8 สูตรลับ การเขียน เรซูเม่ Resume สมัครงาน ให้ได้งานแน่

8 สูตรลับ การเขียน เรซูเม่ Resume สมัครงาน ให้ได้งานแน่

StepPlus Training มีความยินดีที่จะแลกปลี่ยนประสบการณ์การเขียน เรซูเม่ Resume เพราะการสมัครงานเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน การเตรียมตัวสมัครงานที่ดีเท่ากับเราสามารถเพิ่มโอกาสที่จะได้งาน  ในการสมัครงานนั้น ผู้รับสมัครจะใช้หลักเกณฑ์ในการรับสมัคร ตั้งแต่ การติดต่อ การส่งใบสมัคร และหนึ่งในเอกสารที่จำเป็นที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลนำมาพิจารณา คือ เรซูเม่ หรือ Resume หรือเรียกว่าเป็นประวัติแนะนำตัวผู้สมัครงาน

การเขียนเรซูเม่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะ เรซูเม่ หรือ Resume เป็นเหมือนปราการด้านแรกที่จะทำให้คนสัมภาษณ์รู้สึกต้องตา ต้องใจ และอยากเชิญ ผู้สมัครงานมาพูดคุยในรายละเอียดที่เพิ่มมากขึ้นการสมัครงานเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน เพราะการสมัครงาน เท่ากับเราสามารถเพิ่มโอกาสที่จะได้งาน  ในการสมัครงานนั้น ผู้รับสมัครจะใช้หลักเกณฑ์ในการรับสมัตร ตั้งแต่ การติดต่อ การส่งใบสมัคร และหนึ่งในเอกสารที่จำเป็นก็คือ เรซูเม่ หรือ Resume การเขียนเรซูเม่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะ เป็นเหมือนปราการด้านแรกที่จะทำให้คนสัมภาษณ์รู้สึกต้องตา ต้องใจ และอยากเชิญ ผู้สมัครงานมาพูดคุยในรายละเอียดที่เพิ่มมากขึ้น

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ ศัพท์ที่ใช้และหลายคนสับสนกับคำว่า เรซูเม่ Resume และ Curriculum Vitae (CV) 

เรซูเม่ (Resume) นั้นในบางประเทศอย่างเช่นโซนทวีปยุโรป  จะใช้ชื่อ Curriculum Vitae (CV) คือเป็นการเขียนสรุป รายละเอียดของประวัติส่วนบุคคลให้มีรูปแบบที่สั้นกระชับอยู่ภายใน 1 หน้า โดยรายะเอียดจะมีการกล่าวถึง ชื่อ นามสกุล ประวัติการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ความสำคัญของความสำเร็จในผลงาน และความสามารถพิเศษต่างๆ

ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะใช้เอกสารแนะนำตัว ที่เรียกว่าเรซูเม่ Resume ซึ่งมักมีรายละเอียดมากกว่า และยาวกว่า ส่วนในประเทศไทยไม่มีรูปแบบบังคับ แต่ก็ควรจะให้อยู่ภายใน 1-2 หน้ากำลังดี เป็นความยาวส่วนมากนิยม ในการสมัครงานนั้นจะมีการแนบจดหมายพร้อมกับเรซูเม่เพื่อประกอบการสมัครงาน  เพราะเป็นเอกสารในการสมัครงาน จึงจำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดที่จะเตรียมตัว เพราะเรซูเม่ที่น่าสนใจช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานมากขึ้น

8 ในการเขียน เรซูเม่ Resume ให้ได้งานมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 

 

  1. รูปถ่าย ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง  *** รูปต้องดูดี  ชัดเจน**  
    ใช้รูปดูสุภาพเรียบร้อย  ชัดเจน หน้าตรง การติดรูปประกอบเป็นเรื่องที่สำคัญ จึงจำเป็นต้องติดรูปผู้สมัคร ลงไปในเรซูเม่ด้วย ในด้านบน ไม่ว่าจะเป็นซ้ายหรือขวา ต้องเป็นรูปที่สุภาพเรียบร้อย ให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครงาน ถ้าเป็นรูปติดบัตรได้จะดีที่สุด เพราะทำให้เห็นหน้าตรง ไม่ควรใช้รูปที่ถ่ายเล่นหรือถ่ายรูปเซลฟี่มาใช้  ถ้ารูปที่ไม่สุภาพ จะแสดงุถึงเจ้าของรูปว่าเป็นคนก็ไม่สุภาพเช่นกัน

 2. ข้อมูลการติดต่อที่อยู่ เบอร์ติดต่อ  LineID *** ต้องชัดเจน**
เป็นเรื่องที่สำคัญที่จำเป็นต้องให้ข้อมูล อย่ามองข้ามเรื่อง  เบอร์ติดต่อ อีเมล์ติดต่อ เพศ อายุ (บางคนใส่ปีเกิด) ให้ครบถ้วนเพื่อง่ายต่อการติดต่อ ถ้าเป็นเพศชาย ควรใส่สถานภาพทางกาารทหารมาด้วย 

 

 3. เขียนสรุปผลงาน หรือ เป้าหมายการสมัคร หรือ ทำไมตนเองถึงสนใจ หรือ เหมาะสมกับตำแหน่งนี้  ***เพื่อแสดงถึงว่า เรามีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานนี้***
เป้าหมายในการสมัครงาน นี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก จะเป็นการบอกบริษัทว่า ผู้สมัครต้องการอะไร มีเป้าหมายอะไรในชีวิตการทำงาน ทำไมตนเองจึงมีความเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ ซึ่งถ้าเป้าหมายนี้ตรงกันกับที่บริษัทกำลังหาอยู่ ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้งาน และถ้าเป็นคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนเลย อาจจะมีเพียงฝึกงาน ในระยะเวลาสั้นๆแค่ 1-2 เดือน การใส่จุดมุ่งหมายในการทำงานเอาไว้ในส่วนบนสุดของเรซูเม่ จะทำให้ประวัติน่าสนใจเหมือนบอกว่าเรามีอนาคตที่เป็นเป้าหมาย

4. ประสบการณ์การทำงานเขียนจาก งานปัจจุบันหรือ งานล่าสุดไป ถึง งานที่ทำในอดีต *** เพื่อย้ำถึงประสบการณ์ความรับผิดชอบ ในอดีตว่าเหมาะสมกับงานหรือไม่***

ใส่ชื่อตำแหน่ง ชื่อบริษัท ช่วงเวลาที่ทำงานให้ใส่รายละเอียดประสบการทำงาน มีคำอธิบายลักษณะของงาน ความรับผิดชอบของงานที่ทำอย่างละเอียด เพื่อคนสัมภาษณ์จะได้เข้าใจและมีแนวทางในการสัมภาษณ์งานเรา  

5. ประวัติการศึกษาเขียนจาก จบการศึกษาในอดีตมาถึง การศึกษาปัจจุบัน *** ดูว่า สาขาที่จบมาและความรับผิดชอบต่อตนเอง***
ข้อมูลนี้จำเป็นมากๆ เพราะเป็นก้าวแรกที่คนสัมภาษณ์จะพิจารณาว่าสาขาที่จบมากับงานที่ทำ จะมีความสอดคล้องกันไหรือไม่  หรือคนที่ยังไม่ได้มีประสบการณ์ทำงานนั้น ก็จะใช้การศึกษาเป็นตัว กำหนดถึงความถนัดของผู้สมัคร ให้ระบุ คณะ สาขาเอก สาขารอง ชื่อมหาวิทยาลัย และวิชาที่เกี่ยวข้องกับตำแนห่งงานที่สมัครลงไป เกรดจบเป็นอย่างไร ถ้าไม่ต่ำมากก็น่าใส่ไปเพื่อนำเสนอให้พิจารณา แต่ถ้าต่ำก็ควรมีเหตุผลประกอบ 

6. กิจกรรมหรือการอบรมทักษะเพิ่มเติม *** ดูว่าความใส่ใจ หรือทักษะพิเศษที่จะที่จะมาช่วยในการทำงาน***

การทำกิจกรรมเป็นเรื่องที่สำคัญใช้วัดการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างไร หรือการมีทักษะพิศษที่แตกต่างจากผู้อื่นจะทำให้เรซูเม่น่าสนใจ เพื่อเป็นการแสดงว่าเรามีความสามารถที่แตกต่างจากผู้อื่นที่เห็นได้อย่างชัดเจน

7. ทักษะหรือความสามารถพิเศษหรือทักษะด้านภาษา ***ทักษะเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เรียนจบมา***

จะเป็นตัวช่วยทำให้เห็นว่านอกเหนือจากความสามารถที่เราเรียนจบมา เรายังใส่ใจที่จะเพิ่มทักษะเรียนรู้เพิ่มเติมทำให้เรามีความเหมาะสมในการเข้าทำงาน

8. ความสนใจหรืองานอดิเรก ***ควรมี เพราะจะอธิบายได้ถึงลักษณะนิสัยของผู้สมัคร***

ความสนใจหรืองานอดิเรกจะบ่งบอกถึง Life Styles หรืออุปนิสัย ว่าจะทำงานแล้วเข้ากับสังคมที่องค์กรได้หรือไม่

ในการเขียนเรซูเม่นั้น ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว เพียงแต่เนื้อหาให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญคือการจัดวางรูปแบบก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งมีสิ่งที่ต้องระดังดังนี้

  • การจัดวางต้องมีระเบียบเรียบร้อย ให้อ่านง่าย สีเรียบ เพื่อให้อ่านง่าย
  • การเลือกตัวอักษร ไม่ควรมีหลายแบบ จำกัดเพียง 1-3 แบบ

สุดท้ายขอให้ทุกคนโชคดีในการหางาน

Clip ความรู้ออนไลน์

UA-75256908-1