หลักสูตรการบริหาร จัดการ

การบริหาร จัดการ

 

หลักสูตรการบริหาร จัดการ

Management Program for Line Manager

 

“8 โมดูลที่จะสร้างให้คุณ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอย่างมั่นใจ เพื่อเป็น ผู้นำที่มีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะสร้างคน สร้างองค์กรสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนขององค์กร”

 

หลักสูตรนี้..เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากหลักสูตรการบริหารจัดการ(Management Program) จาก The Japan Industrial Training  (JITA) และ The Oversea Human Resource and Development Association(HIDA)  ประเทศญี่ปุ่น โดยวิทยากรได้รับการ Certified Trainer ในหลักสูตร “Trainers’ Training Course on Management Training Program เป็นเวลา 17 วันจากเมือง โอซากา ประเทศญี่ปุ่น

 

เมื่อคุณก้าวขึ้นเป็นผู้นำ คุณเคยประสบปัญหาเช่นนี้หรือไม่..

  • สับสนต่อบทบาทเมื่อต้องขึ้นเป็นผู้บริหาร สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ
  • ไม่เข้าใจถึงขั้นตอนการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • แนวทางในการปกครองคนเทียบกับการทำงาน ยังไม่มีความชัดเจน
  • ไม่เข้าใจในกลไกการพัฒนาศักยภาพของทีมงานให้ได้ดั่งใจ
  • แนวทางการสร้างบรรทัดฐานในการทำงานยังมีความไม่ชัดเจน
  • พนักงานไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพ และไม่สามารถดำเนินงานตามแผนที่วางไว้
  • พนักงานมีการทำงานที่ผิดพลาดบ่อย ๆ
  • และอื่น ๆ

 

หลักการและเหตุผล

ในทุกองค์กรชั้นนำนั้นต่างทราบดีว่ามีองค์ประกอบต่างๆ มากมาย ที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้แต่แท้จริงนั้นองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากที่สุดได้แก่ ผู้นำ ผู้ตามและวิธีการดำเนินการ ซึ่งองค์ประกอบของทั้งสามส่วนนี้ เรียกว่า “การบริหารจัดการ”  การสร้างสมดุลแห่งความกลมกลืนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญในการบริหารจัดการซึ่งก็เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะต้องดำเนินการให้ทั้งสามส่วนนั้นเข้ากันได้อย่างไม่มีปัญหา ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า คำว่าการบริหารงานนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งต้องให้องค์ ประกอบการบริหารให้ครบทุกมิติโดยให้มีการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นคำถามของการ

 

ทำงานว่าการบริหารทีมงานอย่างไรให้มีความสามารถทำให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถที่จะบรรลุถึงเป้าหมายขององค์กรไปด้วยกัน องค์กรระดับโลกจึงให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการ

 

ดังนั้นพื้นฐานการบริหารงานในปัจจุบันมีความสำคัญมากกว่าการบริหารที่อาศัยการสั่งงานเพียงอย่างเดียว จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งถ้าในองค์กรมีผู้บริหารหรือทีมงานอัจฉริยะสามารถที่จะเข้าใจและทำงานในหลายภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นการสร้างความพึงพอใจลูกค้า การวางแผน การสร้างคน การให้คำปรึกษา หรือการสร้างแรงจูงใจให้ทีมงาน หลักสูตร Management Program for Line Manager: How to improve your organization productivities?”  ถูกออกแบบโดยมีการผสม ผสานในหลายมิติอาทิเช่น มิติในเรื่องการบริหารจัดการงานและการบริหารจัดการคน เพราะเป็นหลักสูตรที่นำมาจากแนวการบริหารจัดการที่ถูกออกแบบร่วมระหว่างประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา มีการนำมาประยุกต์เพื่อให้มีความสอดคล้องกับบริบทของสังคมการบริหารงานแบบคนไทย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิต ประจำวันได้ นำไปวิเคราะห์กระบวนการการทำงาน สร้างแม่บทของการบริหารจัดการ พัฒนาการสื่อสารและการบริหารงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านกระบวนการของการฝึกทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ทำให้เข้าใจในเรื่องของภาวะผู้นำและการทำงานร่วมกันเป็นทีมงาน..ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น จนสามารถนำมาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำมาซึ่งความสำเร็จในองค์กรนั้น ๆ

 

วัตถุประสงค์

  1. ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะมีแนวคิดในการผสมผสานการบริหารจัดการ ภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีม
  2. สามารถประยุกต์แนวคิดการบริหารงานสมัยใหม่เข้ากับการทำงานในปัจจุบัน
  3. เพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. ทำให้ทีมงานในองค์กรเข้าใจไปทิศทางการบริหารเดียวกัน

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ผู้บริหาร ผู้จัดการ ซูเปอร์ไวเซอร์และทีมงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารงาน จะมีความเข้าใจใน หลักการเป็น “ผู้นำอัจฉริยะ” ผ่านกระบวนการบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพื่อเพิ่มผลผลิตในการทำงาน
  2. มีความเข้าใจหลักการเป็นผู้นำ ผู้ตาม และทีมงาน การดำเนินการ การสื่อสาร การบริหารงาน การแก้ไขปัญหา การตัดสินใจ  และการสื่อสารในแต่ละระดับ
  3. เพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานต่อการเป็นผู้นำ การพัฒนาตนเอง และผู้นำกลุ่ม

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ

ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ผู้ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการ หัวหน้างาน ผู้นำ หรือ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ซูเปอร์ไวเซอร์ ในทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

 

วิธีการสัมมนา

ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่ได้จากการอบรมและนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย; Group Discussion, Individual Assignment, Individual/Group Presentation, Role Play in Real Situation for Individual, Case Study, Clip Video(DVD)

 

หัวข้อการสัมมนา

วันที่ 1

Module 1M: Why The Super MANAGER is more Important? (ปัจจัยข้อที่1)

  • ความเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการกับบทบาทของการเป็นผู้นำ
  • ความสำคัญของผู้นำสำหรับธุรกิจยุคใหม่ ในทศวรรษที่ 21
  • แนวความคิดการบริหารงานในฐานะเป็นผู้จัดการ
  • ความเข้าใจผิดเมื่อต้องเป็นผู้นำทีมงาน ผู้นำองค์กร
  • สิ่งที่ควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติในฐานะของการเป็นผู้จัดการ
  • บทบาทที่สำคัญและบุคลิกภาพของการเป็นผู้นำ
  • องค์ประกอบและภาระหน้าที่ในการบริหารจัดการในฐานะเป็นผู้นำ
  • ชม DVD ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

Module2M: การวิเคราะห์ปัญหาและแนวความคิดริเริ่มในการแก้ปัญหา(ปัจจัยข้อที่1&2)

  • แนวคิดเรื่องหลักการบริหารจัดการเพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ
  • หลักการบริหารจัดการองค์กรเพื่อความสำเร็จ สร้างคน สร้างงาน สร้างการพัฒนา
  • วิเคราะห์สภาพปัญหาองค์กร ความหมายของคำว่าปัญหาในองค์กร
  • การรับทราบถึงปัญหา แนวทางในการแก้ปัญหา และการตัดสินใจ ด้วยความคิดริเริ่ม
  • ความคิดสร้างสรรค์สำหรับการบริหารจัดการ
  • การยกระดับความคิดสร้างสรรค์ให้ทีมงานเพื่อการแก้ปัญหา
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

วันที่ 2

Module3M: การวิเคราะห์องค์กรและสร้างมาตรฐานในการทำงานเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน (ปัจจัยข้อที่2&3&4)

  • ความสำคัญและความหมายของการสร้างมาตรฐานในการทำงาน
  • องค์ประกอบของการสร้างมาตรฐานเพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
  • หลักการ การจัดโครงสร้าง และรูปแบบโครงสร้างที่ประสบความสำเร็จ
  • 4 หลักการในการจัดโครงสร้างทีมงานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • การวิเคราะห์งานเพื่อการยกระดับ และการกระจายงาน การรวบงาน
  • องค์ประกอบของการเพิ่มผลผลิตเพื่อการทำงานให้มีประสิทธิผล
  • การพิจารณาอัตรากำลัง ความจำเป็นในการเพิ่มหรือลดคน
  • ขั้นตอนในการยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานให้มีประสิทธิผล
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

วันที่ 3

Module4M: การวางแผนเพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ (ปัจจัยข้อที่1&2&4)

  • การวางแผนเพื่อการบริหารการทำงาน
  • ประเภทของการวางแผนงาน
  • ขั้นตอนและความสำคัญในการวางรูปแบบของแผนงาน
  • การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม(SWOT)ที่เหมาะสมกับองค์กร
  • การวิเคราะห์แผนงานรายวันที่สำคัญ
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

Module5M: การสั่งการและการควบคุมเพื่อความคืบหน้าในการบริหารจัดการ (ปัจจัยข้อที่1&3)

  • ความสำคัญในการสั่งการและการควบคุมเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการบริหาร
  • องค์ประกอบในการควบคุมเพื่อบรรลุเป้าหมายของความสำเร็จ
  • แนวคิดและวิธีการสั่งการเพื่อประสิทธิผลในการทำงาน (ปัจจัยข้อที่2)
  • ประเภทของการสั่งการและการประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพ
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

วันที่ 4

Module6M: เครื่องมือเพื่อการบริหารผลสำเร็จในการบริหารงาน (ปัจจัยข้อที่1&3&4)

  • ความสำคัญของการประสานงานในฐานะของการเป็นผู้นำอัจฉริยะ
  • บุคลิกของผู้ที่ประสานงานเพื่อความสำเร็จ
  • เครื่องมือที่สำคัญในการทำงานร่วมกัน ด้วยการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • แนวคิดและวิธีการประสานงานเพื่อให้งานมีความคืบหน้า
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

Module7M: การเพิ่มผลผลิตจากการพัฒนาทีมงานเพื่อความสำเร็จ (ปัจจัยข้อที่3&4)

  • แนวคิดในการพัฒนาทักษะและความสามารถของทีมงาน
  • การให้ข้อมูลย้อนกลับ(Feedback) การโค้ชชิ่ง (Coaching) ทีมงานอย่างไร ให้โดนใจ
  • เข้าใจถึงกระบวนการของการเรียนรู้ การรับรู้ที่สำคัญของคน
  • หลักวิธีการสื่อสารเพื่อการสอนงานให้ทีมงานได้ดังใจนึก
  • ความเข้าใจผิดของการสอนงานแบบ On The Job Training
  • เข้าใจในเรื่องจิตวิทยา ความปรารถนาและคุณลักษณะของมนุษย์
  • หลักการสร้างแรงจูงใจ การประเมินผลงานเพื่อสร้างผลสำเร็จให้งาน
  • วิธีการสร้างแรงจูงใจในประเภทต่าง ๆ และการประยุกต์ใช้ในการทำงาน
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

วันที่ 5

Module8M: ภาวะผู้นำกับการบริหารจัดการ (ปัจจัยข้อที่1&3&4)

  • ความสำคัญของภาวะผู้นำกับการบริหารจัดการ
  • 4 คุณลักษณะของผู้นำและการเข้าใจลักษณะรูปแบบของตนเอง
  • ทัศนคติ การปรับทัศนคติและการแก้ไขปัญหาในสภาวะต่างๆ ของทีมงาน
  • จิตวิทยาการเข้าถึงภาวะความกังวลของทีมงาน
  • จิตวิทยาการทำงานร่วมกัน และการปกครองผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความสำคัญของการสื่อสารและการใช้เครื่องมือเพื่อการสื่อสาร
  • เทคนิคที่สำคัญในการสื่อสารในองค์กรและหัวหน้ากับลูกน้อง ในรูปแบบ Win-Win
  • รูปแบบการสื่อสารในการทำธุรกิจ เช่นการเจรจาต่อรอง การพูดในที่สาธารณะ การสื่อสารในแต่ละระดับการทำงาน
  • ความสำคัญของการสื่อสารและการบริหารจัดการ
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่มวิทยากร:  (ประวัติตามเอกสารแนบ)ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย (เกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาการบริหารจัดการ)
    • นักเรียนทุนด้าน “การเป็นวิทยากรด้านการบริหารจัดการ MTP: Management Training Program” จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยไปศึกษาเรื่องบริหารจัดการจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 17 วัน
    • ผู้บริหารบริษัท 1 ใน 500 Fortune ของประเทศสหรัฐอเมริกา
    • สำเร็จการศึกษาหลักสูตร “การเจรจาต่อรอง” และ“การเจรจาต่อรองชั้นสูง” จาก Notre Dame University, ประเทศ สหรัฐอเมริกา
    • สำเร็จการศึกษาหลักสูตร “Expert Selling” และ “Sales Management Program” จาก University of San Francisco, ประเทศ สหรัฐอเมริกา
    • ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ “เส้นทางนักขาย” ทาง Nation Channel

Manager,Leadership & Management

Manager-400x600

หมวด หลักสูตร ผู้จัดการ ภาวะผู้นำ Leadership Program

1.หลักสูตร ผู้จัดการอัจฉริยะ: The Super Manager : 5 วัน
2.หลักสูตร หัวหน้างาน: The Supervisor Skills : ภาวะผู้นำและหลักการบริหารอย่างมืออาชีพ : 2 วัน
3.หลักสูตร การคิดเชิงกลยุทธ์ Strategic Mindset for New Era Proactive Leader การคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารเชิงรุกยุคใหม่ : 2 วัน
4.หลักสูตร สร้างผู้นำ อัจฉริยะ Genius Leadership -Workshop : 1 วัน
5.หลักสูตร ผู้จัดการ เชิงรุกเพื่อฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ Dynamic Manager for Economic Crisis : 1 วัน
6.หลักสูตร 
ผู้จัดการ 360 องศา  Mastering Manager Models : 5 วัน
7.หลักสูตร การสร้างภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ : Advance Modern Leadership for Division : 1 วัน
8.หลักสูตร การสร้างภาวะผู้นำเชิงรุก Dynamic Leadership for Department : 2 วัน
9.หลักสูตร The Smart Supervisor : 2วัน
10 หลักสูตร หัวหน้างาน, The Sales Supervisor :2 วัน
11 หลักสูตรผู้นำเชิงกลยุทธ์ เพื่อความสำเร็จขององค์กร : 2วัน
12.หลักสูตร สุดยอดจิตวิทยาการเป็นผู้นำ : 1 วัน
13.หลักสูตร การเพิ่มผลงานให้ดีเลิศจากการพัฒนาภาวะผู้นำในตนเอง 1 วัน

หมวดการวางแผน
1.หลักสูตร การวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ Business Strategic Planning : 2 วัน
2.หลักสูตร การบริหารเวลางานประจำ เพื่อผลสำเร็จของงาน : 2 วัน
3.หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงาน Key Performance Indicator: KPI : 2 วัน
4.หลักสูตร  การวางแผนเพื่อผลสำเร็จในการทำงาน (Planning & Execution for Excellent Performance): Workshop :1 วัน
5.หลักสูตร ทักษะการวางแผนพัฒนาการทำงาน เพื่อความสำเร็จที่ยังยืน : 1วัน  
6.หลักสูตร  หลักสูตร กลยุทธ์การตลาดยุคใหม่ เดินให้ดี มีแต่ได้ : 2 วัน

หมวดการบริหาร จัดการ  Management
1.หลักสูตร Change and Conflict Management เปลี่ยนเพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า : 1 วัน
2.หลักสูตร จิตวิทยาด้านบริหารงานอย่างมืออาชีพ Professional Managerial Skills : 5 วัน
3.หลักสูตร 
On The Job Training (OJT) : 1 วัน
4.หลักสูตร 
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน Supply Chain Management (SCM) : 1 วัน
5.หลักสูตร 
สุดยอดเทคนิคการบริหารผลสำเร็จ  Result Oriented Management : 1 วัน
6.หลักสูตร การสร้างพิมพ์เขียวในการทำงาน Effective Management Blue Print for The Super Manager : 2วัน
7.หลักสูตรการบริหาร จัดการ Management Program for Line Manager : 5 วัน

หมวดการคิด Thinking
1.หลักสูตร การแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ เน้นปฏิบัติการ Problem Solving and Decision Making -Workshop : 2 วัน
2.หลักสูตร การคิดนอกกรอบ Think Out of The Box: กระตุกต่อมความคิดสร้างสรรค์ : 2 วัน
3.หลักสูตร ความคิดสร้างสรรค์: Workshop Creative Thinking Techniques : Workshop : 1 วัน
4.หลักสูตร 
เทคนิคการคิดเชิงวิเคราะห์: Workshop Analytical Thinking Techniques: Workshop : 1 วัน
5หลักสูตร เทคนิคการคิดเชิงระบบ Systematic Thinking 1 วัน
6.หลักสูตร ปลดล็อคพลังของชีวิต สร้างความคิดวิทยากรให้สำเร็จUnlock your Teaching Talent (Workshop & Mentor) : 1 วัน
7.หลักสูตรการคิดวิเคราะห์เชิงตรรกะ เพื่อความเป็นเลิศในการทำงาน Logical Thinking for Excellent Performance: Workshop :2วัน
8.หลักสูตร การคิดเชิงกลยุทธ์ สมัยใหม่ เพื่อการบริหารงานให้เป็นเลิศ : 2 วัน
9.หลักสูตรเทคนิคการคิดแบบองค์รวมและเชิงระบบ-ภาคปฏิบัติ : 1 วัน
10.หลักสูตรเทคนิคพัฒนาความคิดเชิงบวก “เราทำได้” (Effective Positive Thinking “CAN DO”  in Workplace) : วัน


หมวดการสื่อสาร

1.หลักสูตร Effective Communication: เทคนิคการสื่อสารภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ : 2 วัน
2.หลักสูตร 
การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการสื่อสาร  Effective Teamwork and Communication : 1 วัน
3.หลักสูตร การสร้างทีมงาน Work Rally Team Building : Professional Organization Development : 2 วัน
4.หลักสูตร พัฒนาบทบาทและหน้าที่ในการทำงานแบบ Team Work : 2 วัน
5.หลักสูตร Teamwork การทำงานเป็นทีม : 2 วัน
6.หลักสูตร ประสานงานได้ดี มีแต่ได้ Coordination and Cooperation : 1วัน
7หลักสูตร การประสานและบริหารงานเพื่อความเป็นเลิศ“Effective Cooperation & Management for Excellent Performance” : 1 วัน
8.หลักสูตร ทักษะการทำงานเป็นทีม เพื่อผลงานที่ดีเลิศ How to Build Up Effective Teamwork for Excellent Performance : 1วัน

หมวดอื่นๆ
1.หลักสูตร การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากร มืออาชีพ : Train The Trainer : 2 วัน
2.หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ : Sales Key Performance Indicator : 1 วัน
3.หลักสูตร การเขียนคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) : 1 วัน
4.หลักสูตร เทคนิคการสัมภาษณ์  Interview Techniques : 1 วัน
5.หลักสูตร การบริหารข้อขัดแย้ง (Conflict Management) : 1วัน

 

หลักสูตร สุดยอดจิตวิทยาการเป็นผู้นำ The Leadership Psychology

 

หลักสูตร สุดยอดจิตวิทยาการเป็นผู้นำ The Leadership Psychology

หมายเหตุ: หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากหลักสูตรการบริหารจัดการ (Management Program) จาก The Japan Industrial Training  (JITA) และ The Oversea Human Resource and Development Association(HIDA)  ประเทศญี่ปุ่น โดยวิทยากรได้รับการ Certified Trainer ในหลักสูตร “Trainers’ Training Course on Management Training Program เป็นเวลา 17 วันจากเมือง โอซากา ประเทศ ญี่ปุ่น

หลักการและเหตุผล

บนโลกธุรกิจในปัจจุบันนั้น ทุกองค์กรต้องตกอยู่ในสภาพของการแข่งขันที่รุนแรง ต่างฝ่าย ต่างต้องการที่จะได้รับชัยชนะอยู่เหนือคู่แข่ง ซึ่งความคาดหวังเหล่านี้จะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าองค์กรนั้น ๆ ขาดซึ่งผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นผลให้การทำงานนั้นล่าช้าลงไปและบางรายถึงกับไม่ประสบความสำเร็จเท่า ที่ควร ดังนั้นการสร้างพนักงานระดับผู้นำให้เข้าใจถึงระบบการบริหารงานอย่างมือ อาชีพจึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งที่ผู้บริหารจะเข้าใจถึงหลักการบริหารจัดการ อย่างมืออาชีพ ทำให้องค์นั้นมีการเจริญเติบโตอย่างก้าวหน้า ไม่ใช่เป็นการเรียนรู้แบบลอง ผิดลองถูก แต่จำต้องอาศัยองค์ความรู้ ทักษะและทัศนคติที่ถูกต้องในการเสริมสร้างสมรรถนะ (Competencies) ที่สอดคล้องกับตำแหน่งหน้าที่ เพื่อปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายที่องค์การกำหนดไว้ ดังนั้น ผู้บริหารทุกคนได้รับการมอบหมายภารกิจอันสำคัญยิ่งในตำแหน่งนี้  จึงควรมีการพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้าง สมรรถนะ(Competencies) ของตนเองอย่างถูกหลักวิธี ซึ่งจะทำให้ได้ผลในเชิงปฏิบัติอย่างแท้จริง หลักสูตร “จิตวิทยาด้านการบริหารงานอย่างมืออาชีพ” ได้รับการออกแบบและพัฒนามาในรูปแบบของการบูรณาการองค์ความรู้ที่สำคัญของ บทบาทผู้บริหารมืออาชีพที่นำมาประยุกต์ให้ง่ายต่อการเรียนรู้ และนำไปประยุกต์ใช้อย่างได้ผล ตามหลัก CIA (Conceptual Integrated Application) เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการทำหน้าที่ผู้บริหารได้สมบูรณ์และนำมาซึ่ง ความก้าวหน้าทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

 

วัตถุประสงค์

 

  • เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญ ของการบริหารงานอย่างมืออาชีพ
  • เพื่อให้เข้าใจถึง บทบาทและกระบวนการบริหารอย่างเป็นระบบ
  • เพื่อให้ได้พัฒนาแนวคิดการบริหารที่ทันสมัยและมีแนวทางการทำงานเชิงรุก
  • เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้กระบวนการบริหารเชิงมุ่งผลสัมฤทธิ์เป็นที่ตั้ง

 

สิ่งที่คาดว่าผู้อบรมจะได้รับ

 

  • เข้าใจบทบาทและความสำคัญในการเป็นผู้บริหารทีมงาน
  • เข้าใจระบบการบริหารงานอย่างมืออาชีพ
  • สามารถนำเครื่องมือการบริหารงานมาใช้ในการบริหาร
  • ประยุกต์มาใช้ในการบริหารทีมงานตนเอง

 

เนื้อหาหลักสูตร

 

  • ความสำคัญของการบริหารงานเชิงรุก เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ
  • องค์ประกอบการบริหารงานที่สำคัญเพื่อรับการการบริหารงานยุคใหม่
  • สัญญาณของปัญหาในองค์กรเพื่อการตั้งสัญญาณเตือนภัยในการบริหารงาน
  • กระบวนการการบริหารจัดการในองค์การตามแนวคิดการบริหารงานในทศวรรษหน้า
  • ความเข้าใจผิด ของนักบริหารงาน ที่พึงหลีกเลี่ยง
  • บทบาทและหน้าที่ที่สำคัญของการเป็นนักบริหารมืออาชีพที่มุ่งผลสัมฤทธิ์
  • พันธกิจหลักของผู้บริหารกับกระบวนการวางแผน
  • พันธกิจหลักของผู้บริหารกับเทคนิคการกระจายงาน
  • พันธกิจหลักของผู้บริหารกับกระบวนการควบคุมงาน ประเมินงาน
  • พันธกิจหลักของผู้บริหารกับการสอนงานที่สำคัญ
  • ระดมสมอง WorkShop และฝึกปฏิบัติ

 

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ

ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ผู้ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการ หัวหน้างาน ผู้นำ หรือ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ซูเปอร์ไวเซอร์ ในทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือผู้สนใจ

วิธีการสัมมนา

ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย:

  • Group Discussion
  • Individual Assignment
  • Individual/Group Presentation
  • Role Play in Real Situation for Individual
  • Case Study
  • Clip Video

วิทยากร

ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย สำเร็จการศึกษาโดยตรง ด้านการเจรจาต่อรองและการโน้มน้าวใจ

  • Certificate of Negotiation Essential, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Advance Negotiation, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Principle of Persuasion (POP) Workshop: (Base on Scientific Research of Dr.Robert Cialdini, Author, Influence :Science & Practice: The New York Time Business Best Seller for over 16 weeks)  
  • Certificate of Strategies for Conflict Management Program from Notre Dame  University, USA
  • Certificate of Expert Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Transitioning to Sales Management Program from University of San Francisco, USA

หลักสูตร หัวหน้างาน The Smart Supervisor

The Smart Supervisor

 

หลักสูตร หัวหน้างาน The Smart Supervisor

 

“เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการ เพื่อเข้าใจหลักปฏิบัติของ “ผู้นำมืออาชีพ” สร้างความมั่นใจ ที่จะนำความสำเร็จมาให้กับตนเอง ในทุกสนามของการปฏิบัติงาน เพื่อให้ผลงานได้ดั่งใจและได้ใจของเพื่อนร่วมงาน”

หลักสูตรนี้..เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากหลักสูตรการบริหารจัดการ(Management Program) จาก The Japan Industrial Training  (JITA) และ The Oversea Human Resource and Development Association(HIDA)  ประเทศญี่ปุ่น โดยวิทยากรได้รับการ Certified Trainer ในหลักสูตร “Trainers’ Training Course on Management Training Program เป็นเวลา 17 วันจากเมือง โอซากา ประเทศญี่ปุ่น

หลักการและเหตุผล

ในการทำงานนั้น ทุกองค์กรจะประกอบไปด้วยองค์ประกอบในการทำงาน 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ หัวหน้างาน ทีมงานและกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งหัวหน้างานนั้นหมายถึงผู้นำ ที่จะมีความสามารถในการที่จะปกครองและทำให้ผลงานเป็นไปตามที่องค์กรอยากให้เป็น ผู้ปฏิบัติงานหมาย ถึงทุก ๆ คนในทีมงาน และส่วนสุดท้ายคือการดำเนินการหรือกระบวนการของงานต่าง ๆ ที่แบ่งกันออกไปตามความรับผิดชอบ จากองค์ประกอบทั้งสามส่วนนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะในทุกส่วนต้องทำงานหรือประสานกันเพื่อให้ได้ประสิทธิผลสูงสุด ซึ่งกระบวนการทำงานที่จะให้มีการประสานงานกันนั้น ต้องผ่านผู้ที่มีทักษะของการเป็นผู้นำ ที่จะต้องนำตนเอง และทำนองเดียวกัน ก็ต้องนำผู้อื่นที่เป็นเพื่อนร่วมงานด้วยมีความรับผิดชอบต่อตนเองอีกทั้งยังเป็นผู้ที่จะสร้างแรงจูงใจให้กับเพื่อนร่วมงาน ทำงานได้ตรงตามแนวคิดหรือความต้องการขององค์กร ทักษะที่สำคัญในการสร้างกลไกในการทำงานที่มีประสิทธิภาพนั้น  มาจากทักษะของการเป็นผู้นำ ที่ต้องเข้าใจทั้งมิติของความเป็นผู้นำ การสื่อสารภายในทีมงาน การทำงานร่วมกัน และความคิดริเริ่ม การแก้ปัญหา และต้องเข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชา ดังนั้น ทักษะในเรื่องภาวะผู้นำจะทำให้ผู้เข้าเรียนเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ของการเป็นหัวหน้างานจิตวิทยาในการปฏิบัติงาน กลยุทธ์ในการดำเนินงาน การเป็นผู้นำการบริหารตนเอง เพื่อให้การปฏิบัติงานสำเร็จไปสู่เป้าหมายที่องค์กรได้ตั้งไว้ หลักสูตร “The Smart Supervisor” ถูกออกแบบตามแนวคิด ที่จะทำให้เข้าใจภาวะผู้นำและการต้องปฏิบัติตนเองบริหารตนเองเช่นเดียวกับผู้นำมืออาชีพเขาปฏิบัติกัน นำมาใช้ในการพัฒนาทีมงานของผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำ ทำให้มีหลักการปฏิบัติที่สำคัญในการบริหารจัดการทีมงานและการประสานความสัมพันธ์กับส่วนงานต่าง ๆ นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนและถาวรต่อไป

 

วัตถุประสงค์

  1. เสริมสร้างความเข้าใจในแนวความคิดของภาวะผู้นำอย่าง “ผู้นำมืออาชีพ”
  2. พัฒนาทักษะความรู้ที่จะใช้ในการพัฒนาภาวะผู้นำในตนเอง
  3. พัฒนาความสามารถ พร้อมการฝึกทักษะเป็นผู้นำที่ดี สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ
  4. เข้าใจหลักการบริหารจัดการเพื่อเป็นพื้นที่สำคัญในการบริหารองค์กร
  5. เข้าใจมิติของความเป็นผู้นำ การสื่อสารภายในทีมงาน การทำงานร่วมกัน และความคิดริเริ่ม การแก้ปัญหา

หัวข้อการสัมมนา วันที่ 1: Module1, 2 และ 3

Module1: การสร้างและพัฒนาอุปนิสัยในการเป็นมืออาชีพในการทำงาน

             (ปัจจัยข้อที่ 5)

  • ความสำคัญที่พนักงานต้องมีความเป็นมืออาชีพในการทำงานเพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนของตนเอง
  • ความแตกต่างระหว่างมืออาชีพกับมือสมัครเล่น
  • ความหมายของคำว่ามืออาชีพและการปฏิบัติใช้
  • องค์ประกอบของคำว่ามืออาชีพ จุดเริ่มต้นและการสร้างให้คงอยู่
  • การสร้างอุปนิสัยความเป็นมืออาชีพในการทำงานและสร้างความยั่งยืนในความเป็นมืออาชีพต่อการทำงาน

Module 2: บทบาทของผู้นำ การวางแผนงานหลักตามแนวคิดของ “ผู้นำสมัยใหม่”

           (ปัจจัยข้อที่1)

  • ความเป็นจริงเรื่องของผู้นำในทศวรรษหน้า:แนวคิด วิธีการ (ปัจจัยข้อที่1)
  • บทบาทที่สำคัญของผู้นำและความเข้าใจผิดในฐานะที่เป็นผู้นำ
  • ประเภทของการเป็นผู้นำในแต่ละประเภทและการนำมาใช้ในการทำงาน
  • ความเข้าใจในการเรื่องการสร้างมาตรฐานในการทำงาน
  • การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่สำคัญในการบริหารงาน
  • การสร้างแผนงานหลัก แผนงานรองเพื่อความสำเร็จในการทำงาน
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

หัวข้อการสัมมนา วันที่ 2: Module 2 และ 3

Module3: Problem and Initiative for Decision (ปัจจัยข้อที่2)

  • การวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญที่ทำให้ผู้นำไม่ประสบความสำเร็จ (ปัจจัยข้อที่2)
  • สัญญาณแห่งปัญหาและแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อขจัดปัญหา
  • กระบวนการในความคิดริเริ่มเพื่อการแก้ปัญหา:การคิดนอกกรอบเพื่อการพัฒนา
  • เทคนิคที่สำคัญในการกระตุ้น “ความสำเร็จ” ในการแก้ปัญหา
  • วิเคราะห์บทบาทของการเป็นผู้นำ:กระบวนการคิดและการตัดสินใจ
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

Module4: Effective Communication for Success (ปัจจัยข้อที่3&4)

  • ความสำคัญในเรื่องการสื่อสารในการทำงาน (ปัจจัยข้อที่3)
  • วิเคราะห์องค์ประกอบที่สำคัญในการสื่อสาร
  • ความล้มเหลวในการสื่อสารเพื่อการยกระดับความเข้าใจร่วมกัน
  • รูปแบบการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้นำและทีมงานต้องเข้าใจ
  • วิเคราะห์ วางแนวทางที่สำคัญในการสื่อสารสำคัญแบบบูรณการ เพื่อความชัดเจน
  • กระบวนการของการสื่อสารที่สำคัญในการทำงาน
  • การสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน
  • ฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

Module5: Effective Coordination and Teamwork (ปัจจัยข้อที่4)

  • ความสำคัญของการทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิผลสูงสุด (ปัจจัยข้อที่4)
  • องค์ประกอบที่สำคัญในการทำงานร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
  • ความเข้าใจเรื่องของทัศนคติ การความกังวลในแต่ละบุคคล เพื่อการทำงานร่วมกัน
  • การทำงานร่วมกันภายใต้แรงกดดันอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การแยกความรู้สึกส่วนตัวกับการมีเหตุผลในการทำงาน
  • การวางงานและปฏิบัติตนให้สอดคล้องกันเป็นแบบบูรณการ
  • เทคนิคการบริหารข้อขัดแย้งเมื่อการทำงานร่วมกันแล้วมีปัญหา
  • จัดทำกิจกรรมเพื่อฝึกหัดและจัดทำ Workshop และนำเสนอกลุ่ม

 

ระยะเวลาฝึกอบรม 2 วัน (รวม 5 Modules) ครอบคลุม 5 ปัจจัยความสำเร็จ ได้แก่

  1. ภาวะผู้นำ (Leadership), 2.ความสามารถในการคิด ริเริ่มและการแก้ปัญหา (Thinking, Initiating and Problem Solving), 3. การสื่อสาร (Communication) 4.การทำงานร่วมกัน (Effective Coordination and Teamwork) 5.ความรู้ในงานและความเป็นมืออาชีพ (Professional)

วิธีการสัมมนา

ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย; Group Discussion, Individual Assignment, Individual/Group Presentation, Role Play in Real Situation for Individual, Case Study, Clip Video(DVD)

วิทยากร:  ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

การสร้างพิมพ์เขียวในการทำงาน Effective Management Blue Print for The Super Manager

 

การสร้างพิมพ์เขียวในการทำงาน

แนวคิดเรื่องการจัดหลักสูตรตามกรอบของ “การสร้างพิมพ์เขียวในการทำงาน”

Effective Management Blue Print for The Super Manager

 

หมายเหตุ: หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากหลักสูตรการบริหารจัดการ (Management Program) จากรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น โดยวิทยากรได้รับการ Certified Trainer ในหลักสูตร “Trainers’ Training Course on Management Training จากเมือง โอซากา ประเทศญี่ปุ่น

หนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารงานคือการพัฒนาความสำเร็จในการทำงานของพนักงาน ซึ่งกระบวนการพัฒนาความสำเร็จของพนักงานนั้น มีองค์ประกอบด้วยกันอยู่หลายประการ ซึ่งการเลือกเครื่องมือเพื่อที่จะทำให้พนักงานสามารถที่จะพัฒนาตนเอง เข้าใจด้วยตนเอง สร้างแรงจูงใจในตนเองได้ ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่มากสุดเพราะจะทำให้พนักงานสามารถที่จะเข้าใจในความสามารถของตนเอง เข้าใจช่วงเวลาในการที่จะพัฒนาตนเอง ผ่านกระบวนการของการพัฒนาทักษะที่เป็นรูปแบบในการบริหารจัดการร้านค้าที่เป็นรูปธรรม ซึ่งความเข้าใจในการพัฒนาพิมพ์เขียวในการบริหารจัดการนั้น นำไปสู่ประตูของความสำเร็จ ที่มีองค์ประกอบ 6 ด้าน ดังต่อไปนี้

1)ความเป็นเลิศทางธุรกิจ 2)การมีมาตรฐานในการทำงาน 3)พัฒนาภาวะผู้นำในตนเอง 4) การทำงานร่วมกันเป็นทีม 5)การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 6)ลดขั้นตอนและเวลาในการทำงานซึ่งองค์ประกอบของความสำเร็จนี้ ต้องอาศัยเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างพิมพ์เขียวในการทำงาน เครื่องมือที่นี้จะทำให้พนักงานมีศักยภาพ มีความรู้ ความเข้าใจ จนสามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อครอบคลุมองค์ประกอบของความสำเร็จ ทั้ง 6 ด้านข้างต้นได้ คือการพัฒนาทักษะของการเป็นผู้จัดการ ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวจะอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ (knowledge) ความเข้าใจ (Understand) เพื่อเกิดทักษะ ความชำนาญ (Skill) และ ทัศนคติ (Attitude) ที่ดีในการปฏิบัติงาน จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อสร้างผลสำเร็จในการปฏิบัติงานทั้งในปัจจุบันและอนาคตของบุคลากรนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กร ซึ่งมี 11 ปัจจัยหลักของการพัฒนาภาวะผู้นำ(Leadership) ดังต่อไปนี้

  • ความสามารถที่จะบริหารตนเองและบริหารทีมงาน (Management for Success)
  • มีความชัดเจนในคุณค่าขององค์กร (Clear Value)
  • วัตถุประสงค์ในการทำงานต้องมีความชัดเจน (Clear Objective)
  • มุ่งเน้นการพัฒนาทีมงานอย่างต่อเนื่อง (Continuing Team Development)
  • ทักษะในการวิเคราะห์แก้ไขปัญหา (Self-Effective problem-Solving Skills)
  • ความสามารถในความคิดสร้างสรรค์และริเริ่มสร้างสรรค์(The capacity to be creative and innovative)
  • มีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายองค์กร (Focus on Target Achievement)
  • การฟังและการสื่อสาร (Listening and Communication)
  • การทำงานร่วมกัน (Collaboration as a Team)
  • การการปะเมินและพัฒนาแรงจูงใจให้ทีมงาน (Job Appraisal & Team-Motivation)
  • การสร้างพิมพ์เขียวหรือคู่มือในการทำงาน (Management Blueprint)

ในการพัฒนาภาวะผู้นำในตนเองนั้น มุ่งเน้น 3 ขั้นตอนหลัก ๆ ของกระบวนการ ที่จะทำให้ผู้เข้าอบรมสามารถที่จะสร้างภาวะผู้นำในตนเองได้หรือ Self-Leadership ได้แก่

ขั้นที่ 1: เข้าใจบทบาทของตนเองและเข้าในสภาวะแวดล้อม: Exploring the present

  • การเข้าใจตนเองและสภาวะแวดล้อมต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ ในทุกมิติทั้งในแง่ที่ดีและในแง่ที่ไม่ดี ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เรื่องง่ายในการวิเคราะห์ตนเองแต่เป็นความสำคัญที่จะต้องเข้าใจตนเองเพื่อสร้างภาวะผู้นำในตนเอง

ขั้นที่ 2: เป้าหมายขององค์กรและตนเอง: Visioning the Future

  • เป็นความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ขององค์กรและตนเองที่ชัดเจน ซึ่งต้องเป็นสิ่งที่จับต้องได้ อธิบายได้ว่าความต้องการหรือความปรารถนาที่แท้จริงขององค์กรคืออะไร ซึ่งมุมมองที่อยากจะให้องค์กรเป็นในอนาคตนั้น มีความสำคัญที่จะทำให้คนเปลี่ยนไป เพราะถ้าคนขาดเป้าหมายก็จะทำให้ขาดเครื่องมือที่จะใช้ในการขับเคลื่อน ขาดความคิดสร้างสรรค์ที่จะสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้กับตนเอง

ขั้นที่ 3: ปิดช่องว่าง ด้วยการพัฒนาพิมพ์เขียวหรือคู่มือในการทำงาน : Bridge the Gap

  • ขั้นที่สามเป็นขั้นตอนในการสร้างคู่มือหรือพิมพ์เขียวในการทำงานเพื่อเสริมจุดแข็ง ลบจุดอ่อน ลดช่องว่างที่จะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเป็นความสำคัญทั้งในมุมของคุณภาพและปริมาณ คือต้องมีปริมาณที่เหมาะสมกับคุณภาพที่ดีเพียงพอที่จะยกระดับทีมงาน ซึ่งต้องเป็นงานหลักที่ต้องทำเพื่อปิดช่องว่างหรือจุดอ่อนที่ตนเองมีอยู่หลักสูตร การสร้างพิมพ์เขียวเพื่อการบริหารจัดการร้านค้า
    Effective Management Blue Print for The Super Manager
    ความท้าทายที่หลายองค์กรกำลังเผชิญอยู่ แล้วองค์กรของคุณล่ะเป็นเช่นนี้หรือไม่..

    • ผู้จัดการร้านไม่เข้าใจบทบาทที่ตนเองต้องทำ ในฐานะที่เป็นผู้จัดการคืออะไร?
    • ไม่มีมาตราฐานในการบริหารงานที่ชัดเจน ขาดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
    • พนักงานทำงานด้วยความสับสน ไม่เข้าใจแนวทางหรือทิศทางที่แน่นอน
    • ไม่สามารถที่จะพัฒนาปรับปรุงคุณภาพหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
    • ไม่สามารถที่จะสร้างสมดุลในการทำงานที่ชัดเจน ทำให้การทำงานไม่ติดขัด
    • ไม่มีแนวทางในการดำเนินงานให้มีความสมดุล
    • ไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และไม่มีแนวทางในการดำเนินการ
    • ไม่มีกระบวนการในการพัฒนาพนักงานที่ชัพเจนเป็นขั้นตอน
    • และอื่น ๆ

     หลักการและเหตุผล

    ในการบริหารจัดการในปัจจุบันนั้นมีความซับซ้อน ยุ่งเหยิง และขาดความต่อเนื่อง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะ กลไกในการบริหารจัดการนั้น ขาดมาตรฐานในการบริหารจัดการ ซึ่งมาตรฐานการบริหารจัดการนี้เป็นเสมือนหัวใจสำคัญในการผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะ ถ้าองค์กรใดสามารถพัฒนานาให้มีมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน เท่ากับกำลังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้หนทางของความสำเร็จนั้นสั้นลง ทำให้ทุกคนสามารถมองไปในทิศทางเดียวกัน การพัฒนามาตรฐานจนทำให้ได้แม่บทในการบริหารจัดการต้องเกิดจากความเข้าใจร่วมกัน ของทุกคนในองค์กร และต้องมีความเข้าใจหลักการบริหารจัดการเชิงลึกโดยอาศัยหลักวิชาผนวกกับแนวคิดจากประสบการณ์บริหารงานจริงมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้ตนเองและองค์กรประสบความสำเร็จ โดยสภาพที่แท้จริงนั้นในการที่จะทำให้องค์กรนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นกับผู้นำหรือผู้จัดการมีบทบาทที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ทีมงานของตนนั้นไปสู่เป้าหมายได้ “ผู้จัดการหรือผู้นำ” จะต้องมีความเป็นผู้จัดการอัจฉริยะ คือเป็นผู้นำที่มีการนำแนวคิดหลักปฏิบัติด้านการบริหารจัดการมาผนวกกับแนวคิดด้านจิตวิทยาองค์กรมาใช้ในการบริหารงาน ทำให้ได้คู่มือที่เป็นเสมือนพิมพ์เขียวในการทำงารน ผ่านกระบวนการของการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ได้ผลผลิตของทีมงานอย่างเป็นรูปธรรม ประสิทธิภาพ หลักสูตร การสร้างพิมพ์เขียวเพื่อการบริหารจัดการร้านค้า(Effective Management Blue Print for The Super Manager)เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากการบริหารจัดการที่ถูกออกแบบร่วมระหว่างประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยมีการนำมาประยุกต์เพื่อให้มีความสอดคล้องกับบริบทของการบริหารงานในองค์กรแบบไทย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นำไปวิเคราะห์กระบวนการการทำงาน สร้างแม่บทที่เป็นพิมพ์เขียวของการบริหารจัดการพัฒนา การสื่อสารและการบริหารงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านกระบวนการของการฝึกทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ด้วยวิธีการของการเรียนรู้ที่ได้ผลมากที่สุดในขณะนี้

    วัตถุประสงค์

    1. ผู้เข้าอบรม จะมีความเข้าใจใน หลักการบทบาท บุคลิกลักษณะของการเป็นผู้นำอัจฉริยะ ผ่านกระบวนการบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพื่อเพิ่มผลผลิตในการทำงาน
    2. เข้าใจบริบทรอบข้างขององค์กรเพื่อนำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการส่วนงานที่ตนเองรับผิดชอบ
    3. มีหลักในการจัดทำ พิมพ์เขียวหรือคู่มือในการทำงานและการพัฒนาศักยภาพทีมงาน
    4. สามารถนำ “พิมพ์เขียวในการบริหารจัดการ” ไปพัฒนาต่อยอดเพื่อใช้ปฏิบัติงานจริงในองค์กรได้

    หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ

    ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ผู้ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการ หัวหน้างาน ผู้นำ หรือ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ซูเปอร์ไวเซอร์ ในทุกองค์กร

    หัวข้อการอบรม

    Module 1: กุญแจสำคัญของความสำเร็จในการบริหารจัดการ

    • ความเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการกับบทบาทของการเป็นผู้จัดการ
    • ความสำคัญของผู้จัดการสำหรับธุรกิจยุคใหม่ ในทศวรรษที่ 21
    • แนวความคิดการบริหารงานในฐานะเป็นผู้จัดการ
    • ความเข้าใจผิดเมื่อต้องเป็นผู้จัดการ
    • สิ่งที่ควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติในฐานะของการเป็นผู้จัดการ
    • บทบาทที่สำคัญเมื่อเป็นผู้จัดการและบุคลิกภาพของการเป็นผู้จัดการ
    • Workshop1: ทำแบบทดสอบความเข้าใจในการเป็นผู้นำ

    สิ่งที่คาดว่าจะได้รับจาก Module 1:

    1. ผู้เข้าอบรมจะเข้าใจบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้บริหาร
    2. การวางตัว เข้าใจในสิ่งที่ตนเองต้องทำ ทีมงานต้องปฏิบัติ
    3. องค์ประกอบและหลักการบริหารจัดการ

    Module 2: การสร้างมาตรฐานในการทำงานเพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ

    • ความสำคัญในการสร้างมาตรฐานเพื่อการบริหารจัดการ
    • องค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างมาตรฐานในการทำงาน
    • ขั้นตอนในการสร้างมาตรฐานอย่างมีมาตรฐาน
    • การประยุกต์นำมาตรฐานเพื่อใช้ในการทำงาน
    • กรณีศึกษาและจัดทำ Workshop

    ผลที่คาดว่าจะได้รับ Module 2:

    • ผู้เข้าอบรมจะได้ทราบถึงความสำคัญในสร้างมาตรฐานเพื่อการบริหารจัดการ
    • สามารถที่จะวางแนวทางการสร้างมาตรฐานในทีมงานให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • สามารถจัดทำมาตรฐานในการทำงานของตนเองได้ตามแนวทางที่ได้เรียนมา

    Module 3: การสร้างพิมพ์เขียวหรือคู่มือในการทำงาน

    • ความสำคัญในการมีคู่มือเพื่อการบริหารจัดการ
    • การรวบรวมข้อมูลที่สำคัญเพื่อใช้ในการจัดทำคู่มือในการบริหารจัดการ
    • การสำรวจความพร้อมของข้อมูลและองค์ประกอบปลีกย่อย
    • ขั้นตอนในการพัฒนาคู่มืออย่างมีมาตรฐานเพื่อการพัฒนาทีมงาน
    • การประยุกต์นำคู่มมือเพื่อใช้ในการทำงาน
    • กรณีศึกษาและจัดทำ Workshop

    ผลที่คาดว่าจะได้รับ Module 3:

    1. ผู้เข้าอบรมจะได้ทราบถึงขั้นตอนในการสร้างคู่มือหรือพิมพ์เขียวในการทำงาน
    2. สามารถที่จะวางแนวทางในการนำคู่มมือเพื่อใช้ในการพัฒนาความเข้าใจในการทำงาน
    3. สามารถจัดทำคู่มือในการทำงานของตนเองได้ตามแนวทางที่ได้เรียนมา

    Module 4: การพัฒนาทีมงานและการประเมินการทำงานของทีมงาน

    • แนวคิดเรื่องการประเมินการทำงานของพนักงาน
    • องค์ประกอบหรือรายละอียดในการประเมินพนักงาน
    • ขั้นตอนในการประเมินทีมงาน
    • การนำผลจากการประเมินเพื่อมาต่อยอดในการทำงาน
    • หลักวิธีในการพัฒนาทีมงาน
    • เทคนคิการพัฒนาทีมงาน การใช้คู่มือเพื่อเป็นองค์ประกอบในการพัฒนาทีมงาน
    • กรณีศึกษาและจัดทำ Workshop

    ผลที่คาดว่าจะได้รับ Module 4:

    1. ผู้เข้าอบรมจะได้ทราบถึงขั้นตอนในการสร้างคู่มือหรือพิมพ์เขียวในการทำงาน
    2. สามารถที่จะวางแนวทางในการนำคู่มมือเพื่อใช้ในการพัฒนาความเข้าใจในการทำงาน
    3. สามารถจัดทำคู่มือในการทำงานขององค์กรได้ตามแนวทางที่ได้เรียนมา

    วิธีการสัมมนา

    ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย: Group Discussion, Individual Assignment, Individual/Group Presentation, Case Study, Clip Video

    ระยะเวลาฝึกอบรม : 2 วัน หรือ 12 ชั่วโมง  เพื่อครอบคลุม 10 ปัจจัยความสำเร็จในการบริหารทีม ได้แก่

    • ความสามารถที่จะบริหารตนเองและบริหารทีมงาน (Management for Success)
    • มีความชัดเจนในคุณค่าขององค์กร (Clear Value)
    • วัตถุประสงค์ในการทำงานต้องมีความชัดเจน (Clear Objective)
    • มุ่งเน้นการพัฒนาทีมงานอย่างต่อเนื่อง (Continuing Team Development)
    • ทักษะในการวิเคราะห์แก้ไขปัญหา (Self-Effective problem-Solving Skills)
    • ความสามารถในความคิดสร้างสรรค์และริเริ่มสร้างสรรค์(The capacity to be creative and innovative)
    • มีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายองค์กร (Focus on Target Achievement)
    • การฟังและการสื่อสาร (Listening and Communication)
    • การทำงานร่วมกัน (Collaboration as a Team)
    • การการปะเมินและพัฒนาแรงจูงใจให้ทีมงาน (Job Appraisal & Team-Motivation)
    • การสร้างพิมพ์เขียวหรือคู่มือในการทำงาน (Management Blueprint)

    วิทยากร : ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย (เกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาการบริหารจัดการ)

    จำนวนผู้เข้าอบรม  :  20  ท่าน  เป็นจำนวนที่เหมาะสมสำหรับการจัดหลักสูตร

    วิทยากร:  (ประวัติตามเอกสารแนบ)

    ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย (เกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาการบริหารจัดการ)

    • นักเรียนทุนด้าน “การเป็นวิทยากรด้านการบริหารจัดการ MTP: Management Training Program” จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยไปศึกษาเรื่องบริหารจัดการจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 17 วัน
    • ผู้บริหารบริษัท 1 ใน 500 Fortune ของประเทศสหรัฐอเมริกา
    • สำเร็จการศึกษาหลักสูตร “การเจรจาต่อรอง” และ“การเจรจาต่อรองชั้นสูง” จาก Notre Dame University, ประเทศ สหรัฐอเมริกา
    • สำเร็จการศึกษาหลักสูตร “Expert Selling” และ “Sales Management Program” จาก University of San Francisco, ประเทศ สหรัฐอเมริกา
    • ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ “เส้นทางนักขาย” ทาง Nation Channel

 

 

หลักสูตร 6 เครื่องมือหลักในการบริหารทีมขาย


Sales-Management

 

หลักสูตร 6 เครื่องมือหลักในการบริหารทีมขาย
6 Tools to Manage Sales Team

เปิดเผยเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างบริหารทีมขาย ให้เพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ...

ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่งที่ต้องบริหารจัดการทีมขาย คุณเคยเจอปัญหาเช่นนี้หรือไม่?

  1. ทีมขายไม่ตั้งใจขาย ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสที่จะปิดการขาย
  2. ทีมขายขาดแรงจูงใจที่สำคัญ ทำให้ไม่สามารถปิดการขายได้
  3. ทีมขายไม่มีวินัยในการทำงานที่ตนเองรับผิดชอบ
  4. ทีมขายไม่ซื่อสัตย์ต่อการทำงานของตนเอง
  5. ทีมขายไม่พัฒนาทักษะความรู้ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้
  6. ทีมขายการขาดมาตรฐานในการบริหารทีมขาย ทำให้มีความสับสนและขาดทิศทาง
  7. ข้อขัดแย้งในทีมขายด้วยกันเองจนส่งผลกับยอดขายของทีม
  8. ปัญหาต่าง ๆ ในทีมขายที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

หลักการและเหตุผล

เป็นที่ทราบกันดีว่า ยอดขายในทุกองค์กรนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างเพียงคนใดคนหนึ่ง การสร้างยอด การเพิ่มยอดเป็นสิ่งที่ถูกสร้างจากทีมงานขายที่ถูกกำกับและดูแลจากผู้นำการขาย ที่จะต้องเปลี่ยนหรือพัฒนาศักยภาพของทีมงานขายให้เป็นการสร้างยอดขาย  ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับผู้นำการขาย เพราะพนักงานขายทุกคนต่างมีแนวคิดเป็นของตนเอง ไม่ว่าสินค้าที่จะหน่ายจะเป็นสินค้าเช่นไร เช่น สินค้าบางตัวอาจจะขายได้ด้วยตนเอง เช่นสินค้าที่จำหน่ายตามฤดูกาล ผู้นำการขายยังเป็นกุญแจที่สำคัญ ในการที่จะผลักดันให้ได้ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นจากพนักงานพนักงานขายของตนเอง ดังเช่นองค์กรชั้นนำทั่วไปจึงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาผู้นำการขายเพื่อให้ผู้นำการขายเข้าใจถึงหลักปฏิบัติหรือแนวทางในการที่ทำให้ทีมงานขายของตนเอง มีความมุ่งมั่น มีวินัย และมีทักษะที่ดีที่จะสร้างยอดขาย  ซึ่งผู้นำการขายที่ล้มเหลวในหลายองค์กรเพราะองค์กรมีความความเข้าใจผิดคิดว่าทักษะของการขายที่เก่งของพนักงานขายที่เก่งจะสามารถมารถขึ้นมาบริหารทีมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทักษะในการขายกับทักษะในการบริหารทีมขายเป็นทักษะคนละประเภทกัน ดังนั้นองค์กรขั้นนำจึงมีประบวนการในการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำงานขายแบบเจาะลึกเพื่อการก้าวขึ้นเป็นผู้นำการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตร “6 เครื่องมือหลักในการบริหารทีมขาย 6 Tools to Manage Sales Team” เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อการพัฒนาทักษะของผู้นำการขาย ทำให้สามารถบริหารทำให้ทีมขายสามารถทำงานขายเชิงรุก ที่มุ่งเน้นการสร้างยอดขาย และการบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ในทีมงานขายของพนักงานขายแต่ละคนรวมถึงปัญหาของทีมขายเช่นกัน สร้างทีมขายให้เป็นมืออาชีพผ่านกระบวนการหล่อหลอมให้ทีมขายนำศักยภาพที่แท้จริงมาเพื่อสร้างยอดขายทำให้มีความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและถาวรต่อไป

วัตถุประสงค์

  1. ความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของการบริหารทีมขาย
  2. เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมความสำเร็จให้ทีมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เข้าใจขั้นตอนของ 6 เครื่องมือในการบริหารทีมขายอย่างละเอียดและปฏิบัติได้
  4. เข้าใจหลักการวางแผนผังแม่บทของทีมขาย และสามารถประยุกต์ในการทำงานจริง
  5. สร้างและพัฒนาทีมงานขายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
  6. สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการสร้างทีมขาย

 

 

ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับผู้เรียนจะสามารถ:

  • พัฒนาแนวคิดและทักษะในการบริหารทีมขายที่มุ่งผลงานการขายเป็นที่ตั้ง
  • สร้างยอดขายจากทักษะการขายของทีมงาน ที่ต้องเร็ว คม และชัดเจน
  • สิ่งที่ควรและไม่ควร ทำในฐานะของการเป็นผู้บริหารทีมขาย
  • ศึกษา 6 กล่องเครื่องมือ ที่จะทำให้งานขายมีความลื่นไหล ไร้อุปสรรค
  • องค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างทีมขาย และทำอย่างไรให้เก็บรายละเอียดขององค์ประกอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เข้าใจถึงอิทธิพลของสภาพแวดล้อมด้านต่าง ๆ ที่มีผลต่อการขาย
  • เข้าใจถึงวิธีการสร้างรูปแบบการขายที่สำคัญ (Master Sales Pattern)
  • เข้าใจหลักในการเสริมสร้างกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่นในอาชีพการขาย ให้ทีขาย
  • รู้และเข้าใจถึงหลักการทำแผนกลยุทธ์ด้านการขาย (Strategic Sales Planning)
  • การจัดโครงสร้าง (Organizing) การแบ่งเขตความรับผิดชอบและการวางแผนอัตรากำลัง (Manpower Planning)
  • หลักการสร้างแรงจูงใจ การสร้างพลังให้ทีมงานขาย
  • นำไปพัฒนายุทธวิธีในการบริหารทีมงานขายเพื่อสร้างยอดขาย

การออกแบบหลักสูตร
แนวการพัฒนาหลักสูตรนี้ ได้ประยุกต์มาจากหลักสูตรการบริหารการขาย (Sales Force Management Program) ที่วิทยากรสำเร็จมาจาก University of San Francisco และการเจรจาต่อรองจาก Notre Dame University  ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พัฒนามาจากกระบวนการ “การวิจัยและค้นคว้า” ในเรื่องพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อและอิทธิพลในการขาย โดยการสำรวจ ผู้บริหาร งานขาย ผู้ขาย ผู้ซื้อและรวบรวมจากบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขาย นำมาออกแบบเนื้อหาหลักสูตร รวมถึงชุดฝึกต่างๆ ที่จะมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้สมัยใหม่ทำให้ทุกคนได้ฝึกฝนเป็นราย บุคคล ที่เรียกว่า ระบบโค้ชชิ่ง (COACHING)

วิธีการสัมมนา
ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย:

  • Group Discussion
  • Individual Assignment
  • Individual/Group Presentation
  • Role Play in Real Situation for Individual
  • Case Study

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
ผู้จัดการฝ่ายขาย ผู้นำ หัวหน้างาน ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายขาย ผู้ที่ต้องเข้ามาดูแลทีมงานขาย ผู้บริหารองค์กร ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ผู้จัดการและผู้บริหารที่รับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์ นโยบาย การวางแผนงาน การปฏิบัติการ ตลอดจนการติดตาม และวัดผลการดำเนินการงานด้านการให้บริการขององค์กร และผู้ที่ต้องการเจริญเติบโตในอาชีพการขาย

รายละเอียดหลักสูตร
วันที่ 1 : How to build up effective modern sales force management?

  • สำรวจความท้าทายและความพร้อมในการเพิ่มยอดขายของทีมงานขาย
  • บทบาทในการเป็นผู้บริหารทีมขายอัจฉริยะ
  • ข้อเท็จจริงในการบริหารทีมขายในอนาคตเพื่อการพัฒนาทีมให้ทันกาล
  • รูปแบบในการสร้างทีมขายในอุดมคติเพื่อเพิ่มยอดขาย: Sales Dream Team
  • แม่บทหรือหลักของกระบวนการในการ สร้างคนขาย ให้เข้ากับงาน
  • พัฒนากล่องเครื่องมือ 6 ใบในการบริหารทีมขายให้มีประสิทธิภาพ
  • การสร้างสมดุลในการวางแผนการขาย เป้าหมาย และ คน
  • กรอบในการวางแผนการขายเพื่อการสร้างเป้าขายในทุกสถานการณ์
  • องค์ประกอบในการสร้างแผนงานการขายให้มีความเหมาะสมกับทีมขาย
  • เทคนิคการพยากรณ์ยอดขาย เพื่อสร้างแผนการของการขาย
  • รูปแบบในการพยากรณ์ยอดขาย และการประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์จริง
  • ข้อผิดพลาดในการวางแผนการขาย แต่ไม่ได้ตามเป้าหมาย
  • จัดทำ Workshop กรณีศึกษา ฝึกหัดรายบุคคล ระดมสมองและนำเสนอ

วันที่ 2 : How can build up effective organisation and professional sales team?

  • ความสำคัญในการจัดโครงสร้างทีมขาย เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคในการขายของทีมงาน
  • รูปแบบการจัดโครงสร้างในการขายในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพการขายสูงสุด
  • ความสำเร็จในการจัดโครงสร้างและเส้นทางการวางโครงสร้าง
  • ประเภทของโครงสร้างในการจัดทีมขายในการทำงานต่าง ๆ
  • การจัดโครงสร้างการขายให้เข้ากันกับโครงสร้างลูกค้า
  • ความสำคัญแนวคิดเรื่องการแบ่งเขตในการขาย
  • วิเคราะห์การออกแบบเขตความรับผิดชอบในการขาย
  • การจัดเส้นทางในการเดินทางเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการขายสูงสุด
  • วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียในการแบ่งเขตความรับผิดชอบในการดูแลการขาย
  • การกำหนดคุณสมบัติและสรรหาทีมงานขายให้ได้ดั่งใจ
  • กระบวนการการสรรหาและการสร้างข้อกำหนด เพื่อการทดสอบ วัดประเมินในการสรรหา
  • การมอบหมายงาน การสั่งการ ให้ได้ตามความคาดหวังของทีมงานขาย
  • รูปแบบวิธีการสั่งการ ต่าง ๆ เพื่อความเหมาะสมในการสร้างทีมขาย
  • จัดทำ Workshop กรณีศึกษา ฝึกหัดรายบุคคล ระดมสมองและนำเสนอ

วันที่ 3 : How to motivate sales team to focus on increasing sales revenue?

  •  แนวคิดเรื่องการสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงานขาย
  •  การสร้างแรงจูงใจในรูปแบบ you win, I win
  •  รูปแบบการสร้างแรงจูงใจประเภทต่าง ๆ และอะไรความคาดหวังของทีมงานขาย
  •  ขั้นตอนในการสร้างแรงจูงใจที่มีประสิทธิภาพ เพื่อความมุ่งมั่นในการทำงาน
  •  การบริหารค่าตอบแทน การคิดค่าตอบแทนสำหรับฝ่ายขายในรูปแบบต่างๆ
  •  การออกแบบค่าตอบแทนที่ตรงวัตถุประสงค์องค์กรและตอบโจทย์ทีมขาย
  •  การสอนงาน การพัฒนาทักษะในการขาย
  •  รูปแบบการสอนงานแบบต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มยอดขาย
  •  การประเมินผลการทำงานของทีมขาย และการควบคุมทีมขายให้มีประสิทธิภาพ
  • การิเคราะห์เครื่องมือที่สำคัญ ที่ช่วยในการขาย การสร้างระบบการติดตามความคืบหน้า
  • การวิเคราะห์ 12 กรณีศึกษาและการปัญหาในงานขายเพื่อการเพิ่มยอดขาย
  • จัดทำ Workshop กรณีศึกษา ฝึกหัดรายบุคคล ระดมสมองและนำเสนอ

อุปกรณ์ใช้ประกอบการบรรยาย : LCD Projector , Flipchart
ระยะเวลาฝึกอบรม : เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ระยะเวลา 3 วันเต็ม ประมาณ 18 ชั่วโมง

วิทยากร : ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย: วศบ. MS(EM), Ph.D-Management และสำเร็จการศึกษาโดยตรง ด้านการขายจากประเทศสหรัฐอเมริกา

  • Certificate of Expert Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Transitioning to Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Negotiation Essential, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Advance Negotiation, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Principle of Persuasion (POP) Workshop: The New York Time Business Best Seller for over 16 weeks)
  •  Certificate of Strategies for Conflict Management Program from Notre Dame University, USA
  • นักเรียนทุนด้าน “การเป็นวิทยากรด้านการบริหารจัดการ MTP: Management Training Program”  จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยไปศึกษาเรื่องบริหารจัดการจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 17 วัน
  • ผู้บริหารบริษัท 1 ใน 500 Fortune ของ USA,

 

 

 

หลักสูตร การบริหารลูกค้าคนสำคัญ (Key Account Management )

การบริหารลูกค้า คนสำคัญ

หลักสูตร การบริหารลูกค้าคนสำคัญ

(Key Account Management )

หลักการและเหตุผล
ดัง ที่ทุกคนได้ทราบกันเป็นอย่างดีว่า ในยุคปัจจุบันนั้น สภาวะทางการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สภาพของการแข่งขันทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยตรงทำให้หลายองค์กรประสบกับปัญหาในการ ดำเนินธุรกิจ จึงต้องทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการรักษาฐานลูกค้าคนสำคัญ(Key Account) จึงเป็นแนวทางการสร้างฐานลูกค้าระยะยาว ทำให้องค์กรมีความมั่นคงในการดำเนินการทางธุรกิจ หลักสูตรการบริหารลูกค้าคนสำคัญ(Key Account Management) จึงเป็นเสมือนกุญแจที่สำคัญในการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ทำให้เกิดกลไกความพึงพอใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักขาย นักบริหารทางการตลาดและองค์กรธุรกิจทั้งหลายต่างสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันและช่วงชิงความได้เปรียบทางการตลาด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลต่อองค์กรแบบยั่งยืน

ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ
• เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพเฉพาะตัวของพนักงานขายทั้งมีประสบการณ์ และ ไม่มีประสบการณ์
• ทำให้เข้าใจกลไกของการบริหารลูกค้าคนสำคัญ
• เพื่อเป็นการพัฒนา เสริมสร้างกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่น โดยใช้กลไกที่สร้างได้จากตนเอง

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
ผู้ ประกอบการ ผู้บริหารระดับสูง พนักงานฝ่ายขายทุกระดับ พนักงานฝ่ายการบริหารทั่วไป เพื่อเป็นการเข้าใจแนวความคิดใหม่ในการขาย ผู้คิดที่จะเป็นผู้ประกอบการ ผู้สนใจทั่วไป

รูปแบบการฝึกอบรม
การบรรยายประกอบการทำกิจกรรมการเรียนรู้ การระดมความคิด และการนำเสนอ
Workshop และกรณีศึกษา

อุปกรณ์ใช้ประกอบคำบรรยาย
LCD Projector / Flip Board

ระยะเวลาการจัดสัมมนา
เพื่อให้ครอบคลุม ถึงเนื้อหา สาระของเนื้อหาทางวิชาการ และ การปฏิบัติการ(Workshop) ระยะเวลาในการอบรมมีระยะเวลา 1 วันเต็ม

หัวข้อการอบรม
– ดัชนีชี้วัดความสำเร็จในทศวรรษหน้า
– ความเข้าใจในเรื่องของการการบริหารลูกค้ารายสำคัญ (Key Account Management)
– ลูกค้า Key Account คือใคร
– ทำไมต้องใช้การจัดการแบบ Key Account Management
– เล็งเป้า ดัชนีชี้วัดความสำเร็จในทศวรรษหน้า
– วิเคราะห์สาเหตุที่การบริหารลูกค้าคนสำคัญถึงสำคัญ
– ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับลูกค้าคนสำคัญ
– วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบัน
– การค้นหาและบริหารความคาดหวังของลูกค้าคนสำคัญแบบ Win-Win-Win
– การค้นหาและการจำแนกประเภทลูกค้าคนสำคัญในแต่ละองค์กร
– เทคนิคการมัดใจลูกค้าลูกค้าคนสำคัญ ด้วย Tri P Model
– การวางกลยุทธ์ K-A-M เพื่อความสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย

หลักสูตร การบริหารลูกค้ารายสำคัญ Key Account Management

 

 

หลักสูตร  การบริหารลูกค้ารายสำคัญ

Key Account Management

วัตถุประสงค์ หลักสูตรการบริหารลูกค้าคนสำคัญ
ดังที่ทุกคนได้ทราบกันเป็นอย่างดีว่า ในยุคปัจจุบันนั้น สภาวะทางการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้สภาพของการแข่งขันทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตลอดเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยตรงทำให้หลายองค์กรประสบกับปัญหาในการดำเนินธุรกิจ จึงต้องทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการรักษาฐานลูกค้าคนสำคัญ(Key Account) จึงเป็นแนวทางการสร้างฐานลูกค้าระยะยาว ทำให้องค์กรมีความมั่นคงในการดำเนินการทางธุรกิจ หลักสูตรการบริหารลูกค้าคนสำคัญ(Key Account Management) จึงเป็นเสมือนกุญแจที่สำคัญในการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ทำให้เกิดกลไกความพึงพอใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักขาย นักบริหารทางการตลาดและองค์กรธุรกิจทั้งหลายต่างสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันและช่วงชิงความได้เปรียบทางการตลาด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลต่อองค์กรแบบยั่งยื

หัวข้อนี้ถูกออกแบบสำหรับ
ผู้ที่ต้องการติดต่อกับบุคคลภายนอกองค์กร โดยเฉพาะลูกค้า ทำให้มีการติดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ผู้บริหารในสาขาต่าอง ๆ เพื่อเล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริหารลูกค้าคนสำคัญ และนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติ และกำหนดในเชิงนโยบาย

วิทยากร
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย (เกียรตินิยมอันดับ 1)
• สำเร็จการศึกษา หลักสูตร การเจรจาต่อรอง Certificate of Negotiation Essential, Notre Dame University, USA
• Certificate of Advance Negotiation, Notre Dame University, USA
• Certificate of Principle of Persuasion (POP) Workshop: (Base on Scientific Research of Dr.Robert Cialdini, Author, Influence :Science & Practice: The New York Time Business Best Seller for over 16 weeks)
• Certificate of Strategies for Conflict Management Program from Notre Dame University, USA
• Certificate of Expert Sales Management Program from University of San Francisco, USA
• Certificate of Transitioning to Sales Management Program from University of San Francisco, USA

หัวข้อการสัมมนา
วันที่ 1
• แนวทางการดำเนินธุรกิจในทศวรรษหน้า
• เล็งเป้า ดัชนีชี้วัดความสำเร็จในทศวรรษหน้า
• วิเคราะห์สาเหตุที่การบริหารลูกค้าคนสำคัญถึงสำคัญ
• ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับลูกค้าคนสำคัญ
• วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบัน
• การค้นหาและบริหารความคาดหวังของลูกค้าคนสำคัญแบบ Win-Win
• การค้นหาและการจำแนกประเภทลูกค้าคนสำคัญในแต่ละองค์กร
• เทคนิคการสร้างมาตรฐานเพื่อการบริหารลูกค้าคนสำคัญ
• การวางกลยุทธ์ K-A-M เพื่อความสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
• กรณีศึกษา

วันที่ 2
• โครงสร้างการจัดการลูกค้าคนสำคัญ
• วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ
• การเตรียมความพร้อมที่สำคัญในการบริหารลูกค้าคนสำคัญ
• การสื่อสารแบบลูกค้าคนสำคัญ
• การติดต่อลูกค้าคนสำคัญแบบไม่ปฏิเสธ
• การจัดการข้อโต้แย้งกับลูกค้าคนสำคัญ
• การบริหารจัดการข้อร้องเรียนลูกค้าคนสำคัญ
• ประเภทข้อร้องเรียนต่าง ๆ
• กรณีศึกษา

วิธีการสัมมนา
• แนวการสอนเป็นรูปแบบที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Professional Learning Method)
• จากแนวคิด สู่การปฏิบัติ Work Shop
• กรณีศึกษา(Case Studies)

ระยะเวลา
2 วัน(12 ชั่วโมง)

The Super Manager

TSM

 

How to improve your organization productivities?
(8 Modules of the Principle of Management)

หมายเหตุ: หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากหลักสูตรการบริหารจัดการ (Management Program) จาก The Japan Industrial Training (JITA) และ The Oversea Human Resource and Development Association(HIDA) ประเทศญี่ปุ่น โดยวิทยากรได้รับการ Certified Trainer ในหลักสูตร “Trainers’ Training Course on Management Training Program เป็นเวลา 17 วันจากเมือง โอซากา ประเทศ ญี่ปุ่น

คุณเคยประสบปัญหาเช่นนี้หรือไม่..
• การบริหารงานด้วยความสับสน ไม่มีทิศทางที่แน่นอน
• ไม่สามารถพัฒนาปรับปรุงคุณภาพในการทำงานขององค์กร
• ไม่มีแนวทางในการดำเนินงานให้มีความสมดุล
• ไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และไม่มีแนวทางในการดำเนินการ
• ขึ้นเป็นผู้จัดการโดยไม่เข้าใจว่า..บทบาทที่สำคัญในการเป็นผู้จัดการคืออะไร?
• การสร้างอำนาจภายใต้ภาวะผู้นำ..ทำได้อย่างไร..ให้ทีมงานทำงานให้ด้วยใจ
• และอื่น ๆ

หลักการและเหตุผล ในการดำเนินธุรกิจนั้น ผู้จัดการย่อมมีบทบาทมากในการบริหารจัดการ เพื่อให้องค์กร ๆ นั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ จึงกล่าวได้ว่าการบริหารจัดการเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับผู้บริหารทุกท่านที่ต้องเข้าใจถึงกลไกเชิงลึกโดยอาศัยหลักวิชาผนวกกับแนวคิดจากประสบการณ์บริหารงานจริงมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้ตนเองและองค์กรประสบความสำเร็จ โดยสภาพที่แท้จริงนั้นในการที่จะทำให้องค์กรนั้นประสบความ สำเร็จหรือไม่นั้น ผู้จัดการหรือผู้นำองค์กรต่างมีบทบาทที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ตนเองนั้นไปสู่เป้าหมายได้ ดังนั้น “ผู้นำ” ซึ่งการเป็นสุดยอดผู้นำนั้น คือเป็นผู้นำที่มีการนำแนวคิดหลักปฏิบัติด้านการบริหารจัดการมาผนวกกับแนวคิดด้านจิตวิทยาองค์การมาใช้ในการบริหารงาน โดยอาศัยกระบวนการของการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรม จึงกล่าวได้ว่า ผู้ใดที่เป็นผู้บริหารหรือผู้จัดการแล้ว ถ้าสามารถทราบได้เทคนิค วิธีการ ในการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพตามแนวทางที่ผ่านการวิจัยมาแล้ว ในฐานะที่เป็นผู้จัดการอัจฉริยะย่อมเป็นผู้ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการโดยแท้ แต่ถ้าองค์กรใดขาดหลักในการบริหารงาน ก็จะทำให้ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน ย่อมทำให้ผลผลิตในการทำงานไม่บรรลุเป้าหมายที่องค์กรคาดหวังได้ เพราะการทำงานจะต้องมีการบริหารจัดการในแบบบูรณการย่อมทำให้เห็นประสิทธิผลในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของการบริหารงานนั้นประกอบไปด้วยผู้บริหาร พนักงาน และองค์ประกอบของงาน ซึ่งการบริหารจัดการนั้นจะทำให้เกิดสมดุลย์ในการทำงานทั้งสามส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตร “The Super Manager: How to improve your organization productivity?” เป็นหลักสูตรที่นำมาจากการบริหารจัดการที่ถูกออกแบบร่วมระหว่างประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา โดยมีการนำมาประยุกต์เพื่อให้มีความสอดคล้องกับบริบทของสังคมการบริหารงานแบบคนไทย โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นำไปวิเคราะห์กระบวนการการทำงาน สร้างแม่บทของการบริหารจัดการ พัฒนาการสื่อสารและการบริหารงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านกระบวนการของการฝึกทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ ด้วยวิธีการของการเรียนรู้ที่ได้ผลมากทีสุดในขณะนี้ คือการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ “Active Adult Learning” และยังได้รับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญและผู้เข้าร่วมสัมมนาด้วยกันเพื่อการประยุกต์ใช้ได้จริงและได้ผล

วัตถุประสงค์
1. ผู้บริหาร ผู้จัดการ ซูเปอร์ไวเซอร์และทีมงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารงาน จะมีความเข้าใจใน หลักการเป็นผู้นำอัจฉริยะ ผ่านกระบวนการบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพื่อเพิ่มผลผลิตในการทำงาน
2. มีความเข้าใจหลักการผู้นำ ผู้ตาม และทีมงาน การดำเนินการ การบริหารงาน และการสื่อสารในแต่ละระดับ
3. เพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานต่อการเป็นผู้นำ การพัฒนาตนเอง และผู้นำกลุ่ม

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ…
ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ผู้ที่กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการ หัวหน้างาน ผู้นำ หรือ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ซูเปอร์ไวเซอร์ ในทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

วิธีการสัมมนา
ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย:
– Group Discussion
– Individual Assignment
– Individual/Group Presentation
– Role Play in Real Situation for Individual
– Case Study
– Clip Video

วันที่ 1 ( 26 เมษายน 2557 )

Module 1: Why The Super Manager is more important?
ทำไม “ผู้จัดการอัจฉริยะ” จึงจำเป็นต่อการบริหารจัดการยุคใหม่?

· การบริหารการจัดการกับความสำเร็จขององค์กร

· 4 หลักที่สำคัญในการบริหารจัดการองค์กร

· บทบาทและความสำคัญสำหรับการเป็น “ผู้จัดการอัจฉริยะ”

· สิ่งที่ควรและไม่ควร เมื่อเป็นผู้จัดการ

o Workshop 1: ทดสอบความเข้าใจในบทบาทของการเป็นผู้จัดการ

o VDO1 : เข้าใจในบทบาทของการเป็นผู้จัดการอัจฉริยะ

Module2: Principle of Modern Management and working standard
หลักการของการบริหารจัดการสมัยใหม่​​และสร้างมาตรฐานในการทำงาน

· หลักการบริหารจัดการสมัยใหม่เพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ

· การสร้างมาตรฐานเพื่อการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ

· ความสำคัญของการบริหารและการบริหารจัดการ

· เทคนิคการสร้างและการกำหนดมาตรฐานเพื่อการจัดการ

o Workshop 2: การสร้างมาตรฐานในการทำงานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

o VDO: มาตรฐานกับความสำเร็จ

วันที่ 2 ( 3 พฤษภาคม 2557 )

Module3: How to Identify Corporate Problem and Creative Thinking?
การค้นหาปัญหาขององค์กรและการสร้างความคิดสร้างสรรค์เพื่อขจัดปัญหาในการทำงาน

· ปัญหาและการรับรู้ถึงปัญหา กุญแจสำคัญของความสำเร็จขององค์กร

· ประเภทของปัญหาและการจัดการกับปัญหาประเภทต่าง ๆ

· การยกระดับความคิดสร้างสรรค์เพื่อความสำเร็จในการแก้ปัญหาองค์กร

· การจัดโครงสร้างในการทำงาน เพื่อการวางอัตรากำลังพลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

o Workshop 3: ชุดฝึกการวิเคราะห์ปัญหาและแนวทางพัฒนาปัญหา

Module4: Corporate Structure Blueprint and How to improve and renovation of Work?
การสร้างแม่แบบการจัดการโครงสร้างองค์กรและ วิธีการพัฒนา ยกระดับและปรับปรุงการทำงานเพื่อเพิ่มผลผลิต

· การจัดโครงสร้างในการทำงาน

· การยกระดับการและการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

· ขั้นตอนการวิเคราะห์งานเพื่อการยกระดับในการทำงาน

· การสร้างแม่บทในการทำงานของทีมงาน

· หลักการลดความซับซ้อนและออกแบบให้งานลื่นไหล

o Workshop 4: การวิเคราะห์โครงสร้างและการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพในการทำงานและสร้างแม่บท (Corporate Blueprint)

o VDO: 4 sets VDO เพื่อความเข้าใจแก่นแท้ในการจัดโครงสร้างในการทำงานเพื่อการยกระดับ

วันที่ 3 ( 10 พฤษภาคม 2557 )

Module5: Effective Operation Management: EOM?
การบริหารจัดการและการดำเนินการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

· การวิเคราะห์และการวิเคราะห์แม่บทในการทำงาน

· ขั้นตอนการวางแผนและออกแบบแผนงานที่จำเป็นเพื่อให้ได้แผนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

· ประเภทของแผนงานต่าง ๆ ที่ผู้จัดการต้องรู้

· การวิเคราะห์แผนงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย

· ความสำคัญของการสั่งการกับความก้าวหน้าในงาน

· เทคนิคการสั่งการเพื่อให้ได้งาน ได้ใจ

· รูปแบบการสั่งการต่าง ๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุด

· การบริหารจัดการความแตกต่างของพนักงาน Gen ต่าง ๆ : Baby Boom, GenX, GenY

· วิเคราะห์ปรัชญาการทำงานของคนในแต่ละเจน

o Workshop 5: การวางแผนงานเพื่อความสำเร็จ

o Workshop 6: การสั่งการในรูปแบบต่างๆ

o VDO: 2 Sets of VDO: How to Assign Work?

วันที่ 4 ( 17 พฤษภาคม 2557)

Module6: How to Control Coordinating & Establish Effective Training and Development in organization?
วิธีการควบคุมและประสานงานและการฝึกอบรม พัฒนาภายทีมงานในองค์กร?

· ความสำคัญของการควบคุมกับความสำเร็จในการบริหารจัดการองค์กร

· หลักวิธีในการควบคุมเพื่อให้ประสิทธิภาพขององค์กรสูงสุด

· การประสานงานอย่างไรได้รับความร่วมมือสูงสุดเพื่อบรรลุเป้าหมายองค์กร

· ความเข้าใจในเรื่องการพัฒนาทีมงานเพื่อความสำเร็จในองค์กร

· รูปแบบการพัฒนาทีมงานในลักษณะต่าง ๆ

· หลักการพัฒนาแบบ T-T-S และ โค้ชชิ่งเพื่อความสำเร็จการบริหารจัดการ

· เทคนิคการกระตุ้นทำให้เกิดการเรียนรู้ของทีมงาน

o Workshop 7: การสั่งการในรูปแบบต่างๆ และการพัฒนาทีมงาน

o VDO: How to Control?

วันที่ 5 ( 24 พฤษภาคม 2557 )

Module7: The Development of Advance Modern Leadership
การพัฒนาภาวะผู้นำสมัยใหม่เพื่อการบรรลุเป้าองค์กร

· แนวคิดเรื่องภาวะผู้นำกับการบริหารจัดการ

· ประเภทของผู้นำ และการค้นหาตัวตนของตนเองในการบริหารจัดการ

· 4 คุณลักษณะของผู้นำและการปรุยุกต์ใช้ในการทำงาน

· การสร้างแรงจูงใจเพื่อพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพ

· รูปแบบการสร้างแรงจูงใจประเภทต่าง ๆ

· การสื่อสารเพื่อความสำเร็จในองค์กร

o Workshop 8: การสำรวจตนเองเพื่อความเข้าใจภาวะผู้นำ

o VDO: 2 sets of VDO

Module 8: The Building of Trust in Relationships?

การสร้างความไว้ใจเพื่อความสัมพันธ์ในองค์กรและทีมงาน
การวิเคราะห์ลักษณะของทีมงานเพื่อสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

· เข้าใจพฤติกรรมของคน: ความต้องการและการบริหารวุฒิภาวะทางอารมณ์

· ทัศนคติและการพัฒนาทัศนคติที่เป็นบวกให้กับทีมงานและตนเอง

· บริหารจัดการความกังวลของทีมงานในเรื่องต่าง ๆ เพื่อความมุ่งมั่นในการทำงาน

· Workshop 9: วิเคราะห์การแสดงออกและการบริหารจัดการวุฒิภาวะทางอารมณ์

· VDO: 4 sets of VDO

วิทยากร :
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย (B.E.Eng., MS(CEM)., Ph.D-Management)
ผู้บริหาร 1 ใน 500 Fortune ของ USA
ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ “เส้นทางนักขาย” ทาง Nation Channel
เจ้าของผลงานหนังสือ ทะลุเป้าขายง่ายนิดเดียว เล่ม 1 และเล่ม2, เหนือชั้นการบริหาร
สามารถเข้าไปดูตัวอย่างรายการเส้นทางนักขายได้ที่ www.youtube.com search ชื่อ ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

วันที่อบรม :
วันที่ 1 ( 26 เมษายน 2557 ) เวลา 09.00-16.30 น.
วันที่ 2 ( 3 พฤษภาคม 2557 ) เวลา 09.00-16.30 น.
วันที่ 3 ( 10 พฤษภาคม 2557 ) เวลา 09.00-16.30 น.
วันที่ 4 ( 17 พฤษภาคม 2557 ) เวลา 09.00-16.30 น.
วันที่ 5 ( 24 พฤษภาคม 2557 ) เวลา 09.00-16.30 น.

สถานที่ :
โรงแรม ปทุมวัน ปริ้นเซส กรุงเทพ
ค่าลงทะเบียน :
ราคา 25,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พิเศษ! สมัคร 4 ท่าน จ่ายเพียง 3 ท่าน

สำรองที่นั่งติดต่อ :
โทร. 0 2349 1787-88
Fax. 0 2349 1789
มือถือ. 083 276 8877
Email: training@tepplus.org , worarat@stepplus.org

หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการบริหารข้อขัดแย้ง เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า” Change and Conflict Management

 

headnamechange changeandconflict

 

 “หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง!” เพื่อก้าวไปในสิ่งที่ดีกว่า” Change and Conflict Management

 

ปัจจุบันองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างเห็นว่า หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง และ การบริหารข้อขัดแย้ง ที่แรียกว่า Change and Conflict Management    มีความสำคัญกับทุกองค์กร   ต่างก็มีการปรับตัวกันอย่างขนานใหญ่ เพื่อรับ การเปลี่ยนแปลง และมุ่งสู่ยุค AEC ที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกยุคใหม่กับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งเป็นของคู่กัน การจะอยู่รอด และแข่งขันกับผู้อื่นได้
การเปลี่ยนแปลงภายในจะต้องเร็วกว่าภายนอก และเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่เพราะถูกบีบบังคับ แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร ปรับหน้าที่ความรับผิดชอบงาน ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีโดยมีการนำเครื่องมืออันทันสมัยเข้ามาใช้ในองค์กร ฯลฯ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อพนักงานในองค์กรทั้งสิ้น บางคนเกิดความไม่แน่ใจ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เกิดความขัดแย้ง ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดผลเสียต่อองค์กรเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นความสามารถ
ในการนำทีมงานก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลง และความสามารถในการบริหารความขัดแย้ง ล้วนเป็นคุณสมบัติที่พึงประสงค์และทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้บรหาร เพื่อการเปลี่ยน! ก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ หลายคนอาจเรียกว่า หลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ หลักสูตร Change & Conflict Management เป็นหลักสูตรชั้นนำที่จะนำท่านไปแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงหรือข้อขัดแย้งในองค์กร หลักสูตร Change Management นี้ จะทำให้ผู้ที่ได้เข้า อบรมหลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง

เนื้อหาของ หลักสูตร อบรม change management นี้ ถูกออกแบบใช้ในการ อบรม การ บริหาร การ เปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้นำสามารถ นำเนื้อหา หลักสูตร การนำ การ เปลี่ยนแปลง หรือ หลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง change management มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จาก วิทยากรหลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง ที่มีความรู้ความชำนาญใน การบริหารการเปลี่ยนแปลง

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
ผู้บริหารองค์กร (Management) ผู้จัดการ (Manager) หัวหน้างาน (Supervisor) ผู้นำทีม (Team Leader) ที่ต้องการ บริหาร การเปลี่ยนแปลง และ บริหารข้อขัดแย้ง: Change and Conflict Management

วัตถุประสงค์ และประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าอบรมใน หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง และ การบริหารข้อขัดแย้ง
ใน หลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลงและการบริหารข้อขัดแย้ง นี้ ท่านผู้บริหารสามารถระบุปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงต่อตนเอง ทีมงานและองค์กร รวมไปรู้จักกระบวนการเปลี่ยนแปลง และวิธีการบริหารการเปลี่ยนแปลง และจัดการกับความขัดแย้ง โดยสามารถสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการปรับเปลี่ยนภายในองค์กร เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่บรรลุผลอย่างยั่งยืน

วิธีการฝึกอบรม
บรรยาย กรณีศึกษา และฝึกปฏิบัติเพื่อให้สามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงจากประสบการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อหาการอบรม (Course Outline)
Change Management (การบริหารการเปลี่ยนแปลง) & Conflict Management (การบริหารความขัดแย้ง)

Module 1: ภาพรวม หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง : Change Management Overview
• ทำไมจะต้องเปลี่ยน และ ทำไมต้อง บริหารการเปลี่ยนแปลง
• กรณีศึกษาและ workshop เพื่อให้เข้าใจกับสภาพที่ต้องเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงจากประสบการณ์จริง

Module 2: กระบวนการ การบริหารการเปลี่ยนแปลง : Change Management Processes
• 9 ขั้นตอนสู่การเปลี่ยนแปลง
• วิเคราะห์มิติของการเปลี่ยนแปลง ในรูปแบบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
• กรณีศึกษาและ workshop เพื่อฝึกวางแผนการเปลี่ยนแปลงในองค์กร เช่นจากตนเอง ทีมงาน และองค์กร จากสิ่งที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริง
• แหล่งที่มาของความล้มเหลว และข้อควรระวังของการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำสู่การบริหารการเปลี่ยนแปลง

Module 3: บทบาทและความรับผิดชอบ ของผู้ บริหารการเปลี่ยนแปลง Change Agent Roles and Responsibilities
• บทบาท และหน้าที่ของผู้นำการเปลี่ยนแปลง
• ทักษะและความสามารถในการนำการเปลี่ยนแปลง

Module 4: การบริหารการเปลี่ยนแปลง และการบริหารข้อขัดแย้ง Managing Change and Conflict Management
• วิเคราะห์สาเหตุที่เกิดการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (Resistance to Change) และการเกิดความขัดแย้ง
• เคล็ดลับการบริหารการเปลี่ยนแปลง และการจัดการกับความขัดแย้ง (Conflict Management)
• กรณีศึกษา และ workshop เพื่อวางแผนการบริหารการเปลี่ยนแปลง และการจัดการกับความขัดแย้ง จากสิ่งที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริง

ระยะเวลาการจัดสัมมนา
1 วัน

วิทยากร :
ดร.ณัฐธยาน์ โชคกนกนภา

หัวข้อบรรยาย หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง และ การบริหารข้อขัดแย้ง “Change and Conflict Management” นี้ สามารถจัดเป็น In-house Training ได้

สำรองที่นั่งหรือติดต่อ:
โทร. 0 2349 1788
มือถือ. 083 276 8877, 080 620 8877Fax. 0 2349 1789
Email: training@stepplus.org

การลงทะเบียนเข้าอบรมสัมมนา:

สำหรับผู้สนใจลงทำเบียน กรุณากรอกข้อความในตารางข้างล่างนี้ เพื่อยืนยันการลทำเบียน และเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ และขอขอบพระคุณสำหรับความสนใจ หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ Change and Conflict Management

ชื่อ-นามสกุล (ผู้ประสานงาน)

เบอร์โทรศัพท์ (ผู้ประสานงาน)

อีเมล์ (ผู้ประสานงาน)

บริษัท

เว็บไซต์

หลักสูตรที่ลงทะเบียน

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 1)

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 1)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 2) ถ้าไม่มี ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 2)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 3)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 3)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 4)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 4)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 5)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 5)

ท่านทราบข่าวการอบรมสัมมนาจาก(โปรดระบุ)
www.Stepplustraining.com
www.facebook.com/StepPlusTrainingConsulting
www.facebook.com/Stepplustraining
โบว์ชัว
การส่ง mail ประชาสัมพันธ์
google
อื่นๆ(โปรดระบุ)

ข้อมูลเพิ่มเติม

StepPlus Training ขอขอบพระคุณสำหรับความสนใจ หลักสูตร Change and Conflict Management
เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับในระยะเวลาอันสั้น

 

 

Powered by www.477internet.com UA-75256908-1