หลักสูตร ฝึกอบรม จิตวิทยาการเล่าเรื่องเพื่อผลสำเร็จ เป็น หลักสูตรที่ ออกแบบเพื่อให้พนักงานนำไปใช้ในการสร้างเรื่องราว และเล่าเรื่องราว เพื่อการโน้มน้าวใจคนฟัง อาจจะเป็นพนักงานขายที่ต้องการนำเสนอสินค้า พนักงานที่ต้องการนำเสนอผลงาน จนบรรลุเป้าหมายของการเรียน
หลักสูตร ฝึกอบรม จิตวิทยาการเล่าเรื่องเพื่อผลสำเร็จ
– Workshop –
“The Psychology of Storytelling”
หลักการและเหตุผล
จิตวิทยการเล่าเรื่อง The Psychology of Storytelling เป็นหัวใจของความสำเร็จในการทำงาน เพราะการเล่าเรื่องหรือ Storytelling จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ถูกใช้ในการสื่อสารระหว่างคนพูดและคนฟัง แต่ความเป็นจริงนั้นมีพนักงานจำนวนมากที่มองข้ามเรื่องนี้ไป ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น งานไม่รื่นไหล ไม่มีคนเข้าใจเรื่องที่จะสื่อสาร ทำให้เกิดความสับสน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขาย หรือการติดต่อสื่อสารเพื่องานอื่น ๆ ทำให้งานไม่ได้ถูกไขตามที่ต้องการ เกิดความล่าช้า ในช่วงเวลาที่เหมาสม ไม่ได้งานตามที่วางแผนไว้ และยังมีปัญหาอีกมากมายที่เกี่ยวการเล่าเรื่องไม่เป็น หรือไม่มีทักษะ Storytelling ของพนักงาน เช่น
- ลูกค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่พนักงานกำลังสื่อสาร ทำให้ไม่ซื้อสินค้า
- ไม่สามารถอธิบายให้ตรงประเด็นในการสื่อสาร เพราะพนักงานงานเล่าเรื่องวนไป วนมา คนฟังสับสน ทำให้รู้สึกเบื่อ
- คนฟังเพิกเฉย เพราะรูปแบบการเล่าเรื่องไม่น่าสนใจพอที่จะดึงสมาธิคนฟังให้สนใจ
- คนฟังไม่ต้องการให้ความช่วยเหลือ เพราะคนฟังไม่รู้ที่มาที่ไปที่ชัดเจน
- ไม่สามารถอธิบายเหตุผล เช่น ทำไม ราคาสินค้าเป็นเช่นนี้ หรือ คุณสมบัติสินค้า อธิบายได้ไม่ชัดเจน
- ภาษากาย ท่าทาง น้ำเสียง การสื่อสารแบบไม่เป็นมิตร ไม่มีจังหวะในการสื่อสาร ทำให้คนฟังไม่อยากฟัง
- ไม่มีความน่าเชื่อถือ ทำให้ไม่สามารถ โน้มน้าวใจคนฟังได้ ทำให้งานไม่เดินหน้า ไม่มีใครทำงานให้
- อยากให้คนอื่น ทำงานให้ อยากให้ลูกค้าซื้อของ แต่ Storytelling หรือ เล่าเรื่อง ไม่เชื่อมโยง ไม่มีใครอยากช่วยหรืออยากซื้อ
- แยกไม่ออก ระหว่างการโน้มน้าวใจและการช่มขู่ เพราะ Storytelling ไม่เป็น แนวทางจึงออกมาในลักษณะการข่มอขู่มากกว่า
- สนใจแต่เรื่องที่จะนำเสนอ แต่ไม่สนใจคนที่คนฟังอยากฟัง ทำให้เป็นการนำเสนอมุมเดียว คนฟังไม่ชอบ
- ปัญหาอื่น ๆ ในการเล่าเรื่องหรือ Storytelling อื่น ๆ ที่ต้องเร่งแก้ไข
จิตวิทยาการเล่าเรื่องเพื่อผลสำเร็จ: The Psychology of Storytelling เป็นหัวใจการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะจิตวิทยาการเล่าเรื่อง เป็นเครื่องมือที่ทำให้คนฟังเข้าใจในสิ่งที่คนเล่าเรื่องกำลังนำเสนอหรือต้องการสื่อสารออกไป การนำจิตวิทยาคนฟังมาเป็นที่ตั้ง จะเป็นการเล่าเรื่องที่ตอบสนองต่อคนฟัง 100 % เพราะทำให้คนเล่าเรื่องเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของคนฟังว่ามีจุดอ่อน จุดแข็งในการรับเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างไร
ในการทำงานนั้นต่างคนต่างทราบดีว่า เป็นผลจากการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะทำให้ทุกคนประสบความสำเร็จ ไม่ว่างานที่ทำจะมีความยากลำบากอย่างไร มีความซับซ้อนเพียงใด หรือองค์กรจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เพราะการเล่าเรื่องหรือ Storytelling ที่ดีจะไม่ขึ้นกับจำนวนคนฟัง ทั้งคนฟังจากภายนอกหรือภายในองค์กรก็ตาม เพราะการเล่าเรื่องหรือการสื่อสารสามารถใช้เครื่องมือสื่อสารที่ดีมีประสิทธิภาพในหลายช่องทางในการส่งข้อมูลไปถึงคนฟังให้เข้าใจในเรื่องราวที่จะสื่อสาร
แต่ถ้าองค์กรใดก็ตาม ไม่มีการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling ที่ดีพอ ไม่ถูกต้องตามกระบวนการ Storytelling ก็ทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดีพอ ยิ่งองค์กรที่ต้องติดต่อคนจำนวนมาก การเล่าเรื่องที่มีประสิทธิภาพยิ่งมีความจำเป็น เพราะจะทำให้ทุกคนที่มีการติดต่อ มีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน หรือถ้าใครทำงานในส่วนงานต่าง ๆ ที่ต้องมีการติดต่อกับลูกค้า ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ยิ่งต้องการ Storytellingที่ดีมากยิ่งขึ้น
กลไกของ Storytelling เป็นกลการนำเสนอเรื่องราวที่ดีที่สุดในขณะนี้ จำเป็นต้องให้มีความเหมาะสมกับจิตวิทยาคนฟัง คนเล่าเรื่องต้องเข้าใจว่าคนฟังมีลักษณะเช่นไร มีความพร้อมในการฟังเป็นอย่างไรบ้าง เช่น ถ้าเป็นพนักงานในฝ่ายขายจำเป็นต้องใช้ทักษะ Storytelling เพื่อนำเสนอให้ปิดการขายได้ ซึ่งทุกคนต่างทราบดีว่า การทำงานหนักแต่ไม่มีผลลัพธ์ที่ดีออกมา เท่ากับไม่มีประโยชน์อะไร เช่น พนักงานขาย ถึงแม้จะใช้ความพยายามเข้าหาลูกค้า เข้าเยียมลูกค้ามากเพียงใด ก็ไม่มีประโยชน์เลย ถ้าปิดการขายไม่ได้ การปิดการขายจะเป็นเรื่องสำคัญของคนพนักงานขายทุกคน Storytelling ซึ่งขั้นตอนการเล่าเรื่อง Storytelling เพื่อการปิดการขายจึงเป็นเรื่องที่พนักงานขายทุกคนต้องเรียนรู้ เพิ่มทักษะในการเล่าเรื่องนำมาเชื่อมโยงจุดขายของสินค้าทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ
Storytelling ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำมาใช้ในการนำเสนอผลงานหรือนำมาใช้ในการสร้างแรงจูงใจ โน้มน้าวใจคนฟังได้อย่างมีประสิทธิภาพ Storytelling จะเป็นการผสมผสานแนวคิดจิตวิทยาการนำเสนอ เพื่อนำมาใช้กระตุ๊กต่อมความคิดให้คนฟังคล้อยตามเห็นด้วยและอยากทำตามในสิ่งที่คนนำเสนอกำลังเล่าเรื่อง ซึ่งกลไกเหล่านี้จะได้มากจากการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงกับการทำงานของสมอง ทำให้คนฟังเข้าใจง่าย และตอบสนองต่อความต้องการคนฟังมากที่สุด
หลักสูตร จิตวิทยาการเล่าเรื่องเพื่อผลสำเร็จ: The Psychology of Storytelling มีแนวทางในการออกแบบหลักสูตรที่จะมุ่งเน้นเนื้อหาช่วยให้ผู้เข้าอบรมทุกคน มีขั้นตอนการเล่าเรื่อง Storytelling ที่ชัดเจน โดยมีเทรมเพลสการเล่าเรื่อง ที่สามารถนำไปใช้ในการสื่อสารและนำเสนอในทุกระดับขั้นของการนำเสนอ เช่น การเล่าเรื่องที่เป็น Storytelling สำหรับพนักขายทุกคนสามารถนำเทคนิค Storytelling นี้มาใช้ในการปิดการขายขาย เช่นการโน้มน้าวใจลูกค้า การเจรจาต่อรอง การสื่อสารให้น่าสนใจ และการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่อง
เทคนิค Storytelling ยังเป็นตัวช่วยสำคัญ ทำให้ทุกคนที่เล่าเรื่องเป็นมีความน่าสนใจ คนฟังรู้สึกชอบ ทำให้ได้เปรียบในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น หลักสำคัญของ Storytelling คือการวิเคราะห์จิตวิทยาคนฟัง ซึ่งทำให้พนักงานมีวิธีในการโน้มน้าวใจผ่านจิตวิทยาลูกค้านั่นเอง
คนเล่าเรื่อง Storytelling สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวกับเป้าหมายของคนฟังให้มีความเหมาะสมทำให้คนฟังเห็นด้วยและคล้อยตามได้ง่ายขึ้น แบบทันทีทันใด หลังจากฟังเรื่องราวที่ผู้เล่าเล่าให้ฟัง ผู้เข้าอบรมจะได้เห็นขั้นตอนการสื่อ Storytelling ที่เป็นขั้นเป็นตอน และฝึกหัดการใช้เทรมเพลสการเล่าเรื่อง และแนะนำการใช้เทคนิค Storytelling ที่แตกต่างกันไป ทำให้เพิ่มสัดส่วนของความสำเร็จในการเล่าเรื่องให้กับลูกค้า ผู้เข้าอบรมเข้าถึงความง่ายและความมั่นใจในการสื่อสาร ด้วย Storytelling ของตนเองในทุกครั้งที่มีการเล่าเรื่องสร้างความสำเร็จระยะยาวต่อไป
วัตถุประสงค์
- ผู้เข้าอบรม เห็นความสำคัญในการเข้าไปนั่งในใจผู้ฟังด้วย Storytelling
- นำเทคนิค Storytelling มาให้เพื่อประสานงาน และนำเสนอ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- องค์ประกอบของ Storytelling ที่ทำให้การเล่าเรื่องน่าฟังเพิ่มมากขึ้น
- เชื่อมั่นในการนำ สื่อสารด้วย Storytelling มาใช้เพื่อสร้างความน่าสนใจในการนำเสนอ ทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพ
- เข้าใจถึงขั้นตอนการโน้มน้าวใจ ด้วยเทคนิค Storytelling เพื่อนำไปสู่ความน่าสนใจในการนำเสนอ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการนำเสนอของพนักงานทุกคน
- เข้าใจถึงจิตวิทยาการตัดสินใจของลูกค้า กระบวนการคิด การพิจารณา เพื่อพนักงานสามารถที่จะหาวิธีมาเพื่อตอบสนองต่อจิตวิทยาความพึงพอใจคนฟัง
- ขจัดข้อกังวลต่าง ๆ ที่ทำให้พนักงานนำเสนอได้ไม่ดี เช่าพนักงานขายไม่สามารถปิดการขายได้ และขจัดข้อกังวลใจในลูกค้าที่ทำให้ลังเลที่จะซื้อไม่ได้ ทำให้มีลูกค้าปฏิเสธการซื้อจากพนักงานขาย
- วิธีการทำให้คนฟัง มีศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวคนเล่าเรื่องหรือ คนนำเสนอ ทำให้คนฟังเกรงใจและยินดีที่จะให้ความร่วมมือ
- เทคนิคการสร้างคุณค่าเรื่องราวให้ โดดเด่น เหนือสภาพการแข่งขัน ตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของคนฟังมากที่สุด
ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ-ผู้เรียนจะสามารถ:
- มีแนวทางการเล่าเรื่อง Storytelling โดยนำจิตวิทยาคนฟังมาวิเคราะห์ก่อนการสร้างเรื่องราว
- เข้าใจการทำงานของสมอง ซึ่งเป็นที่มาของการแสดงออกของคนฟัง เป็นการเล่าเรื่องที่ตอบสนองต่อการทำงานของสมองคน
- สร้างเครื่องมือที่เป็น เทรมเพลส การสร้างเรื่อง การเล่าเรื่องเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างความเข้าใจของคนฟัง
- เข้าใจจุดอ่อนของตนเอง ในการเล่าเรื่อง Storytelling ทำให้การเล่าเรื่องออกมาไม่ดีพอ พร้อมวิธีการแก้ไข
- มีกระบวนการในการเล่าเรื่อง อย่างนักเล่าเรื่องมืออาชีพ นำไปพัฒนาการนำเสนองานได้อย่างมีประสิทธฺภาพ
- ขจัดความไม่มั่นใจ ความกลัว ที่เป็นต้นเหตุในการนำเสนอ แล้วเป็นปัญหาอุปสรรคในการสื่อสาร
- มีกลไก หรือ กระบวนการเล่าเรื่องที่ชัดเจน ตั้งแต่การเริ่มต้น การดำเนินเรื่องราว และการสรุปจบ สร้างความประทับใจให้คนฟัง
- มีเทคนิคการเล่าเรื่องที่สอดคบ้องต่อจิตวิทยาลูกค้า ทำให้ลูกค้าเข้าใจเรื่องราวได้ง่าย และสนุกต่อการฟังเรื่องราว
- มีเทคนิคการเตรียมความพร้อม ตามเครื่องมือที่มี ทำให้มั่นใจในการเล่าเรื่องทุกครั้ง
- การประยุกต์การพัฒนาทักษะ จิตวิทยาการเล่าเรื่อง เพื่อนำมาพัฒนาการทำงานจริง
หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
ทุกคนในองค์กรที่ต้องการตั้งเป้าหมายของความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารองค์กร (Management) ผู้จัดการ (Manager) หัวหน้างาน (Supervisor) ผู้นำทีม (Team Leader) พนักงานทุกระดับและผู้สนใจเรื่องการพัฒนาความสำเร็จให้ตนเอง และผู้สนใจทั่วไป
หลักสูตรอบรม เหมาะกับ
หัวหน้าส่วนงาน ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนงาน ทีมงานขาย ผู้ที่เกี่ยวพนักงานที่ต้องใช้ Storytelling ในการนำเสนอ พนักงานที่เกี่ยวข้องกับการขาย ผู้ประกอบการ ผู้บริหารระดับสูง พนักงานฝ่ายขายทุกระดับ พนักงานฝ่ายการบริหารทั่วไป เพื่อเป็นการเข้าใจแนวความคิดใหม่ในการขาย ผู้คิดที่จะเป็นผู้ประกอบการ ผู้สนใจทั่วไป
วันที่ 1: วิเคราะห์จุดอ่อนในการนำเสนอ เพื่อค้นหาหลักในการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่องอย่างถูกต้อง
- ทำไม Storytelling ถึงตอบโจทย์การทำงานของสมอง ทำให้เปิดใจรับฟัง
- เป้าหมายของ Storytelling และการเชื่อมโยง Storytelling กับธุรกิจ
- วิเคราะห์จิตวิทยาคนฟัง ที่มีความรู้ต่อคนเล่าเรื่อง เพื่อพลิกจากไม่ชอบเป็นชอบฟังเรื่องเล่า
- ความแตกต่างของการนำเสนอแบบปกติ กับ Storytelling ทำให้การออกแบบ Storytelling ได้ง่ายขึ้น
- ทำไม จิตวิทยาการเล่าเรื่องเพื่อผลสำเร็จ: The Psychology of Storytelling ถึงมีความสำคัญในการสร้างความเข้าใจให้คนฟัง
- ทำความเข้าใจกับการทำงานของสมอง เพื่อสร้างรูปแบบการนำเสนอในแบบ Brain-Base-Storytelling
- การสร้างเรื่องราวให้น่าสนใจ คนฟังอยากติดตาม ถ้าเป็นพนักงานขาย ทำให้คนซื้ออยากซื้อ
- เข้าใจจิตวิทยาที่คนฟังต้องการ Storytelling วิเคราะห์คนฟัง เพื่อ
- การสร้างฮีโร่ให้เป็นผู้เดินเรื่องในรูปแบบต่าง ๆ
- บทบาทของ ฮีโร่ ใน Storytelling ทำอย่างไรให้เข้าถึงฮีโร่ที่ตนเองอยากเป็น
- การสร้างเรื่องเล่า การเชื่อมโยงเรื่องเล่าให้ตรงกับคนฟัง และให้ตอบโจทย์วัถุประสงค์ของ Storytelling
- วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค แต่ละบุคคล ในการ Storytelling และเปลี่ยนความยากให้เป็นความง่ายใน Storytelling
- การเคลื่อนไหวในลักษณะต่าง ๆ และความหมายของการเคลื่อนไหวในอาริยาบทต่าง ๆ
- เทคนิคการเล่าเรื่องบนสื่อต่างๆ ทำให้แนวทาง Storytelling แตกต่างกันออกไป
- การจัดทำ Work Shop บทบาทสมมุติ ฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรม การระดมสมอง และสรุป
วันที่ 2 : สร้าง Storytelling ด้วยเทรมเพลสการเล่าเรื่องที่ตอบโจทย์ จิตวิทยาคนฟัง
-
- ประเภทของโครงสร้างของ Storytelling เพื่อใช้ในงานต่าง ๆ
- การวางผัง Storytelling ให้สอดคล้องกับโครงสร้างที่ต้องการสื่อสารกับคนฟัง
- เทคนิคการจัดโครงสร้างเพื่อให้ตอบโจทย์คนฟัง ตามแนวทางของ Storytelling ที่คนฟังชอบ
- การจัดเตรียมข้อมูลที่จำเป็น ค้นหาข้อมูลตามแนวทางคนฟัง สนใจ ใช่เลย
- การจัดลำดับเรื่องเล่า และแบ่งสดส่วนการเล่าตามกรอบเนื้อหา Storytelling
- การสร้างเทรมเพลส ตามการวางเนื้อหา ให้สอดคล้องการทำงานของสมองของผู้ฟัง
- การวิเคราะห์เส้นทางของเรื่องราวที่ต้องใช้ใน Storytelling ทำให้คนฟังเข้าใจได้ง่าย ๆ น่าติดตาม
- เทคนิค และกลยุทธ์ การเขียนเรื่องราว ให้สนุกสนาม
- สร้างปมดราม่า ให้คนฟังสนใจ น่าติดตาม คล้อยตามเรื่องที่เล่า
- เทคนิคการเชื่อมโยง การสร้างความผูกพันธ์กับคนฟัง ทำให้ได้เรื่องราวที่น่าสนใจ
- เทคนิคการจดจำเรื่องราว ถ้าต้องเล่าเรื่องราวแบบยาว ๆ ผ่านสื่อการนำเสนอ
- การวางตัวตน ให้น่าสนใจ การวางจิตใจให้เหนือชั้น ทำให้คนฟังรู้สึกดีต่อการนำเสนอ
- การประเมินผลเนื้อหา พัฒนาความเข้าใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- การลดข้อกังวลและการตอบข้อซักถามและจัดการคำถามลองของจากผู้ฟัง
- การประเมิน ตรวจสอบ เพื่อพัฒนาและปรับปรุง Storytelling ให้เป็นเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จ
- การจัดทำ Work Shop บทบาทสมมุติ ฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรม การระดมสมอง และสรุป
คำถาม ที่พบบ่อย หลักสูตร ฝึกอบรม จิตวิทยาการเล่าเรื่องเพื่อผลสำเร็จ (FAQ)
1.หลักสูตร "จิตวิทยาการเล่าเรื่องเพื่อผลสำเร็จ" แตกต่างจากการเรียนพูดหรือการเล่าเรื่องทั่วไปอย่างไร?
2.ปกติ ทำงานไม่ค่อยพูด หรือพูดไม่เก่ง ไม่มีทักษะด้านนี้ จะสามารถเรียนหลักสูตรนี้ได้ไหม?
3.หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง?
ผู้นำ/ผู้บริหาร: เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดวิสัยทัศน์นักขาย/นักการตลาด: เพื่อสร้างความผูกพันกับแบรนด์และปิดการขายด้วยอารมณ์ความรู้สึกวิทยากร/ครู: เพื่อให้ผู้เรียนจดจำเนื้อหาได้แม่นยำและไม่น่าเบื่อพนักงานทั่วไป: ที่ต้องการนำเสนอไอเดียในที่ประชุมให้โดดเด่นและได้รับการอนุมัติ
4.จะนำ เนื้อหาจากการ อบรม จิตวิทยาการเล่าเรื่องไปปรับใช้ในการทำงานจริง (เช่น การนำเสนอรายงาน) ได้อย่างไร?
5."ผลสำเร็จ" หรือ "ผลลัพธ์" ที่จะได้หลังจากการเข้าอบรมคืออะไร?
6.ในการฝึกอบรม จะมีการฝึกปฏิบัติจริงในห้องอบรมหรือไม่?
มีครับ หลักสูตรของเราเน้นแบบ Workshop-based 70:30 (ฝึกปฏิบัติ 70% ทฤษฎี 30%) โดยจะมีกิจกรรมให้ลองร่างโครงเรื่อง (Storyboard) จากโจทย์การทำงานจริงของคุณ และได้รับคำแนะนำ (Feedback) จากวิทยากรและเพื่อนร่วมคลาสทันที
7.ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้าอบรม?
8.ทำไมต้องใช้คำว่า "จิตวิทยา" เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเล่าเรื่อง?
![]()























