หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย เป็น หลักสูตร ใช้ในวัดประเมินผลการทำงานของพนักงานขาย โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพการทำงานขายหลังการประเมินผลงานขาย

หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ

Sales Key Performance Indicator

ทำไม หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ Sales Key Performance Indicator ถึงเหมาะกับผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานขายทุกคน

ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย กับ วิทยากรชั้นนำ
  • เรียนกับวิทยากรมีประสบการขายจริง มากกว่า 25 ปี
  • เคยทำยอดขายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
  • เป็น Top Sales ด้วยเทคนิคการขายเฉพาะตัว ที่พร้อมจะถ่ายทอดให้ทุกคนได้รู้ และทำตามแบบจับมือทำ
  • จบเรื่องการขายโดยตรงจาก มหาวิทยาลัย ซานฟรานซิสโก ประเทศอเมริกา
  • เคยทำตำแหน่งผู้บริหารมาก่อน ทำให้มองมุมกว้างของธุรกิจได้เป็นอย่างดี
  • เน้นการฝึกปฏิบัติ มากกว่า ทฤษฎี
  • มีเครื่องมือ Sales Move Analysis ช่วยให้ วางแผนการขายได้เป็นอย่างดี
  • มีขั้นตอนการขายที่ชัดเจน ทำให้ทุกคนนำไปใช้ได้ในการขายได้เลย
  • ใช้เวลาไม่มาก แต่ได้ผลเป็นอย่างดี
  • หลักสูตรนี้ เหมาะแก่การ อบรมพนักงานขายทั้งมีประสบการณ์และไม่มประสบการณ์
  • วิทยากรรู้จริง ทั้งทำงานขายมาก่อน และ อบรมพนักงานขายมานานมาก ทำให้รู้ทุกแง่มุมของการขาย

5 เหตุผลที่ ผู้จัดการฝ่ายขาย ต้องการ ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย มีดังนี้:

ในการบริหารทีมขาย ตัวกำหนดประสิทธิภาพหลัก คือดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) คือตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานขาย เพื่อผู้จัดการฝ่ายขายสามารถนำมาใช้ในการขับเคลื่อนการตัดสินใจในการประเมินผลงานของพนักงานขาย  ดัชนีชี้วัดผลงาน KPI เพื่องานขายจึงมีความสำคัญต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจ

ดัชนีชี้วัดผลงาน KPI เพื่องานขาย มีความสำคัญต่อผู้จัดการฝ่ายขาย:

1.การวัดความคืบหน้า:

KPI ช่วยให้คุณสามารถติดตามว่าทีมขายของคุณทำงานอย่างไรโดยเทียบกับเป้าหมายและเป้าหมายที่ตั้งไว้ สิ่งนี้ช่วยให้คุณกำหนดการปรับปรุงหรือการปรับเปลี่ยนงานขาย ที่จำเป็นในกลยุทธ์ และประเมินปัญหาเฉพาะที่ทีมของคุณอาจกำลังเผชิญอยู่

2.การติดตามและคาดการณ์:

KPI ช่วยให้ ติดตามประสิทธิภาพของทีมขาย พร้อมคาดการณ์ประสิทธิภาพในอนาคต การใช้ตัวชี้วัดประสิทธิภาพ เช่น รายได้ที่สร้างขึ้น ยอดขายตามผลิตภัณฑ์ หรือยอดขายตามภูมิภาค จะช่วยให้คุณทราบถึงความผันผวนของรายได้หรือปริมาณการขายรายไตรมาสหรือรายปี ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลในการตัดสินใจโดยคาดการณ์จุดพีคและจุดลงของประสิทธิภาพ และจัดการกับจุดดังกล่าวอย่างแข็งขัน

3.การเปิดเผยโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ:

ด้วยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับ KPI ธุรกิจต่างๆ สามารถสังเกตรูปแบบและค้นพบโอกาสใหม่ๆ สำหรับการเติบโต ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้สามารถช่วยให้องค์กรต่างๆ ตรวจสอบความเหมาะสมของตลาดผลิตภัณฑ์ ใช้ข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้าปัจจุบันเพื่อรับลูกค้าใหม่ และปรับแต่งโซลูชันหรือแนวทางให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้ซื้อ

4.การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อพนักงานขาย:

ด้วยการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ธุรกิจต่างๆ สามารถเน้นย้ำถึงพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าและปรับแนวทางให้เหมาะสมได้ KPI การขายจะติดตามความคืบหน้าเพื่อช่วยคุณระบุจุดที่ต้องปรับปรุงและดำเนินการแก้ไข การปรับเปลี่ยนเทคนิคการขาย โมเดลการให้คะแนนลูกค้าเป้าหมาย หรือสคริปต์การขายสามารถทำได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการขายและประสิทธิภาพ

5.รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของทีมของคุณ:

KPI ช่วยให้คุณประเมินประสิทธิภาพของทีมและทำความเข้าใจว่าอะไรทำให้ตัวแทนฝ่ายขายของคุณโดดเด่น คุณสามารถวัดส่วนต่างๆ เช่น จำนวนการโทรที่จัดการ ข้อตกลงที่ปิด ผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าที่ใช้งานอยู่ และเวลาตอบกลับ การทำความเข้าใจว่ากลยุทธ์หรือกลยุทธ์ใดที่ขับเคลื่อนยอดขายสามารถช่วยให้ผู้นำฝ่ายขายปรับแต่งและเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดระหว่างทีมของตนได้

โดยรวมแล้ว KPI และ Metrics เพื่องานขายช่วยให้องค์กรต่างๆ เข้าใจประสิทธิภาพการขาย เพิ่มประสิทธิภาพแนวทาง และตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูล เป็นส่วนสำคัญในการปรับปรุงกระบวนการขายและบรรลุเป้าหมายรายได้ ของฝ่ายบริหารที่สำคัญ มีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการขายที่ใช้กันทั่วไปมากมาย รวมถึงรายได้จากการขายทั้งหมด จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ขาย มูลค่าการสั่งซื้อเฉลี่ย และยอดขายตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ตัวชี้วัด KPI for Sales เหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเป็นรายบุคคล

แต่บางครั้งฝ่ายบริหารยังขาดความรู้เชิงลึกว่าตัวชี้วัดเพื่องานขาย เฉพาะเจาะจงส่งผลต่อประสิทธิภาพธุรกิจโดยรวม ด้วยการวิเคราะห์แนวโน้มและความสัมพันธ์ระหว่าง KPI แต่ละรายการ จะทำให้ได้ภาพที่สมบูรณ์มากกว่าการให้ข้อมูลการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิผลมากขึ้น

วิทยากรได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไป Certified Trainer ในหลักสูตร การบริหารจัดการ และ หลักสูตร Executive Leadership

ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

วิทยากรเคยจัดรายการโทรทัศน์ รายการ “เส้นทางนักขาย” ทางเนชั่น

ภาพ ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย จัดรายการเส้นทางนักขาย ทางโทรทัศน์ช่อง Nation

หลักสูตรนี้ วิทยากรจบการศึกษาเรื่องการขาย จาก มหาวิทยาลัย ซานฟรานซิสโก และการเจรจาต่อรอง จาก มหาวิทยาลัย Notre Dame และ ประเทศอเมริกา

ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
Jack-Canfield ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
W. Chan Kim Blue Ocean Strategies และดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย-
Brain Tracy ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย-John-C-Maxwell Leadership

เหตุผลที่ พนักงานขายและผู้จัดการฝ่ายขาย ส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกอบรม หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ

Sales Key Performance Indicator

1.เข้าใจเรื่อง การวัดประเมินผลพนักงานขาย ด้วยดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) มากขึ้น

2.เคยเรียน หลักสูตร 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ ทำให้เห็นว่า การจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย เป็นเรื่องสำคัญ สำหรับผู้จัดการฝ่ายขาย

2.1 เข้าใจ ขั้นตอนการทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่อพนักงานขาย (KPI for Sales) อย่างมืออาชีพ

3.ได้ทำการออกแบบการ การจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่อพนักงานขาย (KPI for Sales)จากการทำงานจริง รู้จุดบกพร่อง และนำไปใช้ได้จริงในการทำงาน

4.ทำให้ได้เทคนิค การจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย ด้วยการให้ทุกคนมีส่วนร่วม

5.มีเทรมเพลสในการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) ทำให้มีข้อมูลที่จะใช้วัดประเมิรผลการทำงานของพนักงานขาย

6.ได้รับเทคนิคการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขายได้ง่ายขึ้น

7.ได้แนวคิด หรือ Feedback เกี่ยวกับการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย เพื่อปรับปรุงกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อปิดช่องโหว่

8.ทำให้การเตรียมตัว เพื่อการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย  สามารถรับกับสถานการณ์การขายต่าง ๆ ได้ดี

9.ได้ฝึกการตั้งคำถามในการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales)เพื่อพัฒนาการวัดประเมินผลการขาย

10.ได้ปรับ Mindset เรื่องการการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย ไม่เป็นสิ่งที่น่ากลัวเกินไป

11.ได้ฝึกสังเกตการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) มาสร้างวิธีการพัฒนาทีมขาย

12.มีความมั่นใจมากขึ้น ใน การจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย ทำอย่างไรให้พนักงานขายยอมรับ

13.ได้เรียนรู้จาก ที่มาเรียนด้วยกัน  ทำให้ได้ แนวทาง การจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย ที่ถูกต้อง มากขึ้น

14.มองเทคนิค การจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) แบบครบวงจรการขาย มากขึ้น

15.ได้เทคนิคการ การจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) และแนวทางการจัดทำดัชนีชี้วัดแบบใหม่ ๆ

16.นำ Case Study เกี่ยวกับการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขายไปใช้ในงานจริง

17.ได้ความคิดการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) เป็นขั้นเป็นตอน จัดระบบได้ดียิ่งขึ้น

18.มีมุมมองต่อการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) ดีขึ้นมาก ไม่กังวลใจต่อไป

19.กล้าพูด กล้าคุย กล้า ตัดสินใจในการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) ได้อย่างถูกวิธี

20.มีแผนและเป้าหมายที่ชัดเจนในการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย ทำให้เป็นหัวหน้างานขาย Sales Supervisorได้ดีขึ้น

21.เข้าใจขั้นตอนการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย (KPI for Sales) ทำให้ควบคุมสถานการณ์การทำดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดี

22.มีกำลังใจ เห็นโอกาสในการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย ตลอดเวลา ทำให้เพิ่มโอกาสในการสร้าางยอดขาย

23.ไม่กลัวการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย ถึงแม้สถานการณ์การขายที่ตึงเครียด ได้รับแรงกดดัน แต่ก็มีเครื่องมือแก้สถานการณ์ เพื่การจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขายได้เป็นอย่างดี

24. ทำให้มีการทำงานเป็นทีม โดยเฉพาะพนักงานขายจะช่วยกันมากขึ้น เพื่อให้ถึงเป้าหมายการขายร่วมกัน

เนื้อหา หลักสูตร ฝึกอบรม อย่างย่อ

ผู้จัดการฝ่ายขาย ทีมขายและผู้นำใช้ KPI เพื่อการขาย ใช้ในการติดตามความคืบหน้าในการบรรลุเป้าหมาย หากไม่มี KPI เพื่อการขาย พนักงานขายและผู้จัดการฝ่ายขายอาจขาดความชัดเจนว่าความพยายามของตนกำลังสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการหรือไม่ หรือทีมจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางหรือไม่ พวกเขายังใช้ KPI เพื่อติดตามแนวโน้มการขาย และสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่

ตาม KPI เพื่อการขาย จะช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายขายสามารถมองให้ลึกยิ่งขึ้นเพื่อระบุสาเหตุที่แท้จริงและวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น หากผลิตภัณฑ์ใหม่สร้างยอดขายได้ดีกว่าที่คาดไว้ อาจมีการกำหนดทรัพยากรเพิ่มเติมใหม่เพื่อมุ่งเน้นไปที่การขาย

ในทางกลับกัน หากผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพต่ำกว่าเนื่องจากแรงกดดันด้านราคาที่แข่งขันได้ ทีมขายก็สามารถลดราคาหรือเปลี่ยนความพยายามในการขายไปยังผลิตภัณฑ์อื่นได้

KPI เพื่อการขายยั งช่วยให้มองเห็นกิจกรรมและผลการปฏิบัติงานของแต่ละบุคคลและทีม เพื่อให้ผู้จัดการสามารถตรวจสอบได้ว่าสมาชิกในทีมซึ่งมักจะกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหรือไม่ การติดตาม KPI การขายอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอทำให้ผู้นำมีมุมมองที่ชัดเจนว่าธุรกิจกำลังมุ่งหน้าไปที่ใด

ในการทักษะในการขาย Selling Skills จะทำไม่ได้เลย ้าผู้จัดการฝ่ายขายไม่ความสามารถทำได้เลย ถ้าผู้จัดการฝ่ายขายไม่ทราบจุดอ่อน ของพนักงานขายของตนเอง หลักสูตร ฝึกอบรม ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย จะช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานขาย สามารถที่จะทำงานรวมกันเพื่อออกแบบดัชนีชี้วัดที่มีประสิทธิภาพ นำมาให้เป็นแนวทางในการพัฒนาความสำเร็จให้กับพนักงานขาย

การฝึกอบรม หลักสูตร ฝึกอบรม ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย จะแบ่งเป็นการเรียนรู้ ในแต่ละโมดูล ซึ่งมีรายละเอียดในแต่ละโมดูลดังต่อไปนี้

พนักงานขายและผู้จัดการฝ่ายขาย ตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการพัฒนาและสร้างดัชนีชี้วัดในงานขาย ทำให้พนักงานขายและผู้จัดการฝ่ายขายทุกคนตื่นตัวต่อการจัดทำดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย KPI for Sales ที่มีประสิทธิภาพเพื่อการพัฒนายอดขาย

การเรียนรู้จะมีรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย KPI for Sales ที่เป็นมาตรฐานสำหรับพนักงานขายนำไปใช้ในการพัฒนายอดขายของตนเอง

หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ

Sales Key Performance Indicator

หมายเหตุ: หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ประยุกต์มาจากหลักสูตร Expert Selling จาก University of San Francisco ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวิทยากรได้รับ Certificate of Expert Selling Program,  Certificate of Expert Sales Management Program และ Certificate of Transitioning to Sales Management Program

ความท้าทาย ที่ผู้จัดการฝ่ายขาย พบเจอในการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)

เป็นที่ทราบดีว่า ความสำเร็จของทุกองค์กร มาจากการขายของพนักงานขายทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตาม พนักงานขายจำนวนมากยังทำงานแบบไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะไม่มีดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่อพนักงานขาย จึงทำให้ผู้จัดการฝ่ายขายไม่สามารถวัดและประเมินผลงานของพนักงานขายได้อย่างถูกต้องและมีความยุติธรรม ส่งผลถึงทำให้พนักงานขายไม่มีแรงจูงใจที่ดีพอในการขาย

ผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานขาย จำเป็นต้องร่วมกันจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales) เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับทุกคน ทำให้พนักงานขายทุกคนมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงานขายของตนเอง

แต่อย่างไร ก็ตาม การจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales) ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีขั้นตอน และกระบวนคิด ออกแบบ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales) จึงเป็นความท้าทายสำหรับผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานขาย ซึ่งสามารถสรุป ความท้าทายในการ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)  ได้ดังนี้เมื่อพนักงานขายไม่เข้าใจสิ่งที่ตนเองต้องทำ ทำให้ไม่มีแนวทางในการขาย ส่งผลให้เกิดปัญหาในเรื่องการขายที่รับผิดชอบ ทำให้ปิดการขายไม่ได้ เช่นปัญหาเช่นนี้:

  1. ผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานขาย  ไม่เห็นความสำคัญในการจัดทำ  ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales) ทั้ง ๆ ที่ พนักงานขาย ขายได้ไม่ถึงเป้าหมาย 
  2. พนักงาขายทำงานเชิงรับ ไม่คิดจะเจาะลูกค้ารายใหม่่ เพราะขาดเป้าหมายที่เป็น ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)   ทำให้ไม่มีแนวทางการขายที่ชัดเจน
  3. ไม่เข้าใจ หัวใจในแต่ละขั้นตอนการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales) และปฏิเสธการเรียนรู้ ทำให้ไปต่อไม่ได้
  4. ไม่มีวินัยในการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales) ทำให้ไม่สามารถรักษาขั้นตอนการทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)   เพราะสับสนกับวิธีของตนเอง
  5. มีมายเซ็ตเป็นลบ ไม่เชื่อว่าดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)  สามารถการกระตุ้นให้พนักงานขายมีวินัยในการขาย
  6. ไม่มีเครื่องมือที่เป็นเทรมเพลสในการจัดทำดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)  ทำให้ไปต่อไม่ได้
  7. ไม่มีเทคนิคในจัดทำดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)  ในแต่ละขั้นตอน ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรในแต่ละขั้นตอน สับสน ในการจัดทำ
  8. ไม่มีวินัยในการขาย เพราะไม่เข้าใจเรื่องบทบาท หน้าที่ ของคนจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)  
  9. ขาดการวางแผนการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)   ทำให้ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ไม่ประสบความสำเร็จ 
  10. ทำงานเชิงรับ รอผู้จัดการฝ่ายขายสั่งการ  เพราะไม่มีเป้าหมายใช้วัดผลงานขายที่ชัดเจน
  11. ปัญหาอื่น ๆ ที่ทำให้พนักงานขายไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะปิดการขายไม่ได้

    หลักการและเหตุผล

    การทำธุรกิจในปัจจุบันนั้น เป็นยุคของโอกาส เพราะการขยายตัวทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมของคนเปลี่ยนไป โดยส่วนมากชอบที่จะซื้อสินค้า มีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะซื้อสินค้า ซึ่งถ้าองค์กรใดสามารถที่จะเข้าใจการเปลี่ยนแปลง มองเห็นโอกาส จะสามารถทำให้องค์กรนั้น ๆ มีรายได้เพิ่มมากขึ้นเท่าทวีคูณ

    เพราะการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจทำให้ในหลากหลายองค์กรต่างมุ่งเน้นที่จะปรับกลยุทธ์ของตน เองให้มีการทำงานเชิงรุกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องมองตนเองให้ออกว่าตนเองนั้นอยู่ในตำแหน่งไหน มีความคืบหน้าอยู่ในระดับใด

    “พนักงานขาย” จึงถูกมองว่าเป็นกุญแจของความสำเร็จทางธุรกิจ สร้างรายได้ สร้างความเจริญเติบโต

    ทักษะการขาย และการวัดประเมินผลงานของพนักงาน ที่จัดทำโดย ผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานขาย ต้องร่วมกันทำ ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) เพราะมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่:

    • ช่วยให้บริษัทต่างๆ มองเห็นศักยภาพของพนักงานขายได้อย่างชัดเจน
    • ทำให้องค์กร มีทิศทางในการกำหนดแนวทางในการสร้างแผนงานในการพัฒนา 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพได้
    • มีกลยุทธ์ที่ดีพอ ในการกระตุ้นให้พนักงานขายมีกำลังใจการเพิ่มยอดขาย
    • พนักงานขายและผู้จัดการฝ่ายขายมีเป้าหมายที่จะเติบโต ไปด้วยกัน
    • สามารถสร้างแผนรุกและแผนรับในการสร้างยอดขายตาม ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales)
    • มีการตัดสินใจที่ดีขึ้น เพื่อจะเลือกเทคนิคการขายมาใช้ในการเพิ่มยอดขายของตนเอง
    • สามารถนำ ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) มาเป็นเครื่องมือในการควบคุม ตรวจสอบ ให้แน่ใจว่าพนักงานขายมีความรู้ในผลิตภัณฑ์และบริการที่เพียงพอต่อการปิดกการขาย

    แต่อย่างไรก็ตาม ในหลายองค์กรมีการนำการเติบโตของยอดขายมาใช้เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) ซึ่งไม่เพียงพอต่อการวัดความสามารถของพนักงานขาย หรือใช้ในการวัดความเติบโตหรือความก้าวหน้าของพนักงาน โดยเฉพาะในมุมมองของการปฏิบัติงานของพนักงานขาย

    สาเหตุที่ผู้จัดการฝ่ายขายมองว่ายอดขายสำคัญ จึงนำมาใช้ในการเป็นดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย เพราะเป็นประเพณีปฏิบัติ ที่เข้าใจผิด ว่าการวัดความสามารถของผู้ขายจะคำนึงถึงผลลัพธ์ของงานเท่านั้น

    แนวทางการบริหารงานสมัยใหม่ ขององค์กรชั้นนำ จะมีแนวทาง เพื่อให้ตนเองนั้นสามารถมีความสามารถในการแข่งขันได้ในระดับสากลและสามารถรองรับได้กับการเปิดการค้าเสรี

    การทำงานขาย จำเป็นต้องมี ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) ในทุกระดับชั้นต้องเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการขาย ทำให้พนักงานทุกคนมีมีเป้าหมายการขายที่ชัดเจน  เพื่อให้พนักงานขายทุกคนในองค์กรมีวิธีการทำงานที่มุ่งเน้น ความสำเร็จตามดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) เพื่อจะบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ดังนั้นการกำหนด ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารจัดการ

    แต่การสร้างดัชนีชี้วัดเพื่อผลสำเร็จในการทำงานนั้นย่อมมีความสำคัญเช่นกัน และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีขั้นตอนมาก เพราะดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัดความคืบหน้าของความสำเร็จในงานนั้น ๆ  ซึ่ง

    ดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย (KPI for Sales) นี้จะเปรียบเสมือนเป้าหมายที่สำคัญให้พนักงานขายมีทิศทางในการทำงานได้มากขึ้น และเข้าใจถึงระดับความก้าวหน้าหรือระดับของความสามารถของตนเอง จนทำให้เพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้

    หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ Sales Key Performance Indicator มีแนวการสอนที่จะเน้นการปฏิบัติ แบบร่วมกัยคิดถึง ดัชนีชี้วัดที่เหมาะสมในการสร้างยอดขาย

    เพราะ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ Sales Key Performance Indicator เป็นเสมือนเครื่องมือที่สำคัญของทุกองค์กร ที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมนั้นเข้าใจในธุรกิจของตนเองอย่างลึกซึ้ง และสามารถที่จะออกแบบแนวคิดว่าองค์กรที่ท่านทำงานอยู่นั้นควรเป็นเช่นไร มีผลสำเร็จอยู่ในระดับใด และจะสร้างยุทธศาสตร์เชิงรุกทำได้อย่างไร

    ทำให้การตัดสินใจของผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานขายทุกคนในองค์กรนั้นมีความเฉียบคม ทำให้สามารถเลือกวิธีในการทำธุรกิจให้เหนือคู่แข่งขัน จนสามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย

    จัดอบรม สัมมนา StepPlus training -InHouse-Public-
    จัดอบรม สัมมนา StepPlus training -InHouse-Public-

    วัตถุประสงค์ หลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ Sales Key Performance Indicator

    1. เปลี่ยนทัศคติของผู้เข้าอบรมที่เป็นพนักงานขาย ทำให้ยอมรับในการนำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales) มาใช้
    2. เข้าใจหัวใจสำคัญของการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales)โดย มีขั้นตอนที่ชัดเจน
    3. พัฒนาความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ที่จำเป็นของผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานขาย
    4. มีเทคนิคการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales) เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือในการขาย ตอบสนองในสถานการณ์การขายที่แตกต่างกันออกไป ทำให้พนักงานขายมีเป้าหมายชัดเจนขึ้น
    5. มีทัศนคติที่ดีต่อการขาย มีการทำงานการขายเชิงรุก ไม่ย่อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเป้าหมายชัดเจน
    6. เพื่อสร้างพฤติกรรมความสำเร็จให้พนักขาย ให้เป็นไปตามแนวทางของดัชนีชี้วัด เพื่อพนักงานขาย
    7. เข้าใจขั้นตอนการขายในแต่ละขั้นตอน อย่างละเอียด ทำเป็นระบบ ควบคุมตัวแปรในการขาย ได้ง่ายขึ้น
    8. มั่นใจในการขาย ว่าจะบรรลุเป้าหมายตาม ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)  ทำให้มุ่งมั่น พัฒนาเทคนิคการขายรูปแบบใหม่ๆ เพื่อมาใช้ในการขายให้มีประสิทธิภาพ
    9. มีจิตวิทยา ในการสื่อสารเรื่อง ดัชนีชี้วัดผลงาน เพื่องานขาย (KPI for Sales)  เข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของพนักงานขาย ทำให้มีขวัญกำลังใจสำคัญในการขาย
    10. สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการทำงานขาย
    ลงทะเบียนอบรม StepPlus Training
    ช่องการการติดต่อ-StepPlus Training
    หลักสูตรอบรม เทคนิคการขายที่ดีที่สุด
    รวมหลักสูตรอบรม การเจรจาต่อรองที่ดีที่สุด

    ประโยชน์ที่พนักงานฝ่ายขายและผู้จัดการฝ่ายขาย จะได้รับจากหลักสูตร ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ Sales Key Performance Indicator

    1. เข้าใจหัวใจสำคัญของการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales) มีขั้นตอนที่ชัดเจน
    2. พัฒนามายเซ็ต ที่เป็นบวก ไม่กลัวปัญหาใน การจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales)
    3. พัฒนาความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ที่จำเป็นของผู้จัดการฝ่ายขายต่อการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales)
    4. เพื่อสร้างพฤติกรรมความสำเร็จให้พนักขาย จากการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales)
    5. เข้าใจขั้นตอนการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales) ในแต่ละขั้นตอน อย่างละเอียด
    6. เข้าใจกระบวนการของการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales) ที่มุ่งเน้นความสำเร็จ
    7. พัฒนายอดขาย จากการจัดทำ การจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales) เป็นการสร้างภาพลักษณ์ อย่างต่อเนื่อง
    8. สร้างประสบการณ์ที่ดีอย่างเป็นรูปธรรมกับการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales)
    9. มีการวางแผน การขาย เพื่อเชื่อมโยงจุดสำเร็จ ก้บวิธีการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales)
    10. มีจิตวิทยาในการโน้มน้าวใจพนักงานขาย ในการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales)
    11. พนักงานขายมีการจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales) เพื่อพัฒนา กลยุทธ์และเทคนิคการขาย ทำให้มีรูปแบบการขายที่โดดเด่นกว่าคู่แข่ง
    12. นำไปประยุกต์ การจัดทำ ดัชนีชี้วัดผลงานเพื่องานขาย ปฏิบัติการ (KPI for Sales)  มาใช้ในการทำงานจริงเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย
      รวมหลักสูตรผู้จัดการ-ผู้บริหาร โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
      รวมหลักสูตร เทคนิคการนำเสนอ ที่ดีที่สุด Effective Presentation
      รวมหลักสูตรอบรมการเป็นวิทยากร ที่ดีที่สุด
      Stepplus training เนื้อหา หลักสูตร ฝึกอบรม

      โมดูลที่ 1: ความสำคัญและ แนวโน้มธุรกิจสมัยใหม่

      • ความสำคัญและประโยชน์ของ KPI ในการนำไปใช้งานในองค์การ
      • ความหมายของการสร้างดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย KPI for Sales
      • การสร้างดัชนีชีวัดที่สำคัญ  ความสำคัญและประโยชน์ในการพัฒนายออดขาย
      • 4 หลักสำคัญในการออกแบบ KPI ให้มีประสิทธิผล
      • KPIs ในองค์กรที่ดีควรมี 4 ระดับ
      • การจัดทำ Workshop กรณีศึกษา ประชุมกลุ่มและการนำเสนอ

      โมดูลที่ 2: องค์ประกอบในการจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย KPI for Sales

      • การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่สำคัญขององค์กรที่จะมีกระทบต่อการดำเนินการทางธุรกิจ
      • รายละเอียดในการพัฒนา ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย KPI for Sales
      • การพัฒนากลยุทธ์การขายที่สำคัญเพื่อการกำหนดเป้าาหมาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการสร้างดัชนีชี้วัดในการขาย และสร้างทิศทางการทำงาน
      •  จัดทำ Strategy Mapping เพื่อกำหนดดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย
      • การจัดทำ Workshop กรณีศึกษา ประชุมกลุ่มและการนำเสนอ

      โมดูลที่ 3: ความสำคัญและ แนวโน้มธุรกิจสมัยใหม่

      • แนวทางการออกแบบและกำหนดดัชนีชี้วัดระดับหน่วยงานขาย (Sales KPIs) ให้สอดคล้องกับ ดัชนีชี้วัดหลักขององค์กร Corporate KPIs
      • การวิเคราะห์การทำงานของพนักงานขาย เปรีบเทียบกับเป้าหมายเพื่อออกแบบดัชนีชี้วัดในงานขาย  
      • การวิเคราะห์เส้นทางการทำงานของพนักงานขายเพื่อกำหนดดัชนีชีัวัดเพื่องานขาย
      • การจัดทำ Workshop กรณีศึกษา ประชุมกลุ่มและการนำเสนอ

      โมดูลที่ 4: การจัดทำ ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย ให้สอดคล้องกับการทำงานขาย KPI for Sales

      • การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่สำคัญขององค์กรที่จะมีกระทบต่อการดำเนินการทางธุรกิจ
      • เทคนิคการจัดทำ KPIs ให้เที่ยงตรงและทำให้เกิดการยอมรับในพนักงานทุกคน
      • รายละเอียดในการพัฒนา ดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย KPI for Sales
      • การจัดทำ KPIs Alignment เพื่อการทำงานที่รืนไหล สัมพันธ์กัน
      •  การจัดทำ Strategy Mapping และ Effective Action Plan เพื่อกำหนดดัชนีชี้วัด เพื่องานขาย KPI for Sales
      • วิเคราะห์และป้องกัน จุดผิดพลาด หรือความล้มเหลวของการกำหนดดัชนีชี้วัดเพื่องานขาย KPIs for Sales
      • การจัดทำ Workshop กรณีศึกษา ประชุมกลุ่มและการนำเสนอ

      วิธีการฝึกอบรม ตามความเหมาะสมของสมอง Brain Base Learning

      Group Discussion

      Role Play in Real Situation

      Individual Assignment

      Case Study

      Presentation & Feedback

      Coaching

      Attitude Changing

      Creative Thinking

      บริษัทฝึกอบรม

      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่…

      บริษัท ที่ปรึกษาและพัฒนาธุรกิจ จำกัด

      : StepPlus Training

      : โทร 083 276 8877, 02 349 1788

      : E-mail: training@stepplus.org 

      : Line: @StepPlusTraining

      Address

      1991/157 ถ.อ่อนนุช แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง จังหวัด กรุงเทพมหานคร 10250

      ลงทะเบียน StepPlus Training

      Loading

      UA-75256908-1