หลักสูตร 8 ขั้นตอน ของการเป็น นักขายมืออาชีพ (8 Steps of Professional Selling Skills)

headname8steps

8 Step 

หลักสูตร  8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ V.4.0

Steps of Professional Selling Skills

 

หมายเหตุ: หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากหลักสูตร Expert Selling จาก University of San Francisco ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวิทยากรได้รับ Certificate of Expert Selling Program,  Certificate of Expert Sales Management Program และ Certificate of Transitioning to Sales Management Program

 

หลักการและเหตุผล

โลกของการทำธุรกิจในปัจจุบันนั้น เป็นยุคของโอกาส เพราะการขยายตัวทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป โดยส่วนมากขอบที่จะซื้อสินค้า มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะซื้อสินค้า ซึ่งถ้าองค์กรใดสามารถที่จะเข้าใจสภาพการเปลี่ยนแปลง มองเห็นโอกาสเช่นนี้ จะสามารถทำให้องค์กรนั้น ๆ มีรายได้เพิ่มมากขึ้นเท่าทวีคูณ “ผู้ขาย” จึงถูกมองว่าเป็นกุญแจของความสำเร็จทางธุรกิจ สร้างรายได้ สร้างความเจริญเติบโต ในหลายองค์กรมีการนำการเติบโตของยอดขายมาใช้เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดในอีกมิติได้ ความเติบโตหรือความก้าวหน้าของพนักงานโดยเฉพาะในมุมมองของการปฏิบัติงานของผู้ขาย เพราะเป็นที่ทราบกันว่าการวัดความสามารถของผู้ขายจะคำนึงถึงผลลัพธ์ของงาน ถ้าองค์กรใดมีทีมงานขายที่เข้มแข็ง มีทักษะที่เหนือชั้น มีความสามารถ มีเทคนิคการปิดการขาย มีกลยุทธ์ในการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ มีหลักในการใช้ วาทะศิลป์และศิลปการโน้มน้าวใจ และที่สำคัญคือการเข้าใจ เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า หรือกลุ่มผู้มุ่งหวัง รู้ได้ถึงอารมณ์การตัดสิมใจซื้อของลูกค้า ทำให้ตนเองประสบความสำเร็๗ในการขาย ก็จะสามารถชี้ชัดได้ถึงความสำเร็จขององค์กรนั้นๆ ว่าสามารถที่จะเจริญเติบโตได้พียงใด การเร่งสร้างและพัฒนาทีมงานฝ่ายขายจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อนำพาให้องค์กรนั้นๆ มีศักยภาพเพียงพอต่อสภาพการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ในบางองค์กรนำแนวคิดการขายมาบรรจุเป็นสมรรถนะของพนักงานทุกคนให้มี เทคนิคการขาย มีทักษะที่จะสามารถโน้มน้าวใจลูกค้าได้ และเตรียมสร้างให้องค์กรเป็นองค์กรแห่งการขาย คือทุกคนสามารถที่จะฌน้มน้าวใจ มีเทคนิคในการนำเสนอได้ มีการจัดตั้งแผนในการพัฒนาศักยภาพของทีมงานขายให้เป็นรูปธรรม สามารถที่จะหล่อหลอมทีมงานขายให้เข้าใจบทบาท หน้าที่ที่สำคัญที่ตนเองนั้นต้องทำ โดยมุ่งเน้นกระบวนการการสร้างหุ้นส่วนทางธุรกิจมากกว่าการมุ่งเน้นเพียงการคำนึงถึงแต่การขายสินค้าหรือการบริการเท่านั้น หลักสูตร “8 ขั้นตอน การเป็นนักขายมืออาชีพ” (8 Steps of Professional Selling) ถูกออกแบบตามแนวการวิจัยและค้นคว้าเรื่องงานขายซึ่งมีการสำรวจใน 4 มิติหลักได้แก่ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้บริหาร อีกทั้งมีการรวบรวมเทคนิค กลวิธีจากประเทศสหรัฐอเมริการที่วิทยากรสำเร็จการศึกษาด้านการขายโดยตรง และมีประสบการณ์ในการขายมากกว่า 30 ปี เพื่อให้ได้หลักสูตรที่คำนึงถึงแก่นแท้ของความรู้ ทำให้ทีมงานขายเข้าใจได้อย่างง่าย จนสามารถที่จะไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทำลุเป้าการขาย ได้ง่ายนิดเดียว นำมาซึ่งความสำเร็จให้กับองค์กรนั้นๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม..

 

 

วัตถุประสงค์ และผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เข้าใจหัวใจสำคัญของการขาย มีขั้นตอนที่ชัดเจน
  2. พัฒนาความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ที่จำเป็นของนักขายมืออาชีพ
  3. เพื่อสร้างพฤติกรรมความสำเร็จให้นักขายมืออาชีพ
  4. เข้าใจขั้นตอนการขายในแต่ละขั้นตอน อย่าวละเอียด
  5. เข้าใจกระบวนการของการขายที่มุ่งเน้นการนำเสนอแบบ Solution
  6. พัฒนายอดขาย และสร้างภาพลักษณ์ อย่างต่อเนื่อง
  7. สร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างเป็นรูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย
  8. สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการทำงาน

 

 

 

คลิ๊กเพื่อดู Clip VDO 

 

การออกแบบหลักสูตร

แนวการพัฒนาหลักสูตรนี้ ได้พัฒนามาจากกระบวนการการวิจัยในเรื่องการขายในมิติของผู้บริหาร งานขาย ผู้ขาย ผู้ซื้อและบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขาย นำมาออกแบบเนื้อหาหลักสูตร รวมถึงชุดฝึกต่างๆ ที่จะมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้สมัยใหม่ทำให้ทุกคนได้ฝึกฝนเป็นรายบุคคล ที่เรียกว่า ระบบโค้ชชิ่ง (COACHING)

วิธีการสัมมนา

ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย; Group Discussion, Individual Assignment, Individual/Group Presentation, Role Play in Real Situation for Individual, Case Study, Clip Video(DVD)

รายละเอียดหลักสูตรเนื้อหาวิชา “8ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ”

กิจกรรมก่อนการเรียน:

  • จัดทำ Pre-Work Online: Selling Execution

 วันที่ 1 แนวคิดเรื่องการขาย แบบทะลุเป้าขาย ง่ายนิดเดียว และการสร้างความได้เปรียบเหนือลูกค้า

  • ความสำคัญของการขาย กับการทำธุรกิจในทศวรรษหน้า
  • วิเคราะห์ เป้าหมายในการขาย เป็นหลักการขายสินค้าให้ได้ราคาสูง ๆ และปริมาณมาก ๆ
  • วิเคราะห์จิตวิทยา และอารมณ์การซื้อของลูกค้า ในแบบต่างๆ เพื่อเข้าถึงความต้องการที่แท้จริง
  • วิเคราะห์ความสำเร็จจากมืออาชีพ เพื่อความสร้างยอดขายที่ยั่งยืน
  • ลักษณะของการเป็นนักขายมืออาชีพและการพัฒนาตนเองสู่มืออาชีพ
  • คุณลักษณะของ “นักขายสายเหยี่ยว” VS “นักขายสายพิราบ”
  • ความเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นนักขาย วิเคราะห์รูปแบบการทำงานของนักขาย
  • วิเคราะห์ความต้องการในการซื้อของลูกค้า เพื่อปิดช่องว่างในการขาย ตามแนวคิด “อยากได้” VS “อยากขาย”
  • วิเคราะห์อิทธิพลต่าง ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าในการสร้างยอดขาย
  • แนวคิดและการวิเคราะห์ 8 ขั้นตอนการขายอย่างนักขายมืออาชีพ
  • วิเคราะห์ปัจจัยของความสำเร็จในงานขาย แนะแนววิธีการปฏิบัติผ่าน
  • การเตรียมความพร้อมในการขายและทำความเข้าใจกับ “Key Word” ของการเตรียมความพร้อม
  • กรณีศึกษา ชมวีดีทัศน์ ความเป็นมืออาชีพ จัดทำ Work Shop ประชุมกลุ่ม

 

วันที่ 2 วิเคราะห์โครงสร้าง 8 ขั้นตอนการขายอย่างนักขายมืออาชีพ(ต่อ)และการนำไปใช้ในแต่ละขั้น

  • เพื่อการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทบทวนบทเรียนวันที่ 1 ซึ่งถ้าใครไม่ผ่านความเข้าใจในวันแรก อาจต้องแก้ไขให้ผ่านก่อนการเรียนในวันที่สอง
  • การวิเคราะห์กุญแจของความสำเร็จในแต่ละขั้นตอนของการเป็นนักขายมืออาชีพ
  • การดำเนินการขั้นตอน การเป็นนักขายมืออาชีพ ตามหลักการเคลื่อนไปข้างหน้า เพื่อความสำเร็จในการขาย
  • วิเคราะห์จังหวะ โอกาส ความพร้อมในการเข้าถึงลำดับขั้นของ 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ
  • การค้นหากลุ่มลูกค้า เพื่อการสร้างโอกาสในการขาย เป็นลูกค้าที่ “ใช่” ผู้ขายไม่ “งงหรือหลงทาง”
  • เทคนิคการเข้าพบ การติดต่อ เพื่อสร้าง ปมประเด็นการขาย
  • เทคนิคการเปิดใจ การสร้างความเต็มใจ เพื่อเข้าใจในลูกค้า และเชื่อมโยงในประเด็นการขาย
  • เทคนิคกการปิดช่องว่างในการขาย “อยากได้” VS “อยากขาย” ด้วยการนำเสนอเพื่อให้ลูกค้าตอบ “ใช่” ในทุกสถานการณ์
  • การบริหารข้อโต้แย้ง ความไม่เข้าใจ ปรับทุกมุมมองของลูกค้าให้เป็นบวกกับผู้ขาย
  • วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคในการปิดการขาย เพื่อชัยชนะในทุกโอกาสของการขาย
  • เทคนิคการสร้างความยั่งยืนให้กับการขาย ได้ลูกค้าที่ยั่งยืน ขยายผลของการขาย
  • กรณีศึกษา ชมวีดีทัศน์ ความเป็นมืออาชีพ จัดทำ Work Shop ประชุมกลุ่ม

 

ระยะเวลาฝึกอบรม : 2 วัน

ค่าลงทะเบียน : 12,000 บาท

วิทยากร : ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย สำเร็จการศึกษาโดยตรง ด้านการขายจากประเทศสหรัฐอเมริกา

  • Certificate of Expert Selling Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Transitioning to Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Expert Sales Management Program from University of San Francisco, USA
  • Certificate of Negotiation Essential, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Advance Negotiation, Notre Dame University, USA
  • Certificate of Principle of Persuasion (POP) Workshop: The New York Time Business Best Seller for over 16 weeks)
  • Certificate of Strategies for Conflict Management Program from Notre Dame University, USA

 

BookSK

 

 

 

 

 

สำรองที่นั่งหรือติดต่อ:

โทร. 0 2349 1788
Fax. 0 2349 1789
มือถือ.083 276 8877,080 620 8877
Email: training@stepplus.org

การลงทะเบียนเข้าอบรมสัมมนา:

สำหรับผู้สนใจลงทำเบียน กรุณากรอกข้อความในตารางข้างล่างนี้ เพื่อยืนยันการลทำเบียน และเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ และขอขอบพระคุณสำหรับความสนใจ หลักสูตร 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ

ชื่อ-นามสกุล (ผู้ประสานงาน)

เบอร์โทรศัพท์ (ผู้ประสานงาน)

อีเมล์ (ผู้ประสานงาน)

บริษัท

เว็บไซต์

หลักสูตรที่ลงทะเบียน

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 1)

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 1)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 2) ถ้าไม่มี ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 2)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 3)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 3)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 4)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 4)

ชื่อ-นามสกุล (คนอบรมที่ 5)ให้ตอบว่า "ไมมี"

ตำแหน่ง (คนอบรมที่ 5)

ท่านทราบข่าวการอบรมสัมมนาจาก(โปรดระบุ)
www.Stepplustraining.com
www.facebook.com/StepPlusTrainingConsulting
www.facebook.com/Stepplustraining
โบว์ชัว
การส่ง mail ประชาสัมพันธ์
google
อื่นๆ(โปรดระบุ)

ข้อมูลเพิ่มเติม

StepPlus Training ขอขอบพระคุณสำหรับความสนใจ หลักสูตร 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ
เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับในระยะเวลาอันสั้น
หลักสูตรนี้จะทำให้ท่านสามารถเพิ่มยอดขาย ลดรอบการซื้อของลูกค้าด้วย หลักสูตรการขาย” ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนี้”

หลักสูตร การอบรม พนักงาน ขาย อบรมหลักสูตรการขาย หลักสูตรสำหรับพนักงานขาย ฝึกอบรมการขายอบรมการขายฟรี หลักสูตการขาย อบรมนักขายมืออาชีพอบรมการขาย pantipหลักสูตร อบรม การ ขายหลักสูตรเทคนิคการขาย การฝึกอบรมพนักงานขาย หลักสูตรเทคนิคการขาย หลักสูตร ศิลร เทคนิคการการขายและการบริการอย่างมืออาชีพ

Public Program 2562

ตารางการอบรมสัมมนาประจำปี 2562

Miller Heiman : Strategic Selling Program

Miller Heiman : Conceptual Selling Program 

 Miller Heiman : Large Account Managment

 The Super Manager : ผู้จัดการอัจฉริยะ(สัมมนา 5เสาร์ ) 

8 Steps of Professional Selling Skills : 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ  

 

6 Tools  To Manage Sales Team : 6 เครื่องมือหลักในการบริหารทีมขาย  

 

Negotiation Strategies for Win Win : เทคนิคการเจรจาต่อรองแบบเหนือชั้น       

 

The  Power of  Persuasion : จิตวิทยาและวาทศิลป์การโน้มน้าวใจ

 

Think Out  Of  The  Box : กระตุกต่อมความคิดสร้างสรรค์

 

Presentation Skills for success : ทักษะการนำเสนออย่างมืออาชีพ

 

Effective Communication : เทคนิคการสื่อสารภายในองค์กร

 

Business Strategic Planning : การวางแผนกลยุทธุ์ เพื่อความเป็นเลิศทางธุรกิจ

 

Change Management : การบริหารการเปลี่ยนแปลง

 

Key Account Management

 

 

ตารางสัมมนาปี 2559

ตารางสัมมนาปี 2557

Course Sep Oct Nov Dec Days
Miller Heiman : Strategic Selling Program 28-29 2
Miller Heiman : Conceptual Selling Program 25-26 2
Miller Heiman : Large Account Management Process 25-26 2
The Super Manager 4 5 (5Sat.)
8 Steps of Professional Selling Skills 20-21 2
Negotiation strategies for Win Win 21-22 2
The Power of Persuasion 29-30 11-ธ.ค. 2
Think Out of The Box 18-19 2
Presentation Skills for success 11-ธ.ค. 2
The Supervisor Skills 15-16 2
Effective Communication 26 1
Service Excellent การบริการเป็นเลิศ 22 1
Change and Conflict Management 1
การคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้บริหารเชิงรุกยุคใหม่ 16-17 18-19 2
The POWER 1

กลุ่ม หลักสูตร Sales & Marketing

หลักสูตร การขาย,หลักสูตร การนำเสนอ,หลักสูตร การตลาด

Sales-Marketing-400x600

กลุ่ม หลักสูตร ผู้บริหารฝ่ายขาย
1 หลักสูตร 6 เครื่องมือ หลักในการบริหารทีมขาย,6 Tools to Manage Sales Team

กลุ่ม หลักสูตร การขาย
1.หลักสูตร 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ, 8 steps of Professional Selling Skills : 2 วัน
2.หลักสูตร กลยุทธ์การขายชั้นสูง Advance Modern Selling Skills : 2 วัน
3.หลักสูตร การสร้างนักขายให้เป็นมืออาชีพในงานขายฉบับปฏิบัติการ Effective Selling Skills for Excellent Performance: 2 วัน
4.หลักสูตร นักขายป้ายแดง Professional Selling Techniques : Back to the Basic
5.หลักสูตร ปลุกพลังทางความคิด พิชิตใจลูกค้า Sales Motivation and Approach Techniques: 1 วัน
6.หลักสูตร ทะลุเป้าขาย ง่ายนิดเดียว Top Performance Selling Skills: 2 วัน
7. หลักสูตร พัฒนาความเป็นเลิศในงานขายทางโทรศัพท์ ฉบับ เน้นปฏิบัติการ Tele-Selling Skills for Excellent Performance 1 วัน
8.หลักสูตร การบริหารลูกค้าคนสำคัญ Key Account Management : 1 วัน
9. หลักสูตร โปรแกรมการพัฒนาทีมขาย
10. หลักสูตร เทคนิคการขายยุคใหม่ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจที่ถดถอย: 2 วัน
11.หลักสูตร การบริหารเวลาเชิงรุกเพื่อเพิ่มยอดขาย Dynamic Time Management for Sales : 1 วัน
12.หลักสูตร พนักงานขายหน้าร้าน Shop Selling Technique : 2 วัน
13.หลักสูตร Effective Cold Call Strategies : 2 วัน
14.หลักสูตร เทคนิคการตลาด และ การขาย ยุคใหม่ เพื่อความสำเร็จ (Sales and Marketing Challenge Approach Techniques) : 1 วัน
15.หลักสูตร กลยุทธ์การ ปิดการขาย : Closing the Sales Strategies : 2 วัน
16.หลักสูตร การสร้างต้นแบบในการขาย : Master Sales Blueprint : 2 วัน
17.หลักสูตร ผู้บริหารการขายเชิงรุก : How to be Dynamic Sales Coaching : 3 วัน
18.หลักสูตร เทคนิคการขายหน้าร้าน Effective Strategic Sales Approach : 1วัน
19.หลักสูตร สุดยอดเทคนิคการขายเชิงรุก อย่างนักขายมืออาชีพ How To Win Customer Like Professional : 2 วัน
20.หลักสูตร ทลายความคิดที่ปิดกั้น เพื่อปลุกพลังความคิด พิชิตใจลูกค้า:1 วัน
2
1.หลักสูตร 
เทคนิคการเพิ่มยอดขาย ด้วยการขายเพิ่มและการขายข้ามผลิตภัณฑ์อย่างมืออาชีพ : 1วัน
22.หลักสูตร เทคนิคการขายยุค 4.0 เดินให้ดี มีแต่ได้ : 1วัน
23หลักสูตร 7 ขั้นตอนสู่ความสำเร็จในการขายและการเจรจาต่อรอง 
24.หลักสูตร อบรมการขาย เพื่อการพัฒนาศักภาพสำหรับนักขายแต่ละบุคคล : 2 วัน

หมวด หลักสูตรการนำเสนอ
1.หลักสูตร เทคนิคการนำเสนอผลิตภัณฑ์ เพื่อความเหนือชั้นกว่าทางธุรกิจ Excellent Product Presentation: Techniques and Strategy: 2 วัน
2.หลักสูตร ทักษะการนำเสนออย่างมืออาชีพ, Presentation Skills for Success: 2วัน
3.หลักสูตร การนำเสนอผลงาน ให้โดนใจเจ้านาย Effective Presentation Skills for Team: WorkShop : 1 วัน
4.หลักสูตร การพัฒนาบุคลิกภาพสู่ความสำเร็จ : 2 วัน
5.หลักสูตร การเพิ่มศักยภาพและการปรากฎตัวต่อสาธารณชน  Speech Power Program : 1 วัน
6.หลักสูตร การเตรียมตัว เพื่อเป็นวิทยากรเชิงรุก Dynamic Train the Trainer : 2 วัน
7.หลักสูตร 
หัวข้อ เปลี่ยนแปลงความคิดผู้ฟัง จากพลังของการเล่าเรื่องThe Power of Storytelling (Workshop & Mentor) : 1 วัน

 

หลักสูตร การตลาด
1.หลักสูตร การวางแผนการตลาดและการขาย เชิงรุก Dynamic Sales & Marketing Strategies : 2 วัน
2.หลักสูตร  เทคนิคการตลาด – เพื่อเจาะหน่วยงานของรัฐ (Marketing Approach for Government Sector) :1 วัน
3.หลักสูตร 
Advance Modern Marketing and Sales for Better Revenue 1 วัน

 

5 ขั้นตอนการขายอสังหาริมทรัพย์

หลักสูตร 5 ขั้นตอนการขายอสังหาริมทรัพย์

5 Steps of Professional Real Estate Selling

 

5 ขั้นตอนการขายอสังหาริมทรัพย์

(เปิดเผยเคล็คลับที่สำคัญในการขายอสังหาริมทรัพย์ที่นักขายมืออาชีพนำมาใช้)

ในการบริหารการขายของพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ คุณเคยพบความท้าทายเช่นนี้หรือไม่?

  1. พนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ท้อแท้ ไม่มีกำลังใจในการทำงาน

  2. พนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถเชิญชวนหรือปิดการขายให้ลูกค้าซื้อได้

  3. พนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ไม่รู้วิธีในการสร้างจุดสนใจในการพูดคุย

  4. พนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ใส่ใจในลูกค้า มีอากัปกิริยาที่เมินเฉยต่อลูกค้า

  5. ลูกค้าไม่พอใจกิริยาท่าทางการแสดงออกของพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์

  6. ไม่มีความรู้ดีที่พอในการนำเสนอ เงื่อนไข โปรโมชั่น เงื่อนไขการขายอสังหาริมทรัพย์

  7. พนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ไม่เข้าใจขั้นตอนในการขายจนม่สามารถโน้มน้าวจิตใจลูกค้าให้สนใจ

  8. และความท้าทายอื่น ๆ ของที่ปรึกษากาขายอสังหาริมทรัพย์

หลักการและเหตุผล

ตามที่ทราบดีว่า อสังหาริมทรัพย์เป็นหัวใจที่สำคัญของประเทศ เป็นเครื่องมือที่ใช้อธิบายเศรษฐกิจว่ามีทิศทางอย่างไร  เพราะที่อยู่อาศัยเป็นความต้องการของคนทุกคนหรือทุกครัวเรือนโดยเฉพาะสังคมยุคใหม่ที่ต่างต้องการความเป็นอิสระในความเป็นอยู่   สังเกตได้จากความต้องการที่จะแยกครอบครัวเมื่อมีครอบครัว   การดำเนินธุรกิจอสังหาจึงเป็นที่นิยมสำหรับนักธุรกิจที่มีทุนทรัพย์   ทำให้กระแสการแข่งขันมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น คนที่ทำอาชีพอสังหาริมทรัพย์จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีเทคนิคต่างๆ   นำมาเพื่อทำให้ตนเองได้รับชัยชนะจากการตัดสินใจซื้อของลูกค้า   ซึ่งกล่าวได้ว่าหัวใจหลักของการขายอสังหาริมทรัพย์หรือประจำบูธนั้นคือพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเรียกว่าที่ปรึกษาการขาย   ซึ่งพนักงานขายเหล่านี้มีความแตกต่างกันออกไปตามสายการทำงานของธุรกิจในความเป็นจริงของโลกธุรกิจยุคปัจจุบันนั้นมีการปรับเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสภาพแวดล้อมทำให้ลูกค้าความรูเพิ่มมากขึ้น   มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในขณะของการตัดสินใจซื้อ  ทำให้ผู้ขายต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนในการขายให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เข้าถึงคุณลักษณะเฉพาะของลูกค้าที่ผู้ขายต้องสร้างความสัมพันธ์จนสามารถที่จะปิดการขายได้   ซึ่งกลไกการติดต่อหรือต้อนรับลูกค้านั้นกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น   เมื่อเทียบกับการติดต่อกับผู้ซื้อในอดีต เป็นเพราะเทคโนโลยีที่ทันสมัยทำให้ลูกค้ามีมุมมองที่เป็นตัวของตัวเองเพิ่มมากขึ้น   ที่ปรึกษาการขายที่เป็นมืออาชีพจึงจำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงแนววิธีในการที่จะเข้าถึงลูกค้าในแต่ละประเภท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อทำให้ลูกค้าไม่ปฏิเสธกลไกในการเข้าพบของผู้ขาย จนสามารที่จะปิดการขายได้

หลักสูตร 5 ขั้นตอนการขายอสังหาริมทรัพย์(5 Steps of Professional Real Estate Selling) ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ในการเข้าพบลูกค้าที่เข้ามาหรือหน้าบูธแสดงเพื่อการติดต่อลูกค้าซึ่งกระบวนการตามเนื้อหานี้ได้ผ่านแนวทางการวิจัยและค้นคว้าเรื่องงานขายโดยเฉพาะการขาย โดยมุ่งเน้นในเรื่องการวิเคราะห์ลูกค้าในแต่ละบทบาทการติดต่อลูกค้าในแต่ละบทบาทให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งจะทำให้ผู้ขายนั้นสามารถที่จะเข้าถึงและนำสู่ประตูของการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ขายนั้นมีเทคนิค กลยุทธ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขายต่างๆ เพื่อให้ได้วิธีที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง จนนักขายสามารถที่จะปิดการขายได้


สิ่งที่คาดว่าผู้เข้าอบรมจะได้รับ:

การอบรมในครั้งนี้จะแสดงให้ที่ปรึกษากรขายหน้าร้านได้เห็นเป็นขั้นเป็นตอน และวิธีการใช้เทคนิคการติดต่อและการปิดการขายที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ทำให้เพิ่มสัดส่วนของความสำเร็จในการติดต่อต้อนรับและสุดท้ายการปิดการขาย ทำให้ที่ปรึกษาการขายรู้สึกได้ถึงความง่ายและความมั่นใจในการทำงานการขายอสังหาริมทรัพย์และที่ปรึกษาการขายจะได้รับคำแนะนำอย่างละเอียดทุกขั้นตอนของกระบวนการในการต้อนรับการเปิดการขายและการปิดการขาย ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การสร้างความไว้วางใจและการแสดงให้เป็นถึงความมีมิตรไมตรีเพื่อให้ได้รับข้อตกลงนำมาซึ่งการปิดการขาย และการเพิ่มยอดการขายการขายสินค้าเพิ่มเติม กลยุทธ์ ทัศนคติและเทคนิคใหม่ ๆ ที่ช่วยในการปิดการขาย ทำให้มีการปิดการขายได้อย่างรวดเร็วสร้างผลงานและสร้างความเจริญเติบโตให้องค์กรได้


วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

  1. เพื่อเข้าใจ 5 ขั้นตอนของกระบวนการของการขายอสังหาริมทรัพย์ และวิเคราะห์กุญแจความสำเร็จในการขายในแต่ละขั้นตอน

  2. วิเคราะห์ลูกค้าในแต่ละลักษณะเพื่อการสร้างกลไกการปฏิสัมพันธ์ อย่างมีประสิทธิภาพ

  3. ขจัดข้อความไม่พอใจที่ลูกค้ารู้สึกต่อที่ปรึกษาการขาย เพื่อพัฒนาเป็นการตัดสินใจซื้อ

  4. วิเคราะห์แนวทางการตัดสินใจซื้อของลูกค้า และเมื่อไรที่ลูกค้าปฏิเสธและจะบริหารจัดการคำปฏิเสธได้อย่างไร

  5. เข้าใจความต้องการลูกค้าด้วยกระบวนการค้นหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า

  6. การดำเนินตามการขายจนสามารถปิดการขายได้


คุณประโยชน์ของโปรแกรมการสัมมนา หลักสูตร 5 ขั้นตอนการขายอสังหาริมทรัพย์(5 Steps of Professional Real Estate Selling) ผู้เข้าสัมมนาจะได้เรียนรู้..

  • เพื่อที่จะเข้าใจถึงความสำคัญของการต้อนรับติดต่อลูกค้า จนสามารถปิดการขายได้

  • เพื่อที่จะเข้าใจกระบวนการตัดสินใจของลูกค้าก่อนการซื้อ

  • การอ่านถึงสัญญาณการซื้อ การให้ความสนใจต่างๆ ของลูกค้า

  • ประยุกต์เทคนิคการติดต่อและการปิดการขายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการขาย

  • วิธีการนำความต้องการของลูกค้าให้เหมาะสมต่อการนำเสนอสินค้าของเราได้อย่างไร?


การออกแบบหลักสูตร

  • แนวการพัฒนาหลักสูตรนี้ ได้พัฒนามาจากกระบวนการการวิจัยในเรื่องการขายในมิติของผู้บริหาร งานขาย ผู้ขาย ผู้ซื้อและบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขาย นำมาวิเคราะห์และออกแบบเนื้อหาหลักสูตร รวมถึงชุดฝึกต่างๆ ที่จะมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง เพื่อให้เข้าถึงสถานการณ์การขายที่แท้จริงและ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่าย สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้สมัยใหม่ทำให้ทุกคนได้ฝึกฝนเป็นรายบุคคล ที่เรียกว่า ระบบโค้ชชิ่ง (COACHING)

 

ลงเวบ

 


รายละเอียดหลักสูตรเนื้อหาวิชา
5 ขั้นตอนการขายอสังหาริมทรัพย์: 5 Steps of Professional Real Estate Selling”

(เนื้อหาออกแบบสำหรับที่ปรึกษาการขายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการมุ่งเน้นการขายและการปิดการขาย)

 วันที่ 1 ความเข้าใจในผู้ซื้อและผู้ขาย และวิเคราะห์แนวคิดของลูกค้า

  • ความเป็นจริงเกี่ยวกับลูกค้าในยุคปัจจุบันและในทศวรรษหน้า

  • วิเคราะห์ 5 องค์ประกอบที่เป็นหัวใจหลักในการขายหน้าร้าน

  • วิเคราะห์ 4 คุณลักษะที่ ที่ปรึกษาการขายอสังหาริมทรัพย์ประสบความสำเร็จ

  • เรียนรู้เพื่อหลีกเลี่ยง 5 อุปนิสัยที่ปรึกษาการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ล้มเหลว

  • เคล็ดลับสร้าง 5 อุปนิสัยที่ลูกค้าพึงพอใจ อยากซื้อด้วย

  • พัฒนา บุคลิก ลักษณะ ทัศนคติ เพื่อความสำเร็จในการขาย

  • กุญแจ 3 ดอกในการขายอสังหาริมทรัพย์อย่างมืออาชีพ

  • ไขปริศนาที่ลูกค้าไม่ปฏิเสธพนักงานขาย ทั้ง ๆ ที่ไม่ต้องการซื้อ

  • บัญญัติ 10 ประการเรื่องแนวคิดหรือความเชื่อของลูกค้าในการเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์

  • วิเคราะห์ลูกค้า 6 ประเภทที่พบบ่อย ๆ ในการขายอสังหาริมทรัพย์และวิธีการบริหารจัดการ

  • จัดทำ Work Shop ฝึกปฏิบัติ เล่นบทบาทสมมุติ ประชุมกลุ่ม และสรุป


วันที่ 2 กระบวนการขายอสังหาริมทรัพย์อย่างมืออาชีพ to B my Guest

  • กระบวนการของการขายอสังหาริมทรัพย์ตามแนวคิด to B my Guest

  • หัวใจสำคัญของความสำเร็จในแต่ละขั้นตอนของการขายอสังหาริมทรัพย์

  • ความสำคัญในการต้อนรับและติดต่อลูกค้าให้มีประสิทธิผล

  • วิเคราะห์แรงต้านของลูกค้า ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิเสธการซื้อ

  • เรียนรู้การเปลี่ยนสิ่งที่ลูกค้า “ปฏิเสธ” ให้เป็นการตอบ “ตกลงซื้อ”

  • การตอบสนองต่อคำถามของลูกค้าเพื่อที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการปิดการขาย?

  • เทคนิคการสื่อสารเพื่อการขายอสังหาริมทรัพย์ การเปลี่ยนความรู้สึกลูกค้าให้ตัดสินใจซื้อ

  • วิเคราะห์แต่ละขั้นตอนพร้อมฝึกปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนของการขายอสังหาริมทรัพย์

  • วิเคราะห์ พิมพ์เขียวการขายอสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้เป็นแม่บทในการขาย

  • จัดทำ Work Shop ฝึกปฏิบัติ เล่นบทบาทสมมุติ ประชุมกลุ่ม และสรุป


วิธีการสัมมนา

  • แนวการสอนเป็นรูปแบบที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Professional Adult Learning Method) เหมาะสมกับการเรียนรู้ของพนักงานในฝ่ายขาย

  • จากแนวคิด สู่การปฏิบัติ Work Shop

  • บทบาทสมมุติ (Role Play)


อุปกรณ์ใช้ประกอบการบรรยาย
: LCD Projector , Flipchart


ระยะเวลาฝึกอบรม
: 2 วัน


วิทยากร
: ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย (ผู้แต่งคู่มือ “ที่ปรึกษาการขาย ต้องขายอย่างนี้ ถึงจะรวย”)

  • จบการศึกษาด้านการขายโดยตรงจาก University of San Francisco, USA

  • ประสบการณ์เคยทำงานเป็น “วิศวกรฝ่ายขาย” “ผู้อำนวยการฝ่ายขาย” ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านสาระสนเทศมาก่อน

  • นักเรียนทุนด้าน “การเป็นวิทยากรด้านการบริหารจัดการ MTP: Management Training Program” จากรัฐบาลญี่ปุ่น โดยไปศึกษาเรื่องบริหารจัดการจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 17 วัน เลขทะเบียน 13ER014  (HIDA)

  • ผู้บริหารบริษัท 1 ใน 500 Fortune ของประเทศสหรัฐอเมริกา

  • ประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในตำแหน่งผู้บริหาร (ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

  • ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ “เส้นทางนักขาย” ออกอากาศทางสถานีเนชั่น

  • สำเร็จการศึกษาโดยตรงด้านการขายจากประเทศสหรัฐอเมริกา

    • Certificate of Expert Sales Management Program from University of San Francisco, USA

    • Certificate of Transitioning to Sales Management Program from University of San Francisco, USA

    • Certificate of Sales Management Program from University of San Francisco, USA

    • Certificate of Negotiation Essential, Notre Dame University, USA

    • Certificate of Advance Negotiation, Notre Dame University, USA

    • Certificate of Principle of Persuasion (POP) Workshop: The New York Time Business Best Seller for over 16 weeks)

    • Certificate of Strategies for Conflict Management Program from Notre Dame University, USA

หลักสูตรการขาย ตอนเจรจาต่อรอง

หลักสูตรการขาย ตอน “เทคนิคการเจรจาต่อรอง” โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่นักขายหลายคนเข้า “อบรมหลักสูตรการขาย” แต่ยังไม่สามารถเจรจาต่อรองและปิดการขายได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะมีนักขายหลายคนนั้นกลัวการเจรจาต่อรอง ผลที่ออกมาก็คือทำตัวเป็นแค่บุรุษไปรษณีย์ คือ วิ่งไปหาลูกค้าและลูกค้าต่อรองมา ก็ วิ่งกลับไปหาผู้จัดการฝ่ายขาย เพื่อขอในสิ่งที่ลูกค้าขอ ทำให้บางครั้งก็เป็นเรื่องที่หน้าหงุดหงิดสำหรับผู้จัดการฝ่ายขายไม่น้อย เพราะไหนจะส่งเข้าอบรมหลักสูตรการขายก็แล้ว สาเหตุทีเป็นเช่นนี้เพราะ นักขายหรือที่ปรึกษาการขายคนนั้น “มีความกลัวอยู่ในตนเอง” กล่าวได้ว่า ความกลัวทำให้นักขายนั้นไม่กล้าแม้แต่จะเจรจาต่อรอง ทำให้เสียผลประโยชน์ไปมาก

ความกลัวคือกลัวจะโดนต่อว่า หาว่าจู้จี้ บ้างล่ะ หาว่าเขี้ยวบ้างล่ะ หาว่านักขายนั้นคุยไม่รู้เรื่อง หรือการกลัวความรุนแรง กลัวการเผชิญหน้า โดยเฉพาะลูกค้าบางคนนั้นเสียงดัง มีลักษณะท่าทางจะออกแนว ดุ ดุ ทำให้บรรยากาศระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อนั่นเสียลงไป ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะกลัวโดยเฉพาะคนที่พึ่งเข้ามาทำงานการขาย ก็จะกลัวมากเป็นพิเศษ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับนักขายที่จะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการเรียนรู้หรือความเข้าใจใน “เทคนิคการเจรจาต่อรอง” ให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

หลักสำคัญคือการลดความกลัว ยิ่งลดความกลัวได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งได้รับประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น จึงขอให้เข้าใจว่าการที่ลูกค้าแสดงออกมาเช่นนี้ส่งหนึ่งก็เป็นกลยุทธ์หรือ “เทคนิคการเจรจาต่อรอง” ของลูกค้า ที่จะสร้างสิ่งรบกวนในการเจรจาต่อรองทำให้ผู้ขายนั้นไม่สามารถที่จะเดินเกมต่อได้ในที่สุดก็ต้องยินยอมตามที่ลูกค้าร้องขอ..การขจัดความกล้วของนักขายที่จะทำได้ง่ายและเห็นผลรวดเร็วสำหรับการเจรจาต่อรอง คือการใช้ข้อมูลให้เป็น มีข้อมูลให้พอเพียวต่อการเจรจาต่อรองและประการสำคัญคือการเลือกข้อมูลมาใช้ได้อย่างถูกต้องเพราะมีนักขายหลายคนที่มีข้อมูลดี ๆ ในตนเองมากมายแต่ไม่มีการนำมาใช้ให้ถูกวิธี ก็ไม่มีประโยชน์อันได้ คือมีข้อมูลก็เหมือนไม่มี การนำข้อมูลมาเชื่อมโยงกับ “เทคนิคการเจรจาต่อรอง” เป็นเรื่องที่มีความสำคัญพอ ๆกันสำหรับนักขายที่จะต้องรู้ เพราะถ้ามีข้อมูลดีแต่ขาด “เทคนิคการเจรจาต่อรอง” อาจทำให้ตนเองนั้นเปรียบเหมือนว่า มีทองอยู่ในมือแต่ไม่รู้จะทำรายได้จากทองชิ้นดีได้อย่างไร จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับนักขายคนนั้น

ปัจจุบัน “หลักสูตรการขาย” นั้นมีความำสคัญมากสำหรับผู้ที่จะทำงานขาย การเข้าอบรมในหลักสูตรการขายก็จะทำให้ตนเองนั้นได้เรียนรู้ได้สั้นเข้า เห็นผลรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในการขายของตนเอง..อย่าอาศัยลูกอึดอย่างเดียวในการขาย..ต้องเดินเกมการขายด้วยไหวพริบที่เหนือขั้นก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในการขาย..ขายดี..จนเทน้ำเทท่า..หุหุ..

โครงการยกระดับศักยภาพในทีมงานขาย Series Program

โครงการยกระดับศักยภาพในทีมงานขาย Series Program

Sales Development Program

 ความเป็นมาของโครงการ

จาก สภาพของการแข่งขันที่รุนแรงทางเศรษฐกิจ ทำให้ในหลายภาคส่วนของธุรกิจนั้นเร่งที่จะปรับตัวให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยน ไป หรือบางรายใช้ความพยายามที่จะทำให้ตนเองนั้นล้ำหน้ากว่าสภาพการแข่งขันจึงมี การนำกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่สำคัญและจำเป็นมาเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ สถาบันที่ปรึกษาและพัฒนาธุรกิจ StepPlus.org เป็น สถาบันที่มุ่งเน้นที่จะยกระดับศักยภาพทางธุรกิจโดยแท้จริง ซึ่งมีวิธีการที่จะมุ่งเน้นถึงศักยภาพของบุคลากรในทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง ผู้บริหารระดับต้น รวมถึงบุคลากรในระดับปฏิบัติการ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจจนทำให้สามารถที่จะแข่งขัน ได้ในทุกระดับ สถาบันที่ปรึกษาและพัฒนาธุรกิจ StepPlus.org จึง มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจทั้งในลักษณะเร่งรัดแต่เข้มข้น โดยใช้ระยะเวลาสั้น ๆ หรือ การพัฒนาที่มุ่งเน้นการยกระดับแบบถาวร ที่จะให้เวลานานกว่า ในลักษณะของการเป็นโค้ชทางธุรกิจ โดยมีการจัดแบ่งกิจกรรมที่จะใช้ในการยกระดับเป็น 3 ลักษณะตามความเหมาะสมของความต้องการขององค์กรนั้น ๆ ดังต่อไปนี้

1.      Instant Training Solution: ITS เป็น การจัดสัมมนาให้ตรงกับความต้องการขององค์กร โดยองค์กรนั้น ๆ พิจารณาและเลือกหัวข้อให้ตรงกับความต้องการที่จนเองมีความประสงค์ที่จะพัฒนา บุคลากร

2.      Particular Training: PT เป็นการออกแบบการยกระดับศักยภาพให้มีเนื้อหาตรงกับความต้องการหรือเพื่อเป็นการเจาะลึกในสายใดสายหนึ่ง

3.      Business Consultant: BC เป็น การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ เพื่อการวางแผนการยกระดับศักยภาพระยะยาว จัดทำเส้นทางการอบรมสัมมนา อีกทั้งการให้คำปรึกษา การจัดทำระบบงานทั้งในส่วนงานทรัพยากรบุคคล และการขายเป็นต้น

 

ทำไม? ต้องจัดสัมมนากับสถาบันที่ปรึกษาและพัฒนาธุรกิจ StepPlus.org

  • ด้วยประสบการณ์ในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรมากกว่า 15 ปี ในสนามการทำงานจริงในองค์กรชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกาของวิทยากรประจำ สถาบัน จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความรู้ความชำนาญและเป็นบทพิสูจน์ได้ถึงความสำเร็จ ในหลากหลายธุรกิจในการพัฒนาศักยภาพได้อย่างแท้จริง
  • กระบวน การในการนำเสนอของสถาบันนั้นมุ่งเน้น การเข้าใจถึงแก่นแท้ของหลักวิชาการผ่านกระบวนการที่พิสูจน์ได้เป็นรูปธรรม ในลักษณะที่เรียกว่า “โค้ชชิ่ง หรือ โค้ชทางธุรกิจ”
  • สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ได้ทันที ทำให้เห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • วิทยากร จะใช้หลักวิชาในการวินิจฉัยและตรวจสอบตามแนวทางของการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ สำหรับการวิเคราะห์องค์กร เพื่อการเตรียมข้อมูลในการยกระดับศักยภาพของธุรกิจนั้น ๆ

แนวคิดการออกแบบหลักสูตร

เพื่อ ให้ครอบคลุมถึงแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพของทีมงานขายได้อย่างเป็นรูปธรรม กระบวนการในการออกแบบหลักสูตรจึงมีความประณีตและละเอียดอ่อน ผ่านการวินิจฉัยจากนักวิชาการประจำสถาบันผู้ซึ่งมีประสบการณ์ตรงจากการทำงาน การขายและเป็นผู้บริหารในบริษัท 1 ใน 500 ของบริษัท Fortune ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้หลักสูตรนั้นมีความเหมาะสมต่อบริบทของผู้ที่ต้องการยกระดับศักยภาพของ ตนเอง ซึ่งกระบวนการของการยกระดับศักยภาพของตนเองนั้น ถูกออกแบบให้เป็นศิลปะทางนวตกรรมแห่งการเรียนรู้(State of Art on Education Innovation) ที่จะทำผู้เข้าอบรมนั้นเข้าถึงแก่นแท้ของเนื้อหาได้อย่างลึกซึ้ง โดยเนื้อหาต่าง ๆ นั้นได้ถูกออกแบบและพิสูจน์จนเป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพสูงสุดที่จะส่งมอบ ให้แก่ผู้เข้าอบรมว่าตรงต่อความต้องการของผู้เข้าอบรม หลักสูตร “Sales Development Program (SDP)” ถูกออกแบบเพื่อให้สอดคล้องต่อบริบทของการขายแบบไทย ซึ่งแบ่งเนื้อหาเป็น  6  หลักสูตร รวมจำนวนวันทั้งสิ้น  13   วัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

Module1: 8 ขั้นตอน การเป็นนักขายมืออาชีพ
8 Steps to be Modern Dynamic Selling Edge (MDSE)
หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบันนั้น “ผู้ขาย” เปรียบ เสมือน กุญแจของความสำเร็จทางธุรกิจ ซึ่งอาจจะนำมาใช้เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดในอีกมิติได้ โดยเฉพาะในมุมมองของการปฏิบัติงาน ที่จะคำนึงถึงผลลัพธ์ของงาน หมายถึงว่า ถ้าองค์กรใดมีทีมงานขายที่เข้มแข็ง มีความสามารถ เข้าใจและเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า หรือกลุ่มผู้มุ่งหวัง ก็จะสามารถชี้ชัดได้ถึงความสำเร็จขององค์กรนั้นๆ การเร่งสร้างทีมงานฝ่ายขายจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสร้างแข่งขันทางธุรกิจ เพื่อนำพาให้องค์กรนั้น ๆ มีศักยภาพเพียงพอต่อสภาพการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ในอนาคตอันใกล้นี้ การพัฒนาศักยภาพของทีมงานขายให้เป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถที่จะหล่อหลอมทีมงานขายให้เข้าใจบทบาท หน้าที่ที่สำคัญที่ตนเองนั้นต้องทำ ที่จะมุ่งเน้นกระบวนการการสร้างหุ้นส่วนทางธุรกิจมากกว่าการมุ่งเน้นเพียง การคำนึงถึงแต่ การขายสินค้าหรือการบริการเท่านั้น หลักสูตร “8 Steps of Modern Dynamic Selling Edge: MDSE” ถูกออกแบบตามแนวการวิจัยและค้นคว้าเรื่องงานขายซึ่งมีการสำรวจใน 4 มิติ หลักได้แก่ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้บริหาร อีกทั้งมีการรวบรวมเทคนิค กลวิธีจากคู่มือ บทความที่เกี่ยวกับการขายต่าง ๆ เพื่อให้ได้หลักสูตรที่คำนึงถึงแก่นแท้ของความรู้ ความเข้าใจของผู้แทนขาย จนสามารถที่จะไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นำมาซึ่งความสำเร็จให้กับองค์กรนั้น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม..

วัตถุประสงค์และผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.      พัฒนาทักษะ ความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ที่จำเป็นของผู้แทนขาย

2.      เพื่อสร้างพฤติกรรมความสำเร็จมุ่งงานขายแก่ผู้แทนขาย

3.      พัฒนายอดขาย และสร้างภาพลักษณ์ อย่างต่อเนื่อง

4.      สร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างเป็นรูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย

5.      เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ที่จำเป็นของผู้แทนขาย

6.      เพื่อสร้างพฤติกรรมความสำเร็จให้ผู้แทนขาย

7.      พัฒนายอดขายและสร้างภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง

8.      สร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างเป็นรูปธรรมกับกลุ่มเป้าหมาย

การออกแบบหลักสูตร
            แนว การพัฒนาหลักสูตรนี้ ได้พัฒนามาจากกระบวนการการวิจัยในเรื่องการขายในมิติของผู้บริหาร งานขาย ผู้ขาย ผู้ซื้อและบทความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขาย นำมาออกแบบเนื้อหาหลักสูตร รวมถึงชุดฝึกต่างๆ ที่จะมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลองเสมือนจริง ผ่านกระบวนการเรียนรู้สมัยใหม่ทำให้ทุกคนได้ฝึกฝนเป็นรายบุคคล ที่เรียกว่า ระบบโค้ชชิ่ง (Coaching)

เครื่องมือและสื่อการสอน

  • คู่มือประกอบการเรียนรู้ รุ่น CEO 4 สี พิมพ์เป็นเล่ม
  • ระบบโค้ชชิ่ง(Coaching) เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ความเข้าใจในเทคนิคการขายต่าง ๆ
  • กระบวนการการเรียนการสอน ผ่านกิจกรรม และบทบาทสมมุติ
  • แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ผ่านกระบวนการการตกผลึกทางความคิด
  • กรณีศึกษา วีดีทัศน์ และการทำ Workshop

รายละเอียดหลักสูตรเนื้อหาวิชา “8 Steps of Modern Dynamic Selling Edge: MDSE”
วันที่ 1 แนวคิดเรื่องอาชีพการขาย และการสร้างความอิทธิพลเหนือลูกค้า

  • ความสำคัญของการขาย กับการทำธุรกิจในทศวรรษหน้า
  • ปัจจัยของความสำเร็จในการทำงานขายและโอกาสความก้าวหน้าของผู้ทำงานขาย
  • วิเคราะห์ความล้มเหลวของงานขายจากผลการวิจัยด้านการขาย
  • A B C D E Models: Sales Key Success Solutions
  • ลักษณะที่สำคัญของนักขายแต่ละประเภทในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
  • วิเคราะห์จิตวิทยาการซื้อของลูกค้า ในแบบต่างๆ เพื่อเข้าถึงความต้องการที่แท้จริง
  • ศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าประเภทต่าง ๆ เช่น ตามแนวคิดของ D-I-S-C เพื่อการเข้าถึง
  • เทคนิคการสร้างอิทธิพลเหนือลูกค้า เพื่อการครองใจ
  • แนวคิดด้าน CRM เพื่อใช้ในงานขาย

วันที่ 2 วิเคราะห์โครงสร้างการขายที่สำคัญ ตามแนวคิด ขายแบบไม่ต้องปิดการขาย แต่ได้ยอด

  • ศึกษากรณีศึกษา เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยของความสำเร็จในการขาย
  • องค์ประกอบของการสร้างความสำเร็จในงานขาย วิเคราะห์รายละเอียด
  • ชมวีดีทัศน์ ทัศนคติเพื่อความสำเร็จในงานขาย
  • การวิเคราะห์โครงสร้างในการขาย และการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มยอดขาย
  • แนวคิดเรื่องการขายแบบไม่ต้องปิดการแต่ได้ออร์เดอร์  “ชัวร์”
  • วิเคราะห์ 8 ขั้นตอนของการขายอย่างชั้นเซียน
  • หลักและเทคนิคการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นสุดยอดนักขาย

วันที่ 3 วิเคราะห์แต่ละขั้นตอนของกระบวนการของการขาย

  • การค้นหากลุ่มเป้าหมาย แบบตรงเป้า เข้าถูกคน
  • หลักการของการเข้าพบ อย่างไร ไม่ให้ลูกค้าปฏิเสธ
  • วิเคราะห์เทคนิคการเปิดใจ ได้ข้อมูล
  • เทคนิคการนำเสนอและปรับบุคลิกภาพเพื่องานขาย
  • วิเคราะห์การแก้ข้อโต้แย้งเพื่อการขาย
  • เทคนิคการเจรจาต่อรอง อย่างไม่เคยเป็นรองใคร
  • หลักวิธีปฏิบัติเพื่อการปิดการขาย แบบได้ใจ ได้ออร์เดอร์
  • เทคนิคการพัฒนาและสร้าง Sales Platform
  • กรณีศึกษาและจัดทำ Workshop

 

ระยะเวลา   จำวน   18   ชั่วโมง (3 วัน)

 

จำนวนผู้เข้าอบรม                30      คน / รุ่น

 

Module2: เทคนิคการนำเสนอและการปรับบุคลิกภาพ

 

วัตถุประสงค์

การ นำเสนองานอย่างมีประสิทธิผลเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารอันทรงพลัง ซึ่งใช้ในการแจ้งข้อมูลข่าวสาร โน้มน้าวชักจูง และสร้างความเชื่อมั่น อันส่งผลให้ผู้รับสารเกิดความเชื่อ ยอมรับ หรือตัดสินใจกระทำการบางสิ่งบางอย่างอันเป็นผลจากการนำเสนอนั้น

การ นำเสนองานอย่างมีประสิทธิผล เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขาย สำหรับพนักงานขายเพื่อช่วยให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในสินค้า และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ นอกจากนั้น การนำเสนองานยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสื่อสารภายในองค์กร ที่ช่วยให้เกิดการยอมรับ การตัดสินใจอนุมัติ หรือให้ความการทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างร่วมแรงร่วมใจ และสร้างผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ

อย่าง ไรก็ตาม หากผู้นำเสนอไม่สามารถนำเสนองานได้อย่างมีประสิทธิผล เช่นมีข้อมูลอัดแน่นมากเกินไป แต่ไม่ตอบสนองความต้องการหรือความสนใจของผู้ฟัง การนำเสนอนั้นย่อมกลายเป็นการเสียเวลาและเกิดค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นขึ้น

 

การนำเสนองานอย่างมีประสิทธิผล: การนำเสนอที่มุ่งเน้นผู้ฟังหรือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Audience/Customer-Centre Presentation)

          หลัก สูตรทักษะการนำเสนองานและปรับบุคลิกภาพอย่างมีประสิทธิผล โดยมุ่งเน้นที่ตัวผู้ฟังหรือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มีจุดเด่นของหลักสูตรอยู่ที่ การช่วยผู้เข้ารับการอบรมวางแผนการสร้างเนื้อหาการนำเสนอที่เป็นระบบ โดยมุ่งตอบสนองความต้องการ ความสนใจและความคาดหวังของผู้ฟัง โดยใช้ทักษะในการวิเคราะห์ผู้ฟัง  หลัง จากที่ผู้เข้ารับการอบรมมีโครงสร้างเนื้อหาการนำเสนอที่สอดคล้องกับผู้ฟัง แล้ว ย่อมมีความมั่นใจมากขึ้น เราจึงนำผู้เข้ารับการอบรมเข้าสู่ส่วนของวิธีการนำเสนอซึ่งรวมไปถึงเรื่อง การปรับปรุงบุคลิกภาพ ในการใช้สายตา ภาษากาย กิริยาท่าทาง สีหน้า การใช้ภาษา การใช้เสียง การโต้ตอบกับผู้ฟัง และการใช้สื่อประกอบต่างๆ

เนื้อหาหลักสูตรฝึกอบรมทักษะการนำเสนองานและปรับบุคลิกภาพอย่างมีประสิทธิผล

ส่วนที่ 1: แนวคิดการนำเสนองานที่มุ่งเน้นผู้ฟังเป็นศูนย์กลาง

1.1  ความหมายของการนำเสนองานอย่างมีประสิทธิผล

1.2  ประเภทของการนำเสนองาน

1.3  ภารกิจในการนำเสนองาน

 

ส่วนที่ 2: การวางแผนการนำเสนองาน

เริ่มด้วยกิจกรรมเปิดประเด็น: ให้ลองนำเสนอตามประเด็นที่มอบหมาย

2.1 การกำหนดวัตถุประสงค์การนำเสนอ (นำสถานการณ์จริงของผู้เข้ารับการอบรมแต่ละคนมาฝึกกำหนดวัตถุประสงค์)

  • เกณฑ์การเขียนวัตถุประสงค์
  • ประเภทของวัตถุประสงค์
  • วิธีการเขียนวัตถุประสงค์

2.2 การวิเคราะห์ผู้ฟัง (นำสถานการณ์จริงของผู้เข้ารับการอบรมแต่ละคนมาฝึกวิเคราะห์ผู้ฟัง)

  • ประเภทของผู้ฟัง (ลูกค้าภายใน ลูกค้าภายนอก)
  • การวิเคราะห์ผู้ฟังระดับพื้นฐานและวิเคราะห์เชิงลึก เช่น

o   ใครเป็นผู้ตัดสินใจ ผู้มีอิทธิพล

o   ความรู้ ประสบการณ์ ของผู้ฟัง

o   สภาวะการแข่งขัน (โดยเฉพาะกรณีนำเสนองานขาย)

o   ความต้องการขององค์กรและความต้องการส่วนตัวของผู้ฟัง

o   ความสนใจ ความคาดหวังของผู้ฟัง

o   ความรู้สึกและอารมณ์ของผู้ฟัง

o   ปัญหาและข้อกังวลใจของผู้ฟัง

2.3 การวางโครงสร้างเนื้อหาการนำเสนอ (ผู้เข้ารับการอบรมแต่ละคน ฝึกเขียนจากสถานกาณ์จริง)

  • การรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น
  • การกำหนดสาระสำคัญในการนำเสนอ
  • การกำหนดรายละเอียดสนับสนุนในการนำเสนอ
  • การสร้างข้อความเชื่อมโยง
  • การสร้างข้อความปิดการนำเสนอ
  • การสร้างข้อความเปิดการนำเสนอ

v ฝึกปฏิบัติการนำเสนอหน้าห้องพร้อมได้รับ Feedback จากวิทยากรและผู้เข้าอบรมท่านอื่น

ส่วนที่ 3: วิธีการหรือเทคนิคการนำเสนองาน / การปรับบุคลิกภาพ

§  การสบสายตา

§  การใช้ภาษากาย

o   กิริยาท่าทาง

o   สีหน้า

o   การเคลื่อนไหว

o   การวางท่า

§  การใช้ภาษา

§  การใช้เสียง

§  การโต้ตอบกับผู้ฟัง

§  การใช้สื่อ

v ฝึกปฏิบัติการนำเสนอหน้าห้องเป็นระยะพร้อมได้รับ Feedback จากวิทยากรและผู้เข้าอบรมท่านอื่น

ประโยชน์ที่ได้รับ

หลังจากจบการสัมมนา ผู้เข้ารับการอบรมจะสามารถ…

  • เข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ทักษะการนำเสนอแบบเน้นผู้ฟังหรือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
  • กำหนดวัตถุประสงค์การนำเสนอที่มีความชัดเจนที่ใช้เป็นหลักยึดหรือแนวทางการนำเสนอที่ประสบความสำเร็จ
  • วิเคราะห์ผู้ฟังได้ทั้งในมุมกว้างและมุมลึก เพื่อสร้างเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ โน้มน้าวและจูงใจผู้ฟัง/ลูกค้า
  • จัดเตรียมโครงสร้างเนื้อหาการนำเสนอที่ทรงพลังและเข้าถึงความต้องการและความสนใจของผู้ฟัง/ลูกค้า
  • สร้างเนื้อหาการนำเสนอที่มีความน่าเชื่อถือและเรียบเรียงอย่างเป็นเหตุเป็นผล ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ฟัง/ลูกค้า
  • เสริม สร้างบุคลิกภาพที่ดี รวมถึงพัฒนาเทคนิคการนำเสนอให้มีความน่าเชื่อถือ จูงใจ สร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
  • เลือกสื่อในการนำเสนอได้อย่างเพียงพอและเหมาะสมกับเนื้อหาที่จะนำเสนอ

 

วิธีการฝึกอบรม

Pre-work บรรยาย ระดมสมอง อภิปราย เขียน ฝึกปฏิบัติ ให้ Feedback ถ่ายวีดีโอ

 

ระยะเวลา  จำนวน  12   ชั่วโมง (2 วัน)

จำนวนผู้เข้าอบรม                30      คน / รุ่น

 

Module 3: เทคนิค ปลุกพลังการเจรจาต่อรองแบบไม่เป็นรองใคร  

              Clic Biz to be Effective Negotiation Techniques-Workshop

An Official Subscriber to and use of The Negotiation, Teamwork and Decision Making exercise Developed by The Dispute Resolution Research Center at Kellogg School of Management at Northwestern University

หลักการและเหตุผล

ในสภาพของความเป็นจริงในทุกยุค ทุกสมัย เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วว่า “การเจรจาต่อรอง” นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งใด รับผิดชอบด้านใด ตามคำบอกกล่าวว่าไม่ว่าคุณจะอยู่ในสภาวการณ์เช่นไร มีโอกาสที่จะได้หรือไม่ คุณจะเป็นผู้ที่ได้เปรียบหรือหรือตกอยู่ท่ามกลางความเสียเปรียบ คุณก็อาจจะไม่ได้อะไร ต่างตอบแทน เพราะคุณไม่ได้ใช้สิทธิเหล่านั้นเพราะการต่อรองจะทำให้องค์กร หรือตัวเรานั้นได้ในสิ่งที่ตนเองพึงปรารถนา ที่สำคัญที่สุดก็ไม่ไปทำร้ายผู้อื่นให้รู้สึกว่าตนเองกำลังจะสูญเสียบางสิ่ง อย่างไป  เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ ที่ดีในการทำธุรกิจ และเป็นสิ่งที่หลายองค์กรนั้นพึงกระทำอย่างยิ่ง ในหลายองค์กรใหญ่จึงมุ่งเน้นการใช้เทคนิคการเจรจาต่อรองที่จะสร้างมิติทำให้ ไม่มีผู้ใดสูญเสีย โดยผ่านกระบวนการการเจรจาต่อรองที่มีความชัด เจนและมุ่งเน้นความสำเร็จที่เป้าหมาย สร้างกลไกตามสภาวการณ์ที่มีความยินดีในทุกฝ่ายที่เรียกว่า Three Ws Model   ซึ่ง เป็นแนวความคิดของการเจรจาต่อรองสมัยใหม่ มุ่งเน้นความสำเร็จแบบองค์รวมหรือบูรณาการมาก กว่าการมีข้อขัดแย้ง หรือชนะเพียงอย่างเดียว แนวการสร้างทีมงานให้มีแนวคิดให้มีการเจรจาแบบมืออาชีพ ตอบโจทย์ในทุกกรณีนั้น จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาทีมงาน โดยมุ่งเน้นความสำเร็จขององค์กรเป็นที่ตั้ง หลักสูตร “เทคนิค ปลุกพลังการเจรจาต่อรองแบบไม่เป็นรองใคร” เป็นหลักสูตรที่รวบรวมถึงเทคนิคการเจรจาต่อรองที่สำคัญ มุ่งเน้นการปฏิบัติตามรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างความ “เหนือชั้น” ในการดำเนินธุรกิจให้กับองค์กรได้ย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารสามารถนำไปใช้ไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม นำมาซึ่งความ สำเร็จขององค์กร ของทีมงานและของตนเอง

วัตถุประสงค์

1.      ให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการเจรจาต่อรอง

2.      หลักการเจรจาต่อรองยุคใหม่ แบบได้ใจ ได้งาน

3.      ประยุกต์การเจรจาต่อรองผ่านกระบวนการทางจิตวิทยา เพื่อสร้างแต้มต่อทางธุรกิจ

เนื้อหาในการฝึกอบรม  

วันที่ 1 ความสำคัญและการสำรวจความพร้อมในการเจรจาต่อรอง

  • ความสำคัญของการดำเนินธุรกิจกับการเจรจาต่อรองในทศวรรษหน้า
  • ยุทธ์ศาสตร์ที่สำคัญของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน
  • ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญของนักเจรจาต่อรอง
  • ขจัดความกังวลของทุกคนเมื่อต้องเจรจาต่อรอง
  • ประเด็นหลักที่สำคัญของการเจรจาต่อรอง
  • ความเข้าใจผิดเมื่อต้องขึ้นเวทีการเจรจาต่อรอง
  • ปรับคุณลักษณะที่สำคัญให้ตนเองเป็นนักต่อรอง แบบ “เหนือชั้น”
  • วิเคราะห์ตนเองเพื่อปรับกลยุทธ์ จากความสำเร็จและล้มเหลวในการเจรจาต่อรอง
  • Workshop1 ทำความเข้าใจเรื่องความสำคัญเรื่องการเจรจาต่อรอง และแบบทดสอบตนเอง
  • Workshop2 ชุดฝึกการเจรจาต่อรองเป็นรายบุคคล
  • Workshop3 วิเคราะห์กลุ่ม จากกรณีศึกษาที่กำหนดให้

วันที่ 2 วิเคราะห์และการสร้างปัจจัยความสำเร็จในการเจรจาต่อรอง

  • วิเคราะห์คุณลักษณะของแต่ละท่านในการเจรจาต่อรอง(Assessment and FeedBack)
  • สิ่งที่ทีมงานต้องเตรียมพร้อมเพื่อการเจรจาต่อรอง
  • วิเคราะห์ขอบเขตการเจรจาต่อรองแบบ ZOPAs’ Model
  • การบริหารข้อมูลเพื่อการเจรจาต่อรอง
  • วิเคราะห์บุคลิกภาพอย่างนักเจรจาต่อรองมืออาชีพ
  • ชมวีดิทัศน์
  • Workshop4 ชุดฝึกการค้นหา BATNAs Model รายบุคคลและรายกลุ่ม
  • Workshop5 ชุดฝึกตามหลัก Guessimation รายบุคคล

วันที่ 3 การสร้างแรงกดดันและสร้างแต้มต่อเพื่อเป็นต่อในการเจรจาต่อรอง

  • ประเภทของแรงกดดันที่สำคัญ
  • การจัดเตรียมเครื่องมือที่จำเป็นในการสร้างแรงกดดัน
  • การจัดเตรียมสถานที่ เพื่อใช้ให้เป็นเวทีการต่อรอง และการสร้างความได้เปรียบ
  • สิ่งที่ควรและไม่ควรสำหรับการเจรจาต่อรอง
  •  การวิเคราะห์ บริบทของข้อมูลและการนำไปใช้ในการเจรจาต่อรอง
  • 11 กลยุทธ์การเจรจาต่อรองที่สำคัญ
  • การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่ออยู่ในสภาวะที่เพลี่ยงพล้ำ
  • Workshop4 ชุดฝึกการเจรจาต่อรองเป็นรายบุคคล ซึ่งสามารถวัดเป็นคะแนนเพื่อดูความแตกต่าง

วิธีการสัมมนา

  • แนวการสอนเป็นรูปแบบที่ออกแบบให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Professional Learning Method)
  • จากแนวคิด สู่การปฏิบัติ Work Shop ได้ทำ Work Shop รายบุคคล
  • บทบาทสมมุติ
  • กรณีศึกษา(Case Studies)
  • ชมวีดีทัศน์

ระยะเวลา  จำนวน  18   ชั่วโมง (3 วัน)

จำนวนผู้เข้าอบรม                30      คน / รุ่น

 

 

Module4: เทคนิคการขายอย่างที่ปรึกษา

วัตถุประสงค์

เนื่อง จากปัจจุบัน องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ภาวะของโลกาภิวัฒน์และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน ลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มขึ้น มีความรู้เพิ่มขึ้นและมีความต้องการที่มากขึ้น สภาพแวดล้อมดังกล่าวล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้องค์กรต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่ รอดและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

หน่วย งานขายเป็นหน่วยงานสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่บริษัท จึงเป็นหน่วยงานที่จำเป็นต้องปรับตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของพนักงานขายที่ต้องปรับเปลี่ยนไปจากวิธีการขายแบบ ใช้ความสัมพันธ์เป็นการขายแบบที่ปรึกษา เป็นนักแก้ปัญหา ที่มุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ที่ช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จ

แนวคิดของการขายแบบที่ปรึกษา

การ ขายแบบที่ปรึกษาเป็นรูปแบบการขายที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงขจัดข้อโต้แย้งและข้อกังวลใจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล เริ่มจากสามารถเปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิผลทำให้ลูกค้ายินดีที่จะเปิดใจ พูดคุยด้วย หลังจากนั้นผู้เข้าอบรมจะได้ฝึกทักษะการสอบถามเพื่อค้นหาความต้องการเชิงลึก จากนั้นจึงนำเสนอคุณประโยชน์และคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความ ต้องการของลูกค้า รวมทั้งปิดการขายที่ได้ข้อผูกมัดกลับมา และในกรณีที่เผชิญความท้าทายเมื่อลูกค้ามีข้อโต้แย้ง พนักงานขายก็สามารถจัดการกับข้อโต้แย้งนั้นได้อย่างมีประสิทธิผลและสร้าง ความสัมพันธ์อันดี

เนื้อหาหลักสูตรทักษะการขายแบบที่ปรึกษา

1. ปรับพื้นฐานและทัศนคติเกี่ยวกับการขายแบบที่ปรึกษา

  • บทบาทของการขายกับความสำเร็จขององค์กร
  • ความหมายและความสำคัญของการขายแบบที่ปรึกษา
  • ความท้าทายที่ต้องเผชิญในการขาย
  • ความคิดและความกดดันของลูกค้า
  • บทบาทและคุณสมบัติที่จำเป็นของนักขายที่ประสบความสำเร็จ
  • นักขายที่ปรึกษากับการสร้างความแตกต่าง

2.      ทักษะการขายแบบที่ปรึกษา กรณีลูกค้าไม่มีข้อโต้แย้ง

2.1  การขายแบบสนองความต้องการ

2.2  การสร้างความประทับใจแรกเริ่มกับลูกค้า

2.3  การเปิดการขาย

  • เสนอหัวข้อการสนทนากับลูกค้าและชักจูงลูกค้าให้สนใจ
  • แจ้งประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการพูดคุยในครั้งนี้
  • ตรวจสอบปฏิกิริยาของลูกค้า

2.4  การสอบถาม

  • ใช้คำถามเปิด-ปิดเพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้า
  • การสอบถามสภาพแวดล้อมของลูกค้า
  • การค้นหาความต้องการเบื้องลึกของลูกค้า
  • การสอบถามเพื่อขยายหรือแสวงหาโอกาสในการขาย Solution
  • ภาษาแสดงความต้องการกับโอกาส
  • การแสดงออกถึงการรับรู้และความเข้าใจลูกค้า
  • การตรวจสอบความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการที่ตรงกัน
  • การกล่าวรับรู้ความต้องการของลูกค้า

2.5  การสนับสนุนความต้องการของลูกค้า

  • ทำความเข้าใจกับความแตกต่างของคุณลักษณะกับคุณประโยชน์
  • การบรรยายคุณลักษณะกับคุณประโยชน์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
  • การตรวจสอบการยอมรับจากลูกค้า

2.6  การปิดการขาย

  • การกล่าวสรุปคุณประโยชน์ที่ลูกค้ายอมรับไปก่อนหน้านี้
  • พนักงานขายเสนอขั้นตอนต่อไปสำหรับตนเองและลูกค้า
  • พนักงานขายทำการตรวจสอบการยอมรับจากลูกค้า

3.      ทักษะการขายแบบที่ปรึกษา กรณีลูกค้ามีข้อโต้แย้ง

3.1 ประเภทของข้อโต้แย้งของลูกค้า

3.2 การเอาชนะความไม่สนใจของลูกค้า

  • แสดงความเข้าใจและรับรู้ความไม่สนใจของลูกค้า
  • ขออนุญาตทำการสอบถาม
  • การสอบถามเพื่อทำให้ลูกค้าตื่นตัวกับความต้องการที่ไม่ได้คิดถึงมาก่อน

3.3  การจัดการกับข้อโต้แย้งของลูกค้า

  • การสอบถามเพื่อทำความเข้าใจกับข้อโต้แย้งของลูกค้า
  • การตอบสนองต่อลูกค้าที่ยังไม่แน่ใจในสินค้าและบริการของเรา
  • การตอบสนองต่อลูกค้าที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสินค้าหรือบริการของเรา
  • การตอบสนองต่อลูกค้าที่ไม่ถูกใจในคุณสมบัติบางอย่างของสินค้าและบริการ

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.      ผู้เข้ารับการอบรมมีความเข้าใจถึงบทบาทของตนและความสำคัญในการเป็นนักขายแบบที่ปรึกษา

2.      ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจในความหมายของการขายแบบสนองตอบความต้องการของลูกค้า

3.      ผู้ เข้ารับการอบรมสามารถประยุกต์ใช้ทักษะการขายแบบที่ปรึกษาในการสร้างความ ประทับใจแก่ลูกค้าและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยนำเสนอคุณ ประโยชน์และคุณสมบัติของสินค้าและบริการได้อย่างตรงจุด

4.      ผู้ เข้ารับการอบรมสามารถใช้คำถามเปิด คำถามปิดรวมทั้งเทคนิคการฟังที่มีประสิทธิผล เพื่อทำความเข้าใจกับความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า

5.      ผู้เข้ารับการอบรมเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างคุณลักษณะกับคุณประโยชน์ที่จะใช้ในการนำเสนอเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

6.      ผู้เข้ารับการอบรมสามารถปิดการขายโดยสร้างข้อผูกมัดที่หนักแน่นกับลูกค้า

7.      ผู้เข้ารับการอบรมประสบความสำเร็จในการสร้างความคืบหน้าในการขาย ขณะที่เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า

8.      ผู้เข้ารับการอบรมมีความมั่นใจและสามารถจัดการกับข้อโต้แย้งของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล

ระยะเวลา   จำนวน  12   ชั่วโมง (2 วัน)

จำนวนผู้เข้าอบรม                30      คน / รุ่น

 

 

Module5: เทคนิคการบริการเหนือใจ เหนือความคาดหวังแบบโดนใจ ใช่เลย!

            Top Performance in Service Beyond Expectation

 

หลักการและเหตุผล

ตาม กระแสการแข่งขันบนโลกของธุรกิจที่ไร้พรมแดนที่มีความรุนแรงขึ้นดังใน ปัจจุบัน จึงทำให้ทุกธุรกิจนั้นมีแรงต้านที่จะทำให้ธุรกิจของตนเองนั้นมีความหน่วงใน การเจริญเติบโตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบางรายอาจจะประสบกับสภาวะขาดทุน จนถึงปิดกิจการไป ตัวหน่วงก็คืออุปสรรคต่าง ๆ ที่มาจากการดำเนินธุรกิจ เช่นการที่คู่แข่งมีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น หรือปริมาณของคู่แข่งขันที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และอุปสรรคประการที่สองได้แก่อุปสรรคที่มาจากการคาดหวังของลูกค้าที่มีเพิ่ม ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งอุปสรรคในประการนี้กลายเป็นอุปสรรคหลักของการดำเนินธุรกิจ เพราะถ้าองค์กรใดไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า ความคาดหวังที่มีอยู่ ก็จะทำให้มีโอกาสที่จะสูญเสียกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ไป ดังนั้นในโลกของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน จึงกลายเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกองค์กรต้องให้ความสนใจ ใส่ใจ และให้ใจลูกค้าอย่างจริงจังแบบ “เหนือใจ เหนือความคาดหวัง” เพื่อ นำมาซึ่งความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าผ่านกระบวนการหรือวิธีการบริการที่เป็น รูปธรรม ที่จะสามารถทำให้ลูกค้านั้นจับต้องการบริการได้อย่างเป็นรูปธรรม นำมาซึ่งความสำเร็จระยะยาวและสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ

วัตถุประสงค์

เพื่อ เสริมสร้างความเข้าใจในหลักของการให้บริการที่จะตอบสนองต่อความต้องการของ ลูกค้าแบบเหนือใจ เหนือความคาดหวัง เป็นการเสริมสร้างความมั่นใจและปลุกพลังการทำงานของพนักงานให้ฮึกเหิม..ที่ จะให้บริการกับลูกค้า และที่สำคัญสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

วิธีการสัมมนา

ใช้หลักการอบรมให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่ มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถที่จะเข้าใจและนำมาสร้างองค์ ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง จากแนวคิด สู่การปฏิบัติ  Work Shop กรณีศึกษา(Case Studies)และGroup Discussion

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

หลังจากการเข้าฝึกอบรมแล้ว ผู้เข้ารับฝึกอบรมจะสามารถ

  • เข้าใจหลักของการบริการแบบเหนือใจ เหนือความคาดหวัง
  • บทบาทหน้าที่ของผู้ที่ของทีมงานในการบริการแบบเหนือใจ
  • เทคนิค วิธีการบริการแบบเหนือใจ อย่างเป็นรูปธรรม
  • รู้และเข้าใจหลักวิธีการวางแผนเมื่อต้องออกสนามการบริการ
  • สามารถประเมินสถานการณ์ต่างๆ เมื่อในการบริการแบบเหนือใจ
  • หลักการบริการต่างมิติ เข้าถึงใจการบริการเหนือใจลูกค้า
  • นำไปพัฒนายุทธวิธีในการบริการขั้นสูงต่อไป

เนื้อหาการฝึกอบรม

วันที่ 1 ช่วงที่1 ความสำคัญหลักของการบริการในทศวรรษหน้า

  • ตรวจเช็คระดับอุณหภูมิของธุรกิจของท่านในยุค WTO
  • ดัชนีชี้วัดความสำเร็จในยุคปัจจุบัน เพื่อสร้างความยั่งยืนถาวรทางธุรกิจ
  • หลักของการบริการแบบเหนือใจ เหนือความคาดหวัง

Workshop: ทำความเข้าใจกับหลุมพรางการให้บริการ

วันที่ 1 ช่วงที่2 มาตรฐานของการบริการแบบเหนือใจ เหนือความคาดหวัง

  • วิเคราะห์เพื่อค้นหาหลักการบริการเหนือใจ เหนือความคาดหวัง
  • เทคนิคการลดแรงกดดัน เมื่อลูกค้า แรงมา! แบบสบายใจ มีพลังให้บริการ
  • วิเคราะห์การสร้างมาตรฐานการให้บริการเหนือใจ

Workshop:   1 ชมวีดีทัศน์เทคนิคการจัดการการบริการเหนือใจ เหนือความคาดหวัง และวิธีขจัดแรงกดดัน

2  วิเคราะห์กลุ่ม จากกรณีศึกษาที่กำหนดให้

วันที่ 2 ช่วงที่1 พัฒนาทักษะของการบริการเหนือใจ เหนือความคาดหวัง

  • องค์ประกอบของความสำเร็จของการบริการเหนือใจ เหนือความคาดหวัง
  • สร้างหลัก 6Ps’ Top Performance in Service  เพื่อการบริการเหนือใจ
  • เทคนิคและบุคลิกภาพของนักบริการเหนือใจ เหนือความคาดหวัง

Workshop: ฝึกการค้นหา 6Ps’และพัฒนาบุคลิกภาพของการบริการเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม

วันที่ 2 ช่วงที่2 การวิเคราะห์รูปแบบการบริการแบบยกระดับ

  • สร้าง Service BluePrint ของการบริการที่ประสบความสำเร็จ
  • ดัชนีชี้วัดความพึงพอใจของลูกค้าในยุคปัจจุบัน
  • ข้อพึงระวังที่สำคัญของการบริการเหนือใจ เหนือความคาดหวัง

Workshop: ฝึกการค้นหา Service BluePrint การบริการเป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม

หมายเหตุ: ชุด ฝึกต่างๆ เป็นการคิดค้นซึ่งได้ผ่านกระบวนการทดสอบจนมั่นใจว่ามีความเหมาะสมและทำให้ การเรียนรู้มีความสมบูรณ์แบบสอดคล้องกับเป้าหมายที่วางไว้

ระยะเวลา  จำนวน 12 ชั่วโมง (2 วัน)

จำนวนผู้เข้าอบรม                30      คน / รุ่น

 

Module6:  เทคนิคการสื่อสารเพื่อการขายอย่างมืออาชีพ

Professional Customer Communication:PCC

หลักการและเหตุผล

ตามที่ทุกคนทราบกันดีว่า การสื่อสารเป็นปราการด่านแรกที่จะใช้ในการติดต่อกับลูกค้า “หาก แม้ลูกค้าคนใดมีปัญหา ก็จะสามารถ ฟันฝ่าปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาได้ง่าย สามารถที่จะปลดล๊อคต่าง ๆ กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีด ถ้าองค์กรนั้นมีกระบวนการของการสื่อสารที่เข้มแข็ง ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ซึ่งมีกระบวนการของการสื่อสารในงานขายอย่างมืออาชีพเป็นเครื่องมือที่สำคัญ จากสภาพปัญหาภายในองค์กรที่ถือว่า “น่าเป็นห่วง” ได้แก่ การการสื่อสารและประสานงานทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะกับลูกค้า ที่อาจจะไม่เข้าใจถึงนโยบาย ภาระหน้าที่ที่สำคัญขององค์กรผู้ขาย หรือการเข้าถึงแนวการปฏิบัติงานที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพนำสู่ประสิทธิผล อีกทั้งบางครั้งต้องสื่อสารกับบุคคลภายนอกต่าง ๆ ในฐานะที่เป็นทีมงานหนึ่งขององค์กร เมื่อมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่คาดหวังได้ เพราะการทำงานจะต้องมีการสื่อสารในรูปแบบบูรณการย่อมทำให้เห็นประสิทธิผลใน การทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่ง องค์ประกอบที่สำคัญของการสื่อสารนั้นประกอบไปด้วยผู้ที่สื่อสารและผู้ที่รับ ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารในรูปแบบของหัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่บุคคลภายนอกคือลูกค้า ล้วนแต่ต้องอาศัยศักยภาพของการสื่อสารเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนความสำเร็จใน การทำงานทั้งสิ้น ซึ่งจะสังเกตได้จากองค์กรที่มีการเจริญเติบโตนั้น จะมีการพัฒนาระบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ ทำให้การสื่อสารนั้นเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของการเจริญการหน้า ให้องค์กรนั้น ถ้าองค์กรนั้นมีวิธีการสื่อสารอย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ   ดังนั้นหลักสูตร “เทคนิคการสื่อสารเพื่อการขายอย่างมืออาชีพ” จึงถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการพัฒนาการทำงานของพนักงาน โดยอาศัยหลักของการทำงานร่วมกันผ่านกระ บวนการสื่อสารเพื่อองค์กร เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อพัฒนาทีมงานให้เข้าใจถึงความคิด แนวทางการปฏิบัติของการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อการสื่อสารกับภายนอก ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับงานของตนเอง และทำให้ทำงานร่วมกับบุคคลอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความยั่งยืนและการทำงานได้มีประสิทธิผลขององค์กรนั้น ๆ

วัตถุประสงค์

เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้ ฝึกหัดและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ

1.      กลยุทธ์และวิธีการสำหรับการสื่อสารและการประสานงานกับลูกค้า

2.      เข้าใจหลักการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญ เพื่อความชัดเจนในการติดต่อกับลูกค้า

3.      เข้าใจหลักการโน้มน้าว จูงใจ กระตุ้นให้ลูกค้าเข้าใจและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.      หลักการนำเสนองานที่สำคัญเพื่อให้มีความชัดเจนให้กับลูกค้า

5.      เป็นตัวแทนองค์กรเพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

วิธีการสัมมนา

ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่ มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไป พัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย:

w  Group Discussion

w  Individual Assignment

w  Individual/Group Presentation

w  Role Play in Real Situation for Individual

w  Case Study

หัวข้อการอบรม

วันที่ 1 ช่วงที่ 1  ความสำคัญและหลักการสื่อสารประสานงานร่วมกันเพื่อองค์กร

w  ความสำคัญของการสื่อสารกับการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ ในทศวรรษที่ 21

w  องค์ประกอบของความสำเร็จในการทำงาน (KSF)

w  องค์ประกอบและบทบาทของการสื่อสารเพื่อองค์กร

w  หลักการลดแรงต้านที่สำคัญในการสื่อสารที่แตกต่างบทบาท

w  วิเคราะห์ประเภทของคนเพื่อการวิเคราะห์การสื่อสาร

w  กลยุทธ์การสื่อสารเชิงระบบ เพื่อผลสำเร็จในงานขาย

w  เทคนิคการถ่ายทอดเพื่อการได้ใจลูกค้า

วันที่ 1 ช่วงที่ 2 หลักการโน้มน้าว และการเจรจาต่อรอง

w  วิเคราะห์ปัจจัยของการแสดงออกของคน เป็นรายบุคคล

w  หลักการสื่อสารแบบชั้นเดียวและแบบหลายชั้น

w  จิตวิทยาการโน้มน้าวตามลักษณะเฉพาะของบุคคล

w  เทคนิคที่สำคัญในการสื่อสารในองค์กรและหัวหน้า ลูกน้อง

w  กลไกการสื่อสารเพื่อการขายที่สำคัญ

w  สิ่งที่ควร(Do)และไม่ควร(Don’t)ในการสื่อสาร

w  Workshop

ระยะเวลา  จำนวน 6 ชั่วโมง (1 วัน)

จำนวนผู้เข้าอบรม                30      คน / รุ่น

 

Powered by www.477internet.com UA-75256908-1