Public Program 2562

ตารางการอบรมสัมมนาประจำปี 2562

Miller Heiman : Strategic Selling Program

Miller Heiman : Conceptual Selling Program 

 Miller Heiman : Large Account Managment

 The Super Manager : ผู้จัดการอัจฉริยะ(สัมมนา 5เสาร์ ) 

8 Steps of Professional Selling Skills : 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ  

 

6 Tools  To Manage Sales Team : 6 เครื่องมือหลักในการบริหารทีมขาย  

 

Negotiation Strategies for Win Win : เทคนิคการเจรจาต่อรองแบบเหนือชั้น       

 

The  Power of  Persuasion : จิตวิทยาและวาทศิลป์การโน้มน้าวใจ

 

Think Out  Of  The  Box : กระตุกต่อมความคิดสร้างสรรค์

 

Presentation Skills for success : ทักษะการนำเสนออย่างมืออาชีพ

 

Effective Communication : เทคนิคการสื่อสารภายในองค์กร

 

Business Strategic Planning : การวางแผนกลยุทธุ์ เพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ

 

Change Management : การบริหารการเปลี่ยนแปลง

 

Key Account Management

 

 

หลักสูตร 6 เครื่องมือหลักในการบริหารทีมขาย


Sales-Management

 

หลักสูตร 6 เครื่องมือหลักในการบริหารทีมขาย
6 Tools to Manage Sales Team

เปิดเผยเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างบริหารทีมขาย ให้เพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ...

ถ้าคุณอยู่ในตำแหน่งที่ต้องบริหารจัดการทีมขาย คุณเคยเจอปัญหาเช่นนี้หรือไม่?

  1. ทีมขายไม่ตั้งใจขาย ทั้ง ๆ ที่มีโอกาสที่จะปิดการขาย
  2. ทีมขายขาดแรงจูงใจที่สำคัญ ทำให้ไม่สามารถปิดการขายได้
  3. ทีมขายไม่มีวินัยในการทำงานที่ตนเองรับผิดชอบ
  4. ทีมขายไม่ซื่อสัตย์ต่อการทำงานของตนเอง
  5. ทีมขายไม่พัฒนาทักษะความรู้ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้
  6. ทีมขายการขาดมาตรฐานในการบริหารทีมขาย ทำให้มีความสับสนและขาดทิศทาง
  7. ข้อขัดแย้งในทีมขายด้วยกันเองจนส่งผลกับยอดขายของทีม
  8. ปัญหาต่าง ๆ ในทีมขายที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

หลักการและเหตุผล

เป็นที่ทราบกันดีว่า ยอดขายในทุกองค์กรนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างเพียงคนใดคนหนึ่ง การสร้างยอด การเพิ่มยอดเป็นสิ่งที่ถูกสร้างจากทีมงานขายที่ถูกกำกับและดูแลจากผู้นำการขาย ที่จะต้องเปลี่ยนหรือพัฒนาศักยภาพของทีมงานขายให้เป็นการสร้างยอดขาย  ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับผู้นำการขาย เพราะพนักงานขายทุกคนต่างมีแนวคิดเป็นของตนเอง ไม่ว่าสินค้าที่จะหน่ายจะเป็นสินค้าเช่นไร เช่น สินค้าบางตัวอาจจะขายได้ด้วยตนเอง เช่นสินค้าที่จำหน่ายตามฤดูกาล ผู้นำการขายยังเป็นกุญแจที่สำคัญ ในการที่จะผลักดันให้ได้ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นจากพนักงานพนักงานขายของตนเอง ดังเช่นองค์กรชั้นนำทั่วไปจึงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาผู้นำการขายเพื่อให้ผู้นำการขายเข้าใจถึงหลักปฏิบัติหรือแนวทางในการที่ทำให้ทีมงานขายของตนเอง มีความมุ่งมั่น มีวินัย และมีทักษะที่ดีที่จะสร้างยอดขาย  ซึ่งผู้นำการขายที่ล้มเหลวในหลายองค์กรเพราะองค์กรมีความความเข้าใจผิดคิดว่าทักษะของการขายที่เก่งของพนักงานขายที่เก่งจะสามารถมารถขึ้นมาบริหารทีมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทักษะในการขายกับทักษะในการบริหารทีมขายเป็นทักษะคนละประเภทกัน ดังนั้นองค์กรขั้นนำจึงมีประบวนการในการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำงานขายแบบเจาะลึกเพื่อการก้าวขึ้นเป็นผู้นำการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตร “6 เครื่องมือหลักในการบริหารทีมขาย 6 Tools to Manage Sales Team” เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อการพัฒนาทักษะของผู้นำการขาย ทำให้สามารถบริหารทำให้ทีมขายสามารถทำงานขายเชิงรุก ที่มุ่งเน้นการสร้างยอดขาย และการบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ในทีมงานขายของพนักงานขายแต่ละคนรวมถึงปัญหาของทีมขายเช่นกัน สร้างทีมขายให้เป็นมืออาชีพผ่านกระบวนการหล่อหลอมให้ทีมขายนำศักยภาพที่แท้จริงมาเพื่อสร้างยอดขายทำให้มีความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและถาวรต่อไป

วัตถุประสงค์

  1. ความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของการบริหารทีมขาย
  2. เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมความสำเร็จให้ทีมขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เข้าใจขั้นตอนของ 6 เครื่องมือในการบริหารทีมขายอย่างละเอียดและปฏิบัติได้
  4. เข้าใจหลักการวางแผนผังแม่บทของทีมขาย และสามารถประยุกต์ในการทำงานจริง
  5. สร้างและพัฒนาทีมงานขายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
  6. สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการสร้างทีมขาย

 

 

ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับผู้เรียนจะสามารถ:

  • พัฒนาแนวคิดและทักษะในการบริหารทีมขายที่มุ่งผลงานการขายเป็นที่ตั้ง
  • สร้างยอดขายจากทักษะการขายของทีมงาน ที่ต้องเร็ว คม และชัดเจน
  • สิ่งที่ควรและไม่ควร ทำในฐานะของการเป็นผู้บริหารทีมขาย
  • ศึกษา 6 กล่องเครื่องมือ ที่จะทำให้งานขายมีความลื่นไหล ไร้อุปสรรค
  • องค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างทีมขาย และทำอย่างไรให้เก็บรายละเอียดขององค์ประกอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เข้าใจถึงอิทธิพลของสภาพแวดล้อมด้านต่าง ๆ ที่มีผลต่อการขาย
  • เข้าใจถึงวิธีการสร้างรูปแบบการขายที่สำคัญ (Master Sales Pattern)
  • เข้าใจหลักในการเสริมสร้างกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่นในอาชีพการขาย ให้ทีขาย
  • รู้และเข้าใจถึงหลักการทำแผนกลยุทธ์ด้านการขาย (Strategic Sales Planning)
  • การจัดโครงสร้าง (Organizing) การแบ่งเขตความรับผิดชอบและการวางแผนอัตรากำลัง (Manpower Planning)
  • หลักการสร้างแรงจูงใจ การสร้างพลังให้ทีมงานขาย
  • นำไปพัฒนายุทธวิธีในการบริหารทีมงานขายเพื่อสร้างยอดขาย

การออกแบบหลักสูตร
แนวการพัฒนาหลักสูตรนี้ ได้ประยุกต์มาจากหลักสูตรการบริหารการขาย (Sales Force Management Program) ที่วิทยากรสำเร็จมาจาก University of San Francisco และการเจรจาต่อรองจาก Notre Dame University  ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้พัฒนามาจากกระบวนการ “การวิจัยและค้นคว้า” ในเรื่องพฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อและอิทธิพลในการขาย โดยการสำรวจ ผู้บริหาร งานขาย ผู้ขาย ผู้ซื้อและรวบรวมจากบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขาย นำมาออกแบบเนื้อหาหลักสูตร รวมถึงชุดฝึกต่างๆ ที่จะมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้สมัยใหม่ทำให้ทุกคนได้ฝึกฝนเป็นราย บุคคล ที่เรียกว่า ระบบโค้ชชิ่ง (COACHING)

วิธีการสัมมนา
ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย:

  • Group Discussion
  • Individual Assignment
  • Individual/Group Presentation
  • Role Play in Real Situation for Individual
  • Case Study

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
ผู้จัดการฝ่ายขาย ผู้นำ หัวหน้างาน ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายขาย ผู้ที่ต้องเข้ามาดูแลทีมงานขาย ผู้บริหารองค์กร ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ผู้จัดการและผู้บริหารที่รับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์ นโยบาย การวางแผนงาน การปฏิบัติการ ตลอดจนการติดตาม และวัดผลการดำเนินการงานด้านการให้บริการขององค์กร และผู้ที่ต้องการเจริญเติบโตในอาชีพการขาย

รายละเอียดหลักสูตร
วันที่ 1 : How to build up effective modern sales force management?

  • สำรวจความท้าทายและความพร้อมในการเพิ่มยอดขายของทีมงานขาย
  • บทบาทในการเป็นผู้บริหารทีมขายอัจฉริยะ
  • ข้อเท็จจริงในการบริหารทีมขายในอนาคตเพื่อการพัฒนาทีมให้ทันกาล
  • รูปแบบในการสร้างทีมขายในอุดมคติเพื่อเพิ่มยอดขาย: Sales Dream Team
  • แม่บทหรือหลักของกระบวนการในการ สร้างคนขาย ให้เข้ากับงาน
  • พัฒนากล่องเครื่องมือ 6 ใบในการบริหารทีมขายให้มีประสิทธิภาพ
  • การสร้างสมดุลในการวางแผนการขาย เป้าหมาย และ คน
  • กรอบในการวางแผนการขายเพื่อการสร้างเป้าขายในทุกสถานการณ์
  • องค์ประกอบในการสร้างแผนงานการขายให้มีความเหมาะสมกับทีมขาย
  • เทคนิคการพยากรณ์ยอดขาย เพื่อสร้างแผนการของการขาย
  • รูปแบบในการพยากรณ์ยอดขาย และการประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์จริง
  • ข้อผิดพลาดในการวางแผนการขาย แต่ไม่ได้ตามเป้าหมาย
  • จัดทำ Workshop กรณีศึกษา ฝึกหัดรายบุคคล ระดมสมองและนำเสนอ

วันที่ 2 : How can build up effective organisation and professional sales team?

  • ความสำคัญในการจัดโครงสร้างทีมขาย เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคในการขายของทีมงาน
  • รูปแบบการจัดโครงสร้างในการขายในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพการขายสูงสุด
  • ความสำเร็จในการจัดโครงสร้างและเส้นทางการวางโครงสร้าง
  • ประเภทของโครงสร้างในการจัดทีมขายในการทำงานต่าง ๆ
  • การจัดโครงสร้างการขายให้เข้ากันกับโครงสร้างลูกค้า
  • ความสำคัญแนวคิดเรื่องการแบ่งเขตในการขาย
  • วิเคราะห์การออกแบบเขตความรับผิดชอบในการขาย
  • การจัดเส้นทางในการเดินทางเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการขายสูงสุด
  • วิเคราะห์ข้อดี ข้อเสียในการแบ่งเขตความรับผิดชอบในการดูแลการขาย
  • การกำหนดคุณสมบัติและสรรหาทีมงานขายให้ได้ดั่งใจ
  • กระบวนการการสรรหาและการสร้างข้อกำหนด เพื่อการทดสอบ วัดประเมินในการสรรหา
  • การมอบหมายงาน การสั่งการ ให้ได้ตามความคาดหวังของทีมงานขาย
  • รูปแบบวิธีการสั่งการ ต่าง ๆ เพื่อความเหมาะสมในการสร้างทีมขาย
  • จัดทำ Workshop กรณีศึกษา ฝึกหัดรายบุคคล ระดมสมองและนำเสนอ

วันที่ 3 : How to motivate sales team to focus on increasing sales revenue?

  •  แนวคิดเรื่องการสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงานขาย
  •  การสร้างแรงจูงใจในรูปแบบ you win, I win
  •  รูปแบบการสร้างแรงจูงใจประเภทต่าง ๆ และอะไรความคาดหวังของทีมงานขาย
  •  ขั้นตอนในการสร้างแรงจูงใจที่มีประสิทธิภาพ เพื่อความมุ่งมั่นในการทำงาน
  •  การบริหารค่าตอบแทน การคิดค่าตอบแทนสำหรับฝ่ายขายในรูปแบบต่างๆ
  •  การออกแบบค่าตอบแทนที่ตรงวัตถุประสงค์องค์กรและตอบโจทย์ทีมขาย
  •  การสอนงาน การพัฒนาทักษะในการขาย
  •  รูปแบบการสอนงานแบบต่าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มยอดขาย
  •  การประเมินผลการทำงานของทีมขาย และการควบคุมทีมขายให้มีประสิทธิภาพ
  • การิเคราะห์เครื่องมือที่สำคัญ ที่ช่วยในการขาย การสร้างระบบการติดตามความคืบหน้า
  • การวิเคราะห์ 12 กรณีศึกษาและการปัญหาในงานขายเพื่อการเพิ่มยอดขาย
  • จัดทำ Workshop กรณีศึกษา ฝึกหัดรายบุคคล ระดมสมองและนำเสนอ

อุปกรณ์ใช้ประกอบการบรรยาย : LCD Projector , Flipchart
ระยะเวลาฝึกอบรม : เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ระยะเวลา 3 วันเต็ม ประมาณ 18 ชั่วโมง

วิทยากร : ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย: วศบ. MS(EM), Ph.D-Management และสำเร็จการศึกษาโดยตรง ด้านการขายจากประเทศสหรัฐอเมริกา

  • Certificate of Expert Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Transitioning to Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Negotiation Essential, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Advance Negotiation, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Principle of Persuasion (POP) Workshop: The New York Time Business Best Seller for over 16 weeks)
  •  Certificate of Strategies for Conflict Management Program from Notre Dame University, USA
  • นักเรียนทุนด้าน “การเป็นวิทยากรด้านการบริหารจัดการ MTP: Management Training Program”  จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยไปศึกษาเรื่องบริหารจัดการจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 17 วัน
  • ผู้บริหารบริษัท 1 ใน 500 Fortune ของ USA,

 

 

 

กลุ่ม หลักสูตร Sales & Marketing

หลักสูตร การขาย,หลักสูตร การนำเสนอ,หลักสูตร การตลาด

Sales-Marketing-400x600

กลุ่ม หลักสูตร ผู้บริหารฝ่ายขาย
1 หลักสูตร 6 เครื่องมือ หลักในการบริหารทีมขาย,6 Tools to Manage Sales Team

กลุ่ม หลักสูตร การขาย
1.หลักสูตร 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ, 8 steps of Professional Selling Skills : 2 วัน
2.หลักสูตร กลยุทธ์การขายชั้นสูง Advance Modern Selling Skills : 2 วัน
3.หลักสูตร การสร้างนักขายให้เป็นมืออาชีพในงานขายฉบับปฏิบัติการ Effective Selling Skills for Excellent Performance: 2 วัน
4.หลักสูตร นักขายป้ายแดง Professional Selling Techniques : Back to the Basic
5.หลักสูตร ปลุกพลังทางความคิด พิชิตใจลูกค้า Sales Motivation and Approach Techniques: 1 วัน
6.หลักสูตร ทะลุเป้าขาย ง่ายนิดเดียว Top Performance Selling Skills: 2 วัน
7. หลักสูตร พัฒนาความเป็นเลิศในงานขายทางโทรศัพท์ ฉบับ เน้นปฏิบัติการ Tele-Selling Skills for Excellent Performance 1 วัน
8.หลักสูตร การบริหารลูกค้าคนสำคัญ Key Account Management : 1 วัน
9. หลักสูตร โปรแกรมการพัฒนาทีมขาย
10. หลักสูตร เทคนิคการขายยุคใหม่ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจที่ถดถอย: 2 วัน
11.หลักสูตร การบริหารเวลาเชิงรุกเพื่อเพิ่มยอดขาย Dynamic Time Management for Sales : 1 วัน
12.หลักสูตร พนักงานขายหน้าร้าน Shop Selling Technique : 2 วัน
13.หลักสูตร Effective Cold Call Strategies : 2 วัน
14.หลักสูตร เทคนิคการตลาด และ การขาย ยุคใหม่ เพื่อความสำเร็จ (Sales and Marketing Challenge Approach Techniques) : 1 วัน
15.หลักสูตร กลยุทธ์การ ปิดการขาย : Closing the Sales Strategies : 2 วัน
16.หลักสูตร การสร้างต้นแบบในการขาย : Master Sales Blueprint : 2 วัน
17.หลักสูตร ผู้บริหารการขายเชิงรุก : How to be Dynamic Sales Coaching : 3 วัน
18.หลักสูตร เทคนิคการขายหน้าร้าน Effective Strategic Sales Approach : 1วัน
19.หลักสูตร สุดยอดเทคนิคการขายเชิงรุก อย่างนักขายมืออาชีพ How To Win Customer Like Professional : 2 วัน
20.หลักสูตร ทลายความคิดที่ปิดกั้น เพื่อปลุกพลังความคิด พิชิตใจลูกค้า:1 วัน
2
1.หลักสูตร 
เทคนิคการเพิ่มยอดขาย ด้วยการขายเพิ่มและการขายข้ามผลิตภัณฑ์อย่างมืออาชีพ : 1วัน
22.หลักสูตร เทคนิคการขายยุค 4.0 เดินให้ดี มีแต่ได้ : 1วัน
23หลักสูตร 7 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในการขายและการเจรจาต่อรอง 
24.หลักสูตร อบรมการขาย เพื่อการพัฒนาศักภาพสำหรับนักขายแต่ละบุคคล : 2 วัน

หมวด หลักสูตรการนำเสนอ
1.หลักสูตร เทคนิคการนำเสนอผลิตภัณฑ์ เพื่อความเหนือชั้นกว่าทางธุรกิจ Excellent Product Presentation: Techniques and Strategy: 2 วัน
2.หลักสูตร ทักษะการนำเสนออย่างมืออาชีพ, Presentation Skills for Success: 2วัน
3.หลักสูตร การนำเสนอผลงาน ให้โดนใจเจ้านาย Effective Presentation Skills for Team: WorkShop : 1 วัน
4.หลักสูตร การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ : 2 วัน
5.หลักสูตร การเพิ่มศักยภาพและการปรากฎตัวต่อสาธารณชน  Speech Power Program : 1 วัน
6.หลักสูตร การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก Dynamic Train the Trainer : 2 วัน
7.หลักสูตร 
หัวข้อ เปลี่ยนแปลงความคิดผู้ฟัง จากพลังของการเล่าเรื่องThe Power of Storytelling (Workshop & Mentor) : 1 วัน

 

หลักสูตร การตลาด
1.หลักสูตร การวางแผนการตลาดและการขาย เชิงรุก Dynamic Sales & Marketing Strategies : 2 วัน
2.หลักสูตร  เทคนิคการตลาด – เพื่อเจาะหน่วยงานของรัฐ (Marketing Approach for Government Sector) :1 วัน
3.หลักสูตร 
Advance Modern Marketing and Sales for Better Revenue 1 วัน

 

การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์

 

%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99

หลักสูตร
การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์
Customer Relationship Management

หลักการและเหตุผล
ในยุคปัจจุบัน สภาวะทางการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงและทวีความรุนแรงมากขึ้นตลอดเวลา ผู้ประกอบการทั้งหลายต่างประสบปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้องค์กรธุรกิจต่างๆ หันมาให้ความสนใจกับการที่จะรักษาลูกค้าในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งนอกจากนี้ยังรวมไปถึงการหาลูกค้าใหม่ และการดึงลูกค้าเก่าที่ไม่ได้ Contact กับองค์กรธุรกิจนั้นแล้ว โดยการใช้วิธีการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) เข้ามาช่วยในการบริหารของธุรกิจ ดังนั้น นักบริหารทางการตลาดและองค์กรธุรกิจทั้งหลายต่างสรรหาวิธีการต่างๆ รวมถึงกลยุทธ์ใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันและช่วงชิงความได้เปรียบทางการตลาด และนำการบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) มาปรับใช้กับธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลต่อองค์กรธุรกิจ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน และช่วงชิงความได้เปรียบทางการตลาดแบบ CRM
2. เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าหรือบริการของธุรกิจอย่างต่อเนื่องและเป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้า
3. เพื่อให้ลูกค้ามีความภักดี (Loyalty Brand) ต่อธุรกิจหรือบริการและมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าหรือการบริการของธุรกิจ
4. เพื่อให้ลูกค้ามีการแนะนำสินค้าหรือบริการต่อไปยังผู้อื่นเกิดการพูดแบบปากต่อปาก(Words-of-Mouth) ในทางบวก

หัวข้อการอบรม 2 วัน
1. อิทธิพลและแรงกดดันของธุรกิจในยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization Business Pressure and Influencing) ดัชนีของความสำเร็จในยุคปัจจุบัน (Key Success Business Indicator)
2. ความต้องการของลูกค้าและประเภทของลูกค้า (Customer Demand and Categories)
3. ความหมาย ความสำคัญและองค์ประกอบ CRM
4. กระบวนการและขั้นตอนจัดทำ CRM (CRM Process)
5. กระบวนการ การจัดทำ I-CRM
6. แนวคิดการสร้างความพึงพอใจแบบครบวงจร
7. ความสัมพันธ์ของตลาดภายใน(Internal Marketing) และตลาดภายนอก (External Marketing)
8. หลักการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM Management Paradigm)
9. จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ ตามหลักของ CRM
10. การบริการตามแนวคิดพิชิตใจลูกค้า
11. การวางแผนเฉพาะบุคคลในการจัดการCRM
12. เครื่องมือสำหรับ CRM (CRM Tools) ยุคใหม่
13. กรณีศึกษา

วิทยากร : ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

The Super Manager (English)

The Super Manager:

How to improve your organization productivities?

(8 Modules with 15 Cases Studies of the Principle of Management)

 

 

Remark: This program was applied from “management program” that Dr.Surachai obtained scholarship from The Oversea Human Resource and Development Association (HIDA)   and The Japan Industrial Training (JITA) where part of Japan government to certified as a trainer in course name:  “Trainers’ Training Course on Management Training Program” at Osaka, Japan for 17 days

 

Manager is very important in management world. Many companies pay all their attention to develop manager skills because managers are a key person to lead business for success or fail. The functions of managers are management that are planning, organizing, directing, and controlling. The successful managers are viewed as someone who achieves companies target by following the prescribed activities and by maintaining behaviors and products within prescribed limits.

To lead, however, is to inspire, to influence, and to motivate team. Effective manager inspire others to pursue excellence, to extend themselves and to go beyond their perform job requirements by generating creative ideas.  “The Super Managers are people act as leaders who do the right thing.” This distinction is somewhat overstated, since effective The Super Managers do a lot of managing and effective managers need to lead. But it serves to emphasize an important organizational outcome: the creation of an energetic and highly committed work force that is successfully adapting to the demands of a changing environment and competently producing a viable product or service.

Why is “The Super Manager” necessary? Most organizations are highly structured and have relatively clear lines of authority, stated objectives, and momentum to carry them forward. Why, then, is there a need for incremental influence beyond the routine directives and formal job requirements? Four reasons have been proposed to explain the need for ongoing The Super Manager.

          Incomplete organizational structure: The first reason why “The Super Manager” is necessary is because there is a degree of incompleteness in every organization design. Social organizations cannot be designed to be like machines, which are simply turned on and allowed to run untouched. The Super Managers are needed to structuring the tasks, decide who should do what, and delegate work assignments, level.  The Super Managers help the people they lead to accomplish their collective goals.

          External change: The second reason why The Super Managers are necessary is because the organization exists in a changing environment. As the external environment changes, The Super Managers are needed to identify the strategic mission of the organization and help it adapt to its changing environment.

          Internal change: The third reason for The Super Managers stem from the dynamics of internal change in the organization. The Super Manager is needed to coordinate the efforts of diverse organizational units, particularly during periods of rapid growth or decline. The Super Manager is necessary to solve internal conflicts and settle differences of opinion.

          Motivate and inspire: The fourth reason why organizations require The Super Manager stems from the need to motivate people and maintain their involvement in the organization. Individuals are not permanent fixtures within the organiza­tion. Instead, they come and go, and when they are present, their needs and Intel interests change. Effective Manager provides meaning and purpose by creating a vision of where the organization is going. This ability to inspire and motivate others and transform them into committed contributors to the organi­zation is the function of The Super Manager.

Course Objectives:

  1. Management, Manager Supervisor and team or concerned persons will understand principle of management by using international standard to increase productivities.
  2. Understand roles of The Super Manager, follower, team, operation and communication in each working level.
  3.  To increase potential and development management skills for The Super Manager.

 

 

The Super Manager was designed for:

Top management, Manager, someone who was promoted to be manager, leader, supervisor in organization.

Training methodologies:

Coaching style will be used to train and combine with Adult Learning: Accelerated Learning. These methodologies will combine between workshop and theory in 50% and 50% by using below:

v Group Discussion

v Individual Assignment

v Individual/Group Presentation

v Role Play in Real Situation for Individual

v Case Study

v Clip Video

Training Duration: To get the better result and cover all management modules. Course was designed for 5 days. We can design to separate training day like every once a month for 5 months.

Day 1 : Module 1: Why The Super MANAGER is more Important?

  • § To understand management model VS manager roles.
    • § Why managers are more important for modern management in 21st Century
    • § Concept of modern management as a modern manager.
    • § Any misunderstanding when you are appointing as a manager.
    • § Do and Don’t performance as a manager
    • § Key management roles when you were a manager and what is personality of professional manager?
    • § Workshop1: Self-assessment as a Leader

 

Module 2: Principle of Management for success team

  • § Management concepts for excellent performances.
  • § Principle of management for success.
  • § What is Managements Element and Standards?
  • § Organization Problem analysis and creative in management.
  • § Organization Problem identifies and type of problem analytical.
  • § Creative Thinking: Increase levels of creative thinking to solve organization problem.
  • § Workshop

 

Day2 Module 3: How to increase productivities and efficiency in management

  • § How to increase working productivities.
  • § How to plan and analyst working to set up working blueprint to improve productivities.
  • § How to improve before and after of business activities.
  • § Process to increase working productivities to get better outcome.
  • § Workshop

 

Module 4: Tools and Core competency of organization management: Planning, Directing

  • § How to plan for success management.
  • § Types of planning and you to apply for current situation.
  • § Process and key success in planning.
  • § Concept and how to direct subordinate for success.
  • § Type of directing and how to apply team directing for current situation.
  • § Workshop

 

Day 3 Module 5: Tools and Core competency of organization management: Control, Coordinating

  • § Concept of controlling to improve working productivities.
  • § How to control in management: Techniques and methodologies?
  • § How coordinate is more important as a super manager?
  • § Principle of coordinate to get better outcome.
  • § Type of effective coordinating and how to apply for current situation to get better performance.
  • § Workshop

 

Module 6: How to increase productivities from Team development for success

  • § Meaning of Team Development and what is element of team development.
  • § How to develop subordinate skills and increase team competency.
  • § Understand of human behavior and characteristic of human
  • § Coaching and on the job training:         Process of learning and how people understand?
    • § Principle of communication for coaching to achieve objective.
    • § Coaching model: How to be effective coaching to team?
    • § Analytical of developing model to match with in various types of team.
    • § Workshop

 

Day 4 Module 7: Leadership and management and Manage Team Attitude

  • § Why leadership is important to manage organization.
  • § 4 types of leadership and self-identify for type of leadership.
  • § Leadership with management power.
  • § Leadership for management success.
  • § Leadership VS Leader
  • § Attitude and Problem solving in any situation.
  • § Attitude and change Team’s attitude.
  • § Problem solving and manage any team concerns.
  • § Workshop

 

Day 5 Module 8: Analytical of effective communication and Human Psychologies

  • § Why communication and management is more important?
  • § Understand elements of effective communication.
    • § Understand elements of human behavior of team.
    • § Understand psychology of teamwork and how manage other persons.
    • § Principle of interpersonal in team as a super manager.
    • § Analysis individual human behavior and interpersonal.
    • § What is concerned in team and how to manage team concerned?
    • § Communication techniques for effective in working: win-win.
    • § How important of communication to use for management?
    • § Workshop

หลักสูตร การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก


การเตรียมตัวเพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก

หลักสูตร  การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก 

 Dynamic Train Trainer – WorkShop

หลักการและเหตุผล หลักสูตร  การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก 
ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน การเรียนรู้เพิ่มเติมเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นยิ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพการทำงานของพนักงานให้สามารถที่จะแข่งขันกับคู่แข่งขันทางธุรกิจได้ การฝึกอบรมหรือการเรียนรู้จึงมีมาในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะทำให้พนักงานได้รับรู้ความรู้ในหลายรูปแบบเหล่านั้น ดังนั้นผู้สอนหรือผู้ที่ให้การฝึกหัด จึงมีความสำคัญยิ่งในการให้ผู้เข้าเรียนนั้นได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด สามารถที่จะทำเรื่องที่ยากให้เป็นเรื่องง่าย โดยผ่านกระบวนการของการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ทักษะของผู้ฝึกสอนจึงมีความสำคัญในการถูกนำมาเพื่อใช้ในการถ่ายทอดเทคนิคและ กลยุทธ์ต่าง ๆ ให้กับผู้เรียน
หลักสูตร “การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก” จึงถูกออกแบบตามแนวความคิดให้มีความสอดคล้องกับการเรียนรู้ของทีมงาน ผู้ฝึกสอน จะได้เข้าใจในบุคลิกลักษณะของผู้เรียน เทคนิคการนำการสอนให้มีความเร้าใจ โดดเด่น ทำให้ทีมงานทุกคนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของการ ทำงาน ทำให้องค์กรนั้นมีความเหนือชั้นกว่าคู่แข่งได้อย่างไม่ยากเย็น

วัตถุประสงค์ หลักสูตร  การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก 
1. ผู้บริหาร ทีมงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าใจหลักการสอนงาน
2. มีความเข้าใจหลักการสอนงาน สู่การปฏิบัติ
3. เพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานในการสอนงาน

เนื้อหาในการอบรม หลักสูตร  การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก 
 แนวคิดและหลักการเกี่ยวกับการเป็นวิทยากร (Training Concept)
 ขั้นตอนการฝึกอบรม (Training Process)
 คุณสมบัติและหน้าที่จำเป็นของวิทยากร(Role and Qualification of Trainer)
 ฝึกปฏิบัติการ (Workshop)
 สภาพแวดล้อมของการเรียนการสอน(Environment Preparing for Training)
 การพัฒนาเทคนิคการสอน โดยอาศัยหลัก 4 Dimensions
 เทคนิคการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีส่วนร่วมในการเรียน(How to build participation learning style)
 ฝึกปฏิบัติการ (Workshop)
 การจัดเตรียมแผนการสอน (Training Plan Preparing)
 หลักการเริ่มต้นอย่างไร ให้ประทับใจ สกดคนฟัง
 หลักการพูด การใช้คำ และการบรรยาย (Verbal and Presentation Techniques)
 การเตรียมสื่อและอุปกรณ์ในการสอน (Training media and tools)
 ฝึกปฏิบัติการ (Workshop)
 เทคนิคการฝึกอบรมประเภทต่าง ๆ (Training Techniques)
 สิ่งใดควร(Do) และสิ่งใดไม่ควร(Don’t) ในการเป็นวิทยากร
 เทคนิคการรับ และการตอบคำถาม (Question Handling Techniques)
 ฝึกปฏิบัติการ (Workshop)

หลักสูตรนี้ ออกแบบเฉพาะสำหรับ
พนักงาน ผู้ที่เป็นผู้ฝึกอบรม วิศวกร ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับและ ทุกองค์กรที่ต้องติดต่อกับลูกค้า และต้องการสร้างกลไกการฝึกอบรมให้กับตนเอง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในงานเพื่อพัฒนาธุรกิจของตนเอง

วิธีการสัมมนา
• แนวการสอนเป็นรูปแบบที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Professional Learning Method)
• จากแนวคิด สู่การปฏิบัติ Work Shop
• บทบาทสมมุติ (Role Play)

ระยะเวลาฝึกอบรม : 2 วัน

 

 

หลักสูตร เทคนิคการปฏิสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Interaction Personality )

หลักสูตร เทคนิคการปฏิสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Interaction Personality )

หลักการและเหตุผล
การ ปฏิสัมพันธ์(Interaction) ในยุคปัจจุบันมีการขยายวงกว้างมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งมีความสลับซับซ้อนทั้งเชิงลึก(Depth) และเชิงกว้าง (Width) มากขึ้น ซึ่งเป็นอิทธิพลของยุคของการติดต่อสื่อสารไร้พรมแดน(Border-Less) หรือที่เรียกว่าโลกาภิวัตน์(Globalization) ทำให้ทุกคนมีต้องการปฏิสัมพันธ์มากขึ้นทั้งในชีวิตประจำวัน และในชีวิตการทำงาน การติดต่อสื่อสารมีการขยายวงกว้างมากขึ้น มีการติดต่อในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น การเสริมสร้างศักยภาพของบุคลิกภาพ(Personality)และการปฏิ สัมพันธ์(Interaction) ที่เป็นสากล อีกทั้งความเข้าใจในบทบาททางสังคม (Social Roles) จึงเป็นเสมือนกลไกในการช่วยให้การติดต่อสื่อสารมีประสิทธิภาพ(Effective Communication Tools) มากขึ้น ซึ่งสามารถทำให้ผลของการปฏิบัติงานสามารถเป็นแรงผลักดันให้สำเร็จลุล่วงไป ด้วยดี อีกทั้งมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจ ความเตรียมพร้อมตนเองอยู่เสมอในทุกสถานการณ์เพื่อรองรับต่อสถานการณ์ที่จะ เกิดขึ้น ด้วยหลักการที่ว่า ธุรกิจในยุคโลกา ภิวัฒน์(Globalization) ไม่จำเป็นที่จะเกิดในสำนักงาน (Office) หรือสถานที่เฉพาะเจาะจง (Certain Place) เท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกที่และทุกเวลา ดังนั้นเทคนิคการปฏิสัมพันธ์(Interaction Techniques) จะทำให้เข้าใจถึงบทบาทของบุคคลในประเภทต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแต่นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ยังสามารถนำมาใช้ในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจได้อย่างมีประ สิทธิภาพ ทำให้สามารถเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันทางธุรกิจ (Business Competitiveness)ได้ ผู้ได้รับการอบรมจะมีแนวทางนำไปประยุกต์ใช้กับตนเองให้มี ความสอดคล้องกับสภาวะต่างๆ ในชีวิตประจำวันทั้งที่เป็นเรื่องส่วนตัวและธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางการแข่งขัน ในยุคปัจจุบัน

ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ
1) เข้าใจหลักพื้นฐานการปฏิสัมพันธ์ทั่วไปและในทางธุรกิจ
2) เข้าใจถึงกระบวนการและการนำปฏิสัมพันธ์ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
3) สภาพแวดล้อมของการปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป
4) ทักษะการค้นหารูปแบบที่แหมาะสมกับตนเองเพื่อการปฏิสัมพันธ์
5) สามารถนำไปพัฒนาการปฎิสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
ผู้ ประกอบการ ผู้บริหารระดับสูง พนักงานฝ่ายการตลาดและพนักงานขายทุกระดับ พนักงานฝ่ายการบริหารทั่วไป เพื่อเป็นการเข้าใจแนวความคิดใหม่ทางการตลาดในการให้ความสำคัญต่อการปฏิ สัมพันธ์มากยิ่งขึ้น ผู้สนใจทั่วไป

รูปแบบการฝึกอบรม
บรรยายเชิงวิชาการ และ การปฏิบัติการ (Workshop)

อุปกรณ์ใช้ประกอบคำบรรยาย
LCD Projector / Flip Board

ระยะเวลาการอบรม
เพื่อให้ครอบคลุม ถึงเนื้อหา สาระของเนื้อหาทางวิชาการ และ การปฏิบัติการ(Workshop) ระยะเวลาในการอบรมมีระยะเวลา 1 วันเต็ม

หัวข้อการอบรม
–  หลักบุคลิกภาพและปฏิสัมพันธ์
– แนวความคิดการปฏิสัมพันธ์
– ขั้นตอนการค้นหาตนเอง โดยเทคนิคภาพสะท้อน (Reflect Techniques)
– ลำดับชั้นของการปฏิสัมพันธ์ เข้าใจเขา เข้าใจสถานการณ์
– ขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อเผชิญ สถานการณ์ต่าง ๆ
– หลักการวางตัวเพื่อให้เป็นที่ประทับใจผู้อื่น
– แนวความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างกลไกการปฏิสัมพันธ์
–  การปฏิสัมพันธ์ในทางธุรกิจ
– รายละเอียดของการปฏิสัมพันธ์ในสถานะการณ์ทางธุรกิจ
– การสร้างความประทับใจจากการทักทายอย่างไทย สากล
– การเรียนรู้ ท่าทาง เพื่อการสื่อสาร
– การเข้าพบ และการวางตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสม สร้างความประทับใจ
– การใช้เทคนิคการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เพื่อการสร้างเสน่ห์ 

หลักสูตร การเตรียมตัวเพื่อเป็น วิทยากร เชิงรุก : Train the Trainer

Train The Trainer

หลักสูตร การเตรียมตัวเพื่อเป็น วิทยากร มืออาชีพ

Train the Trainer

หลักการและเหตุผล
ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน การเรียนรู้เพิ่มเติมเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นยิ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพการทำงานของพนักงานให้สามารถที่จะแข่งขันกับคู่แข่งขันทางธุรกิจได้ การฝึกอบรมหรือการเรียนรู้จึงมีมาในรูปแบบต่าง ๆ ที่จะทำให้พนักงานได้รับรู้ความรู้ในหลายรูปแบบเหล่านั้น ดังนั้นผู้สอนหรือผู้ที่ให้การฝึกหัด จึงมีความสำคัญยิ่งในการให้ผู้เข้าเรียนนั้นได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด สามารถที่จะทำเรื่องที่ยากให้เป็นเรื่องง่าย โดยผ่านหระบวนการของการสอนในรูปแบบต่าง ๆ ทักษะของผู้ฝึกสอนจึงมีความสำคัญในการถูกนำมาเพื่อใช้ในการถ่ายทอดเทคนิคและกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้กับผู้เรียน
หลักสูตร “การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก” จึงถูกออกแบบตามแนวความคิดให้มีความสอดคล้องกับการเรียนรู้ของทีมงาน ผู้ฝึกสอน จะได้เข้าใจในบุคลิกลักษณะของผู้เรียน เทคนิคการนำการสอนให้มีความเร้าใจ โดดเด่น ทำให้ทีมงานทุกคนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของการทำงาน ทำให้องค์กรนั้นมีความเหนือชั้นกว่าคู่แข่งได้อย่างไม่ยากเย็น

วัตถุประสงค์
1. ผู้บริหาร ทีมงาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าใจหลักการสอนงาน
2. มีความเข้าใจหลักการสอนงาน สู่การปฏิบัติ
3. เพื่อเพิ่มศักยภาพทีมงานในการสอนงาน

เนื้อหาในการอบรม
วันที่ 1 (Day 1)
1.แนวคิดและหลักการเกี่ยวกับการเป็นวิทยากร (Training Concept)
2.ขั้นตอนการฝึกอบรม (Training Process)
3.คุณสมบัติและหน้าที่จำเป็นของวิทยากร(Role and Qualification of Trainer)
4.ฝึกปฏิบัติการ (Workshop)
5.สภาพแวดล้อมของการเรียนการสอน(Environment Preparing for Training)
6.การพัฒนาเทคนิคการสอน โดยอาศัยหลัก 4 Dimensions
7.เทคนิคการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีส่วนร่วมในการเรียน(How to build participation learning style)
8.ฝึกปฏิบัติการ (Workshop
)9.การจัดเตรียมแผนการสอน (Training Plan Preparing)

วันที่ 2 (Day 2)
1.หลักการเริ่มต้นอย่างไร ให้ประทับใจ สกดคนฟัง
2.หลักการพูด การใช้คำ และการบรรยาย (Verbal and Presentation Techniques)
3.การเตรียมสื่อและอุปกรณ์ในการสอน (Training media and tools)
4.ฝึกปฏิบัติการ (Workshop)
5.เทคนิคการฝึกอบรมประเภทต่าง ๆ (Training Techniques)
6.สิ่งใดควร(Do) และสิ่งใดไม่ควร(Don’t) ในการเป็นวิทยากร
7.เทคนิคการรับ และการตอบคำถาม (Question Handling Techniques)
8.ฝึกปฏิบัติการ (Workshop)

หลักสูตรนี้ ออกแบบเฉพาะสำหรับ
พนักงาน ผู้ที่เป็นผู้ฝึกอบรม วิศวกร ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับและ ทุกองค์กรที่ต้องติดต่อกับลูกค้า และต้องการสร้างกลไกการฝึกอบรมให้กับตนเอง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในงานเพื่อพัฒนาธุรกิจของตนเอง

วิธีการสัมมนา
• แนวการสอนเป็นรูปแบบที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Professional Learning Method)
• จากแนวคิด สู่การปฏิบัติ Work Shop
• บทบาทสมมุติ (Role Play)

ระยะเวลาฝึกอบรม : 2 วัน

วิทยากร : ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย (B.E.Eng., MS(CEM)., Ph.D-Management)
ผู้บริหาร 1 ใน 500 Fortune ของ USA
ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ “เส้นทางนักขาย” ทาง Nation Channel
เจ้าของผลงานหนังสือ ทะลุเป้าขายง่ายนิดเดียว เล่ม 1 และเล่ม2, เหนือชั้นการบริหาร
สามารถเข้าไปดูตัวอย่างรายการเส้นทางนักขายได้ที่ www.youtube.com search ชื่อ ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

 

Powered by www.477internet.com UA-75256908-1