร การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากร มืออาชีพ : Train The Trainer : 2 วัน
2.หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ : Sales Key Performance Indicator : 1 วัน
3.หลักสูตร การเขียนคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) : 1 วัน
4.หลักสูตร เทคนิคการสัมภาษณ์  Interview Techniques : 1 วัน
5.หลักสูตร การบริหารข้อขัดแย้ง (Conflict Management) : 1วัน

 

Powered by www.477internet.com UA-75256908-1