หลักสูตร ฝึกอบรม 360 องศา Storytelling เป็นหลักสูตร ที่ช่วนให้พนักงานทุกคนสามารถที่จะเล่าเรื่อง โดยการเรียบเรียงเรื่องที่ตนเองมี ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องเพื่อการขาย การเล่าเรื่องเพื่อแสงดผลงาน โดยเนื้อหา จะเน้นการเรียนและฝึกปฏิบัติให้สามารถมีเทคนิคในการเล่าเรื่องแบบ 360 องศาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตร ฝึกอบรม 360 องศา Storytelling
– Workshop –
“Effective Storytelling 360 Degree”
หลักการและเหตุผล หลักสูตร 360 องศา Storytelling
การเล่าเรื่องหรือ Storytelling คือหัวใจของความสำเร็จทางธุรกิจในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าพนักงานคนนั้นจะทำงานในตำแหน่งใด วิชาชีพอะไร Storytelling เป็นเครื่องมือที่สำคัญมากที่สุด เพราะถ้ากำลังทำงานในฝ่ายขาย พนักงานขายมักคิดเสมอว่า ทำไมปิดการขายไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่สินค้ามีคุณภาพดี หรือถ้าพนักงานหลายคนมักคิดว่าตนเองทำงานได้ดี มีผลงานมากมาย แต่ทำไมถึงผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญ ไม่โปรโมทให้ได้รับตำแหน่งสูงขึ้น เงินเดือนที่เพิ่มมากขึ้น จึงขอให้ทุกคนได้เข้าใจว่า การที่สินค้าดีหรือทำงานมีผลงานมากมายก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าลูกค้าหรือผู้บริหารมองไม่เห็น และลูกค้าหรือผู้บริหารก็มีงานเยอะมากมายไม่มีเวลาพอที่จะมาดูในสิ่งที่พนักงานคนนั้นกำลังทำ จึงเป็นหน้าที่ของพนักงานทั้ง พนักงานขายหรือพนักงานที่มีผลงานดี จะต้องนำเสนอสิ่งที่ตนเองมีดี มีความสามารถ หรือ ความคืบหน้าของงาน ให้กับคนอื่นได้รับรู้ และเมื่อไรก็ตามที่พนักงานคนนั้นต้องลุกขึ้นยืนเพื่อนำเสนอ แล้วยังมีอาการเช่นนี้
- เมื่อต้องขึ้นนำเสนอ Storytelling รู้สึกกังวลใจมากเกินปจนเกิดอาการ ประหม่า ตกใจ มือไม้สั่น เหงื่อออกมากผิดปกติ ทำให้ไม่อยากนำเสนอด้วยสตอรี่เทลลิ่ง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสำคัญ
- จับต้น ชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ลงท้ายอย่างไร ทำให้นำเสนอ Storytelling แล้วไม่มีคนฟังหรือฟังด้วยความเบื่อหน่าย
- ไม่มีแรงบันดาลใจที่มากพอในการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่อง รู้สึกเบื่อหน่ายท้อแท้ทุกครั้งที่ต้องนำเสนอด้วย Storytelling
- ไม่สามารถแยกอารมณ์กับเหตุผลในการนำเสนอแบบ Storytelling ทำให้ในระหว่างการนำเสนอ มีความคิดขัดแย้งกันเอง ทำให้เกิดความสับสนในการนำเสนอStorytelling
- อยากนำเสนอด้วย Storytelling ได้ มีเรื่องราวที่ดี แต่ไม่มีเทคนิคสตอรี่เทลลิ่ง ถึงมีแต่ใช้ไม่เป็น ทำให้นำเสนอไม่น่าสนใจ
- อยู่ในวังวนของความสับสน พูดไป งง ไป เรียกว่าอยู่ในวังวนของการหลอกตนเองว่า Storytelling ไม่จำเป็น แต่ก็บ่นทุกครั้งที่ผลลัพธ์ของการ Storytelling ออกมาไม่น่าพอใจ
- หลอกตนเอง ว่าต้นเหตุที่ผู้ฟังไม่สนใจ มาจากผู้ฟังไม่สนใจ ไม่ใช่มาจากปัญหาการนำเสนอที่ไม่ดีพอ
- อยากเพิ่มยอดขาย อยากมีความก้าวหน้า ไม่รู้จะทำอย่างไร ให้ตนเองโดดเด่น
- ความท้าทายมากมาย ที่เมื่อต้องขึ้นนำเสนอแล้ว ทำให้คนฟัง ไม่สนใจ หายไป ไม่กลับมาอีก
เป็นความจำเป็นของผู้บริหาร ผู้จัดการ หรือองค์กร ที่ต้องการประสบความสำเร็จ การนำเสนอ ด้วยการใช้เครื่องมือตามหลักสูตรอบรม Storytelling เป็นหัวใจของความสำเร็จที่แท้จริง เพราะ Storytelling เป็นเครื่องมือที่จะใช้ในการสื่อสารกับคนทุกระดับ ทุกเพศ ทุกวัย ในทางปฏิบัตินั้น พนักงาน ผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการทุกคน มักคิดว่าตนเองมีเรื่องเล่า ซึ่งการมีเรื่องเล่านั้นยังไม่สำคัญเท่ากับการเล่าเรื่องให้เป็น Storytelling ได้ การเล่าเรื่องนั้นเป็นการทำงานที่สอดคล้องกับการทำงานของสมอง ที่เรียกว่า Brain-Based Learning: BBL การรับรู้ของสมองจะรับรู้ทุกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีที่มีที่ไป และเมื่อสมองมีพลังในการรับรู้ที่ดีพอ จะทำให้รู้สึกสนใจต่อเรื่องราวที่เล่าไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวเกี่ยวกับความคืบหน้าของงาน เรื่องราวเกี่ยวกับสินค้า ทำมาสร้างเป็น Storytelling ทำให้คนฟังรู้สึกสนใจและอยากที่จะทำตามผู้เล่าในทันที กระบวนการของ Storytelling นี้เป็นกระบวนการที่มีการสร้างกระบวนซ้อนของการสื่อสารเพื่อทำให้เป็นระบบ ระเบียบ มีการจัดขั้นตอนที่ทำให้คนฟังเข้าใจง่าย คนฟังสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องราวได้มากสุด ซึ่งในทางปฏิบัติของการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่องนั้น มีองค์ประกอบที่มากมาย ที่ผู้นำเสนอต้องเข้าใจในแต่ละองค์ประกอบ และออกแบบการนำเสนอผ่าน Storytelling ให้ได้อย่างรื่นไหล ร้อยเรียง ตรงตามเป้าหมายของคนฟังให้มากที่สุด เป้าหมายของคนฟังคือการตอบสนองต่อการรับรู้ที่มีต่อผู้ฟังมากที่สุด
มีพนักงานหรือผู้บริหารหลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่า การนำเสนอด้วยการเล่าเรื่อง Storytelling เป็นเพียงแค่การใช้น้ำเสียง เพื่อเล่าเรื่องหรือการแสดงออกมาเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงนั้น การมีเทคนิคการสื่อสารได้ ไม่เพียงพอต่อการสร้างจุดสนใจให้กับผู้ฟัง ดึงสมาธิผู้ฟังให้อยู่กับเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ แต่การสื่อสารที่ดีคือการทำให้ผู้ฟังรู้สึก หยุด สนใจ เข้าใจและสุดท้ายอยากทำตามในสิ่งที่ผู้นำเสนอด้วย Storytelling ได้นำเสนอไว้ ถ้าพนักงานหรือผู้บริหารคนใด ทำได้เช่นนี้ก็จะส่งผล ทำให้ได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ต้องการ การทำงานก็จะมีประสิทธิภาพและสามารถทำให้เกิดประสิทธิผลในงานนั้น ๆ ทันที
หลักการและเหตุผล
ทักษะการสื่อสารหัวหน้างาน เป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญของหัวหน้างาน ที่จะต้องใช้การสื่อสาร ไม่เพียงกับทีมงาน แต่จำเป็นต้องสื่อสารกับผู้บริหารและบุคคลรอบด้าน เรียกได้ว่าเป็นการสื่อสาร 360 องศา การสื่อสารมีความสำคัญเป็นการใช้ทักษะการสื่อสารทั้งทางวาจาและไม่ใช่ทางวาจา ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ในการประชุมแบบตัวต่อตัว การสนทนาทางวิดีโอ อีเมล ข้อความ หรือแพลตฟอร์มใดๆ ก็ตามที่อำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันของพนักงาน แต่อย่างไรก็ตาม ทักษะการสื่อสารของหัวหน้างานไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหัวหน้างาน เพราะหัวหน้างานกำลังเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- หัวหน้างานสื่อสารด้วยกิริยาท่าทีที่ ไม่เป็นมิตร ไม่ช่วยทีมงานอย่างเต็มที่
- หัวหน้างาน ใช้ทักษะการสื่อสาร ด้วยคำประชด ประชัน มากกว่าการสื่อสารที่สนับสนุนกัน
- พื้นฐานสำคัญของหัวหน้างานในการสื่อสาร ได้รับข้อมูลมา แล้วไม่บอกต่อ ไม่สนใจเรื่องการประสานงานเพื่อประสิทธิภาพ
- หัวหน้างาน สื่อสารด้วยความสับสน ทำให้คนฟังไม่เข้าใจ ทำงานต่อไม่ได้
- หัวหน้างาน ใช้ภาษากาย มีท่าทีที่ไม่เป็นมิตร ทำให้คนอื่นไม่อยากเข้าใกล้ ทำงานไม่สนุก
- ไม่มีส่วนร่วมกับคนอื่น แยกตัวออกห่าง ทำให้งานไม่เดินหน้า
- หัวหน้างาน ไม่สนใจที่จะรับฟังคนอื่น มองข้ามเรื่องที่คนอื่นกำลังสื่อสารด้วย
- เมื่อได้รับข้อมูลหรือนโยบายมา มีการบอกต่อแต่ไม่ครบถ้วน และคิดว่าคนอื่นน่าจะรู้ แต่ความจริงทุกคนไม่รู้
- และความท้าทายอื่น ๆ ที่หัวหน้างงานต้องเร่งแก้ไข
โลกของการทำงานในปัจจุบันสำหรับหัวหน้างานที่ต้องพยายามพัฒนาพนักงานให้ประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย อย่างเช่น AI, Chat หรือ Messenger เข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม การสื่อสารในฐานะหหัวหน้างาน ก็ยังเป็นเป็นสาระสำคัญของหัวหน้างานเพราะการสื่อสารจะทำให้ทุกคนมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดพลังแห่งการช่วยเหลือกัน จึงเป็นเรื่องที่หัวหน้างานยุคใหม่ที่จะมีความเข้าใจในการสื่อสาร เพื่อทำให้ทีมงานมีศรัทธาและอยากให้การสนับสนุนการงานนั้น ๆ
การสื่อสารสำหรับหัวหน้างาน เป็น การสื่อสารสร้างความไว้วางใจ จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการทำงาน เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับองค์กร เนื่องจากหัวหน้างานมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างความเข้าใจที่ดีให้กับทุกคนในองค์กร ซึ่งกระบวนการสื่อสารมีความแตกต่างกัน ในหลากหลายสถานการณ์ หากหัวหน้างานที่ปราศจากการสื่อสารที่ดีเพียงพอ อาจเสี่ยงต่อความสำเร็จในการทำงาน เช่นการจัดสรรทรัพยากรผิดพลาด การมอบหมายงานซ้ำซ้อน และการพลาดเป้าหมายสำคัญ ทีมงานสับสน เพราะคำสั่งไม่ชัดเจน
หัวใจสำคัญของการก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารยุคใหม่ คือการสร้างศรัทธาให้เกิดกับทีมงาน ก่อนที่จะมุ่งการงานอย่างอื่น หัวใจของการสร้างศรัทธาคือการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ฟังมีความน่าเชื่อถือและอยากจะปฏิบัติตาม
ซึ่งการสื่อสารของผู้บริหารยุคใหม่นี้จะมีการสื่อสารและประสานงานที่ทำให้ทีมงานทุกคนเข้าใจถึงนโยบาย ภาระหน้าที่ที่สำคัญของตนเอง หรือการเข้าถึงแนวการปฏิบัติงานร่วมกันที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพนำสู่ประสิทธิผลของทีมงาน เข้าว่าทุกคนเป็นส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้องค์กรประสบความสำเร็จ
ในบางครั้งผู้บริหารยุคใหม่จำเป็นต้องสื่อสารกับบุคคลภายนอกในฐานะที่เป็นผู้นำคนหนึ่งขององค์กร โดยมีจุดประสงค์ที่จะทำให้คนอื่นรับรู้ว่าการทำงานนั้นไปในทิศทางเดียวกัน สื่อสารของผู้บริหารยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมีรูปแบบการสื่อสารบูรณการ ซึ่งจะทำให้เห็นประสิทธิผลในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
การสื่อสารที่ดีสำหรับหัวหน้างานไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องประสิทธิภาพในการทำงานเท่านั้น ในฐานะหัวหน้างาน ต้องมีความเข้าใจหลักการสื่อสารที่เป็นจิตวิทยาของพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะหน้าที่ของหัวหน้างานจำเป็นต้องสนับสนุนให้ทีมงานประสบความสำเร็จในการทำงาน การสื่อสารที่เป็นทั้ง การให้ข้อเสนอแนะและสนับสนุนให้ทีมงาน การสนับสนุนการสื่อสารทางความคิดและไอเดียของพนักงาน ช่วยให้พนักงานทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมใจกันปรับปรุงการทำงานร่วมกัน
ในองค์กรชั้นนำ ต่างนำเทคนิคการสื่อสาร สำหรับหัวหน้างาน เพื่อนำไปใช้ในการประสานงานและการพัฒนาการทำงานเป็นทีม มาใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นทำให้พนักงานทุกคน นำความรู้ ความเข้าใจ ความต้องการ หรือความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนสามารถนำมาร่วมกันปฏิบัติงานทำให้มีผลงานกันทุกคนได้
การพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารยุคใหม่สำหรับหัวหน้างาน ถูกออกแบบให้อยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาทักษะหัวหน้างานที่ทันสมัย สอดคล้องกับการทำงานของพนักงานในหลายระดับ เช่นในหลายเจนเนอร์เรชั่น ทำให้พนักงานทุกคนมี ทักษะการสื่อสารชั้นสูง การประสานงานและการทำงานเป็นทีม นำไปพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ จนสามารถนำมาประยุกต์ไปใช้ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ จนทำให้เกิด ความคุ้นชิน จนกลายเป็นความชำนาญ (Skill) และ มีมุมมองของทัศนคติ (Attitude) ที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ซึ่งจะส่งผลต่อความสำเร็จของพนักงานทุกคนในองค์กร ซึ่งมี 6 ปัจจัยหลักของการพัฒนาเทคนิคการสื่อสารสำหรับพนักงาน ดังนี้
- ทำให้ทุกคนเปิดใจ ปรับทัศนคติ ทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของการนำเทคนิคการสื่อสารมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- ร่วมแรง ร่วมใจ ที่จะค้นหาขอผิดพลาดจากการสื่อสาร ประสานงานภายในองค์กร ที่ทำให้เป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกัน
- มองปัญหาที่มาจากการเทคนิคสื่อสาร การประสานงานและการทำงานเป็นทีมแบบองค์รวม ทำให้อยู่ในวังวนของปัญหา
- วิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจความแตกต่างของคน ทำให้การสื่อสารมีรูปแบบที่แตกต่างกัน
- แก้ปัญหาวิธีการสื่อสาร การประสานงานและการทำงานเป็นทีมแบบแนวกว้าง และ แนวลึก ทำให้ขจัดปัญหาการสื่อสารแบบถาวร
- พัฒนาเครื่องมือตามแนวทางของเทคนิคการสื่อสารการประสานงานและการทำงานเป็นทีมเพื่อให้ ทุกคนสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งในการทำงานนั้น จะประกอบด้วยองค์ประกอบที่ซับซ้อนหลายมิติ ไม่ว่าองค์กรนั้นจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ตาม ซึ่งกลไกของความสำเร็จจประกอบไปด้วย คน(หัวหน้า ลูกน้อง) และ กระบวน การทำงาน ซึ่งกระบวนการในการทำงานนั้นจะเปลี่ยนไปตาม แผนก ส่วนงานและความรับผิดชอบ ที่แตกต่างกันออกไป
ในการทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องยากที่จะออกแบบกระบวนการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำงาน
แต่ความยากอยู่ที่ “คน” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้กับองค์กร เพราะคนสามารถที่จะคิด กำหนดแนวทางการทำงาน วางแผนการทำงาน ออกแบบขั้นตอนการทำงานและดำเนินการขั้นตอนการทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้
แต่อย่างไรก็ตาม คนก็จะเป็นปัญหาและอุปสรรคในความสำเร็จของงานเช่นกัน เพราะคนมีอารมณ์ มีความรู้สึกและมีความนึกคิด ที่เป็นตัวตนของตนเองมากที่สุด ทำให้มีความต้องการในเรื่องต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อใดก็ตามที่คนต้องมาอยู่รวมกัน จึงทำให้เป็นต้นกำเนิดของปัญหาต่าง ๆ ในองค์กร ทำให้เกิดการเหนี่ยวรั้ง ไม่ก้าวหน้า ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเหตุให้องค์กรไม่เติบโต
การสื่อสารของหัวหน้างาน จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงานระหว่างหัวหน้า ลูกน้อง หรือ หัวหน้ากับแผนกต่างๆ หรือ หัวหน้ากับคนภายนอกองค์กร ถ้าการติดต่อมีการสื่อสารที่ดี จะส่งผลให้การทำงานมีความก้าวหน้า เพราะทุกคนต่างให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
การสื่อสารที่ดี หัวหน้าจำเป็นต้องเข้าใจพฤติกรรมการแสดงออกของทีมงาน ทำให้ตนเองมีการวางตัวที่เหมาะสมต่อความแตกต่างของพฤติกรรมนั้น ๆ ของแต่ละคน ดังนั้น การปลดล็อคปัญหาเรื่องการสื่อสาร จะประกอบไปด้วย 2 เรื่องใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้
1.หัวหน้างานต้อง เข้าใจความแตกต่างของคน เพราะทำให้มีการสื่อสารแตกต่างกันออกไป
เป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานร่วมกัน หัวหน้างานจำเป็นต้องเข้าใจถึงความแตกต่างของคน จะทำให้ทุกคนต่างทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข เพราะจะรู้พฤติกรรม แนวทางของความคิด การปฏิบัติงาน และเข้าใจถึงสิ่งทีควรทำและไม่ควรทำในการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือ เพื่อนร่วมงาน ทำให้เข้าใจถึงจุดอ่อน จุดแข็งของคนอื่น เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อกัน ทำให้งานรื่นไหล
2.หัวหน้างานจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับพนักงาน เพื่อผลลัพธ์การทำงานที่ดีเลิศ
แนวทางการบริหารทีมของหังหน้างาน ต้องมีความยืดหยุ่นให้เข้ากับพฤติกรรมของทีมงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน ทำให้เข้าใจว่า คนมีความแตกต่าง และถ้าต้อง ติดต่อสื่อสารจะต้องทำตนเองอย่างไร เพื่อให้เป็นที่พึงพอใจต่อเพื่อนร่วมงาน โดยเน้นความเข้าใจในพฤติกรรมคน และการนำไปปฏิบัติใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตร ทักษะการสื่อสารสำหรับหัวหน้างาน ถูกออกแบบตามแนวทางที่องค์กรชั้นนำใช้เพื่อขจัดความเข้าใจผิด ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ โดยการนำมาประยุกต์ให้ตรงกับบริบทของสังคมไทย ทำให้มีองค์ประ กอบและขั้นตอนการสื่อสารที่ชัดเจน ด้วยการมีเป้าหมายคือการสร้างความสำเร็จร่วมกันในการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารระหว่างหัวหน้างานและทีมงานเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
ซึ่งในการทำงานนั้น จะประกอบด้วยองค์ประกอบที่ซับซ้อนหลายมิติ ไม่ว่าองค์กรนั้นจะมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ก็ตาม ซึ่งกลไกของความสำเร็จจประกอบไปด้วย คน(หัวหน้า ลูกน้อง) และ กระบวน การทำงาน ซึ่งกระบวนการในการทำงานนั้นจะเปลี่ยนไปตาม แผนก ส่วนงานและความรับผิดชอบ ที่แตกต่างกันออกไป
ในการทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องยากที่จะออกแบบกระบวนการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำงาน
แต่ความยากอยู่ที่ “คน” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้กับองค์กร เพราะคนสามารถที่จะคิด กำหนดแนวทางการทำงาน วางแผนการทำงาน ออกแบบขั้นตอนการทำงานและดำเนินการขั้นตอนการทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้
แต่อย่างไรก็ตาม คนก็จะเป็นปัญหาและอุปสรรคในความสำเร็จของงานเช่นกัน เพราะคนมีอารมณ์ มีความรู้สึกและมีความนึกคิด ที่เป็นตัวตนของตนเองมากที่สุด ทำให้มีความต้องการในเรื่องต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป และเมื่อใดก็ตามที่คนต้องมาอยู่รวมกัน จึงทำให้เป็นต้นกำเนิดของปัญหาต่าง ๆ ในองค์กร ทำให้เกิดการเหนี่ยวรั้ง ไม่ก้าวหน้า ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเหตุให้องค์กรไม่เติบโต
การสื่อสารของหัวหน้างาน จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อประสานงานระหว่างหัวหน้า ลูกน้อง หรือ หัวหน้ากับแผนกต่างๆ หรือ หัวหน้ากับคนภายนอกองค์กร ถ้าการติดต่อมีการสื่อสารที่ดี จะส่งผลให้การทำงานมีความก้าวหน้า เพราะทุกคนต่างให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
การสื่อสารที่ดี หัวหน้าจำเป็นต้องเข้าใจพฤติกรรมการแสดงออกของทีมงาน ทำให้ตนเองมีการวางตัวที่เหมาะสมต่อความแตกต่างของพฤติกรรมนั้น ๆ ของแต่ละคน ดังนั้น การปลดล็อคปัญหาเรื่องการสื่อสาร จะประกอบไปด้วย 2 เรื่องใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้
1.หัวหน้างานต้อง เข้าใจความแตกต่างของคน เพราะทำให้มีการสื่อสารแตกต่างกันออกไป
เป็นพื้นฐานสำคัญในการทำงานร่วมกัน หัวหน้างานจำเป็นต้องเข้าใจถึงความแตกต่างของคน จะทำให้ทุกคนต่างทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข เพราะจะรู้พฤติกรรม แนวทางของความคิด การปฏิบัติงาน และเข้าใจถึงสิ่งทีควรทำและไม่ควรทำในการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือ เพื่อนร่วมงาน ทำให้เข้าใจถึงจุดอ่อน จุดแข็งของคนอื่น เพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อกัน ทำให้งานรื่นไหล
2.หัวหน้างานจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับพนักงาน เพื่อผลลัพธ์การทำงานที่ดีเลิศ
แนวทางการบริหารทีมของหังหน้างาน ต้องมีความยืดหยุ่นให้เข้ากับพฤติกรรมของทีมงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน ทำให้เข้าใจว่า คนมีความแตกต่าง และถ้าต้อง ติดต่อสื่อสารจะต้องทำตนเองอย่างไร เพื่อให้เป็นที่พึงพอใจต่อเพื่อนร่วมงาน โดยเน้นความเข้าใจในพฤติกรรมคน และการนำไปปฏิบัติใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตร ทักษะการสื่อสารสำหรับหัวหน้างาน Effective Communication for Leaders – Workshop
ถูกออกแบบตามแนวทางที่องค์กรชั้นนำใช้เพื่อขจัดความเข้าใจผิด ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ โดยการนำมาประยุกต์ให้ตรงกับบริบทของสังคมไทย ทำให้มีองค์ประ กอบและขั้นตอนการสื่อสารที่ชัดเจน ด้วยการมีเป้าหมายคือการสร้างความสำเร็จร่วมกันในการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารระหว่างหัวหน้างานและทีมงานเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
วัตถุประสงค์
- หัวหน้างานจะเข้าใจถึงความสำคัญในการสื่อสาร ทำให้ทีมงานพร้อมที่จะทำงานร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- พัฒนาทักษะและความรู้ ในการสื่อสารอย่างถูกวิธี สำหรับหัวหน้างานเพื่อสร้างการติดต่อประสานงานที่ดีในการทำงาน
- เข้าใจหลักสำคัญ ที่ต้องใช้ในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจในตนเองเมื่อต้องสื่อสาร กับทีมงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- เข้าใจองค์ประกอบและขั้นตอนการสื่อสาร สำหรับหัวหน้างาน เพื่อสร้างการโน้มน้าวใจและการสื่อสารเพื่อสร้างความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน
- เทคนิคการสื่อสาร สำหรับหังหน้างานเพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจน ทำให้ทีมงานไม่สับสน อยากคุยด้วย
- เข้าใจการใช้การสื่อสารเพื่อพัฒนาแนวคิดเพื่อการเติบโต คือ ความคิดเชิงบวก Positive Thinking
- มีแนวทางในการพัฒนามายเซ็ต ให้เป็น Growth Mindset เพื่อสร้างวัฒนธรรมการสื่อสาร เพื่อความสำเร็จในการทำงานร่วมกัน
- เพื่อส่งเสริมให้นำแนวคิดการพัฒนาการสื่อสารสำหรับหัวหน้างาน ในการทำงานร่วมกัน
ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ-ผู้เรียนจะสามารถ:
- หัวหน้างานมีเป้าหมายและให้ความสำคัญในการสื่อสารกับทีมงาน เพื่อความสำหร้จในการทำงาน
- หัวหน้างานมีความมั่นใจในวิธีการสื่อสาร มีวิธีการสื่อสารที่สร้างความยอมรับให้ทีมงาน ในการติดต่อผู้อื่นทั้งภาย ในและภายนอกองค์กร
- หัวหน้างานมีมองเห็นโอกาสจากการนำเทคนิคสื่อสารสำหรับหัวหน้างาน มาทำให้เกิดการร่วมแรงร่วมใจกับทีมงานให้มีการทำงานมีประสิทธิภาพ
- เข้าใจจุดอ่อนจุดการสื่อสารของตนเองของหัวหน้างานเพื่อนำไปยกระดับและปรับปรุงในการติดต่อหรือ การประสานงานให้มีประสิทธิภาพ
- มีกระบวนการในการพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับหัวหน้างานที่ชัดเจน ทำให้การสื่อสารเพื่อความสำเร็จในการทำงาน มีคุณภาพของการสื่อสารที่ดีขึ้น สามารถนำมาสร้างความสำเร็จร่วมกัน
- ขจัดอคติที่เกิดขึ้น ลดตัวตนของหัวหน้างาน ในการทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทำให้หัวหน้างานที่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ในการทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในการทำงานร่วมกันในองค์กร
- หัวหน้างานทุกคนนำการสื่อสารที่ดีมาใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ ที่ดีในการเป็นหัวหน้างาน ทำให้สังคมภายนอกรู้สึกศรัทธาและเชื่อมั่น อยากติดต่อธุรกิจด้วย
- มีวิธีการสื่อสารที่ดี เข้าใจความหมายของคำว่า ทักษะการสื่อสารที่มีคุณภาพ และการปรับการสื่อสารเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ สร้างความพอใจทั้งตัวเองและคนที่ติดต่อด้วย
- มีเทคนิควัดวิธีการสื่อสารของหัวหน้างาน เพื่อปิดจุดอ่อนในการสื่อสารกับทีมงาน สาร ทำให้เมื่อต้องสื่อสารกับผู้อื่นมีความมั่นใจว่าการสื่อสารของตนเองไม่ไปทำร้ายผู้อื่น ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ
- การประยุกต์การพัฒนาทักษะการสื่อสาร เพื่อไปใช้ในการทำงานจริงโดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาความ สำเร็จร่วมกันได้อย่างมืออาชีพ
หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
ทุกคนในองค์กรที่ต้องการตั้งเป้าหมายของความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารองค์กร (Management) ผู้จัดการ (Manager) หัวหน้างาน (Supervisor) ผู้นำทีม (Team Leader) พนักงานทุกระดับและผู้สนใจเรื่องการพัฒนาความสำเร็จให้ตนเอง และผู้สนใจทั่วไป
“ปลดล็อคทุกการนำเสนอ สร้างตัวตนให้เหนือชั้น ด้วยเทคนิค Storytelling ที่มืออาชีพนำมาใช้”
วัตถุประสงค์ของการอบรม หลักสูตร Storytelling
- ทำให้ผู้อบรมเห็นประโยชน์ในการนำเสนอตามหลักของ Storytelling
- ทำให้เห็นความแตกต่างของการนำเสนอแบบธรรมดาและการนำเสนอแบบ Storytelling
- มีเทคนิคที่สำคัญในการพัฒนาเรื่องที่จะเล่า ทำให้คนฟังสนใจและอยากติดตาม
- เข้าใจเส้นทางการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่อง ทำให้มีแนววทางในการพัฒนาความสำเร็จให้ตนเอง
- มีเทคนิคในการรวบรวมประเด็นสำคัญเพื่อสรุปสาระสำคัญที่จะนำมาใช้ในการเล่าเรื่องเพื่อตอบโจทย์คนฟัง
- สร้างเครื่องมือที่ต้องใช้เป็นกไกการขับเรื่องราว เพื่อความเหมาะสมในการนำเสนอสร้างความประทับใจให้คนฟัง
- เข้าใจการพัฒนาสื่อการนำเสนอเพื่อตอบรับการทำงานของสมอง ทำให้คนฟังเข้าใจง่ายขึ้น
- ประยุกต์มาใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หัวใจสำคัญของการเล่าเรื่อง มีหลักวิธีง่าย ๆ ที่ต้องทำ คือ การเข้าถึงจิตวิญญาณของเรื่องราวให้ได้และนำมาเรียบเรียงให้สอดคล้องกับเป้าหมายของคนฟัง วิธีการเช่านี้ เป็น เทคนิค Storytelling เพื่อกระตุ๊กต่อมการรับรู้ของคนฟัง ตามแนวคิดที่ว่าคนฟังต้องการที่จะรับฟังสิ่งที่เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจเท่านั้น ในปัจจุบันนั้นการเล่าเรื่องเป็นเครื่องมือการนำเสนอที่ทันสมัยมากที่สุด และมีประสิทธิผลที่มากที่สุด ด้วยเหตุผลหลัก ๆ คือ การมี Storytelling จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกสนุก ท้าทาย ตื่นเต้น ไปกับเนื้อหา ผลที่ตามมาคือการที่ผู้ฟังติดตามและให้ความสนใจในการฟังเป็นอย่างมาก การนำเสนอด้วย Storytelling เป็นเครื่องมือสื่อสารที่จำเป็น แต่มีผู้นำเสนอหลายท่านยังมีความเข้าใจผิด ทำให้การนำเสนอไม่น่าสนใจ เพราะเข้าใจว่า เทคนิคการนำเสนอที่ดีคือการมีเนื้อหาที่ดีเท่านั้น ก็จะทำให้การนำเสนอดีได้ หรือทำให้คนฟังมีความสนใจ และเข้าใจในสิ่งที่นำเสนอ หรือบางคนอาจจะมองว่า การนำเสนอที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบเทคนิควิธีหรือลีลาการนำเสนอที่แตกต่างเท่านั้น ที่จะทำให้ตนเองได้รับการยอมรับหรือโดดเด่นในเวทีการนำเสนอ ซึ่งแท้จริงการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่อง Storytelling ที่ดีเป็นการผสมผสานระหว่างเนื้อหาและวิธีการ เทคนิคสตอรี่เทลลิ่ง ที่ทำให้มีความกลมกลืนเหมาะสมกับผู้ฟัง ผ่านกระบวนการของการเล่าเรื่องที่มีการเตรียมการเป็นอย่างดี จะทำให้การนำเสนอ Storytelling ในครั้งนั้น ๆ มีความโดดเด่นน่าสนใจ และตรงใจผู้ฟังมากที่สุด
หลักสูตรอบรม Storytelling 360 องศา เป็นหลักสูตรที่ วิทยากรจบเรื่อง Storytelling มาจากสถาบัน เนื้อหาที่มีการประยุกต์มาจากการเป็นพี่เลี้ยงและการโค้ชชิ่ง (Mentoring and Coaching) ที่ได้รับเป็นสากลว่าเป็นแนวการสร้างให้คนสามารถเล่าเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนนั้นสามารถที่จะค้นคว้าสรุปประเด็นเพื่อการเล่าเรื่องและวางแนวในการเล่าเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ฟังได้รับรู้ เข้าใจ ในเนื้อหาที่ต้องการสื่อสารออกไป ซึ่งผู้นำเสนอจะสามารถสร้างผลงานอย่างเป็นที่น่าภาค ภูมิใจอีกทั้งผู้เรียนจะได้การพัฒนาบุคลิกภาพให้มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่งขัน จะทำให้ตนเองนั้นได้เปรียบในการนำเสนอในครั้งนั้น ซึ่งผู้เข้าอบรมจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อการพัฒนาศักยภาพของตนเองและขององค์กรต่อไป
หลักสูตรอบรม 360 องศา Storytelling
Effective Storytelling 360 Degree
ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ-ผู้เรียนจะสามารถ
- สามารถนำมาพัฒนาเทคนิคการนำเสนอ ด้วย Storytelling ทำให้โดดเด่นในการสะกดคนฟัง
- เทคนิคการนำเสนอแบบ 360 องศา Storytelling ตัดความกังวลในทุกเวทีการนำเสนองาน
- การค้นคว้าหารเรื่องราวที่สอดคล้องกับสภาพของผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสนใจอยากติดตามอย่างต่อเนื่อง
- หลักการนำเสนอ ด้วยการเล่าเรื่องมาใช้ในการการนำเสนอทำให้การนำเสนอเป็นเรื่องที่น่าสนใจของผู้ฟัง
- เข้าใจหลักในการสร้างตัวตน เมื่อต้องนำเสนอด้วย Storytelling
- เทคนิคการเล่าเรื่องในรูปแบบต่างๆ เพื่อการนำเสนอพร้อมกับการเลือกใช้สื่อ ให้มีความเหมาะสมในการสร้างความสนใจในการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่อง
- สร้างกลไกการร้อยเรียง เนื้อหาที่สำคัญ ให้มีความเหมาะสมในการเล่าเรื่องด้วยหลักเส้นทางเรื่องราว
- การลดความประหม่า ด้วยการสร้างตนเองในแบบของตนเอง ให้มั่นใจด้วยตนเอง
- สามารถนำไปประยุกต์ในการปฏิบัติงานได้อย่างประสิทธิภาพ
เนื้อหาโดยสังเขป
วันที่1: วิเคราะห์จุดอ่อนในการนำเสนอ เพื่อค้นหาหลักในการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่องอย่างถูกต้อง
- เมื่อโลกเปลี่ยน การนำเสนอต้องเปลี่ยน แต่อารมณ์ผู้ฟังไม่เคยเปลี่ยน
- วิเคราะห์ปัญหาจากคนฟังในการนำเสนอ เมื่อคนฟังไม่อยากฟัง แต่ต้องทนฟัง
- การวิเคราะห์ตนเองเรื่องแนวทางในการนำเสนอที่มักคิดว่าเข้าใจถูกต้อง
- วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรครายบุคคล เพื่อค้นหาแนวทางในการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่องที่ประทับใจ
- วิเคราะห์สิ่งที่ผู้นำเสนอ ทำได้ดี ไม่ได้ทำ และต้องปรับปรุง
- ความสำคัญในการนำเสนอ ด้วยการ Storytelling ถึงเวลาทดแทนเป้าหมายเดิมแต่วิธีการต้องเปลี่ยน
- ความแตกต่างของการนำเสนอแบบปกติ กับ Storytelling ขจัดความสับสนในตนเอง
- การพัฒนาและสร้าง ฮีโร่ให้เกิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่อง
- การพัฒนาเรื่องเล่า แหล่งที่มา การคัดเรื่องให้เหมาะกับวัถุประสงค์ทั้งคนฟังและเป้าหมาย
- ประเภทของการเล่าเรื่อง และ พัฒนารูปแบบให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์
- วิเคราะห์แนวการรับรู้ของผู้ฟังตามคุณลักษณะของสมอง Brain-Base Learning: BBL
- วิเคราะห์ผู้ฟัง ตามเส้นทางการนำเสนอ StoryTelling เพื่อการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของคนฟัง
- วิเคราะห์และสำรวจความคาดหวังของผู้ฟังในการนำเสนอ เพื่อกำหนดจุดนำเสนอที่น่าสนใจ
- การวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์ วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา การยกระดับ
- การบริหารภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับเนื้อหาการเล่าเรื่อง
- การเคลื่อนไหวในลักษณะต่าง ๆ และความหมายของการเคลื่อนไหวในอาริยาบทต่าง ๆ
- การจัดทำ Work Shop บทบาทสมมุติ ฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรม และการระดมสมอง
วันที่ 2: การพัฒนาบทภาพโปรแกรมภาพเพื่อการเล่าเรื่องและตอบโจทย์คนฟัง
- การจัดโครงสร้างเรื่องเล่า ให้ตอบโจทย์คนฟัง ตามแนวทางของ Storytelling
- การเรียงลำดับเรื่องเล่า ด้วยการวางกรอบเนื้อหา การสร้างแพทเทิร์น การวางเนื้อหาตามแนวทางการทำงานของสมองของผู้ฟัง
- การสร้างเทรมเพลสเรื่องเล่า เพื่อให้ง่ายต่อการเล่าเรื่อง สรุป จับประเด็น สร้างเรื่องราว
- การจัดเตรียมข้อมูล องค์ประกอบที่สำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของสมอง
- การเขียนเรื่องราว-เทคนิคและกลยุทธ์ เพื่อพัฒนาเป็นบทภาพโปรแกรม
- เทคนิคการเชื่อมโยง การสร้างความผูกพันธ์กับคนฟัง ทำให้ได้เรื่องราวที่น่าสนใจ
- เทคนิคการจดจำเรื่องราว ถ้าต้องเล่าเรื่องราวแบบยาว ๆ ผ่านสื่อการนำเสนอ
- การวางตัวตน ให้น่าสนใจ การวางจิตใจให้เหนือชั้น ทำให้คนฟังรู้สึกดีต่อการนำเสนอ
- การประเมินผลเนื้อหา พัฒนาความเข้าใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- การลดข้อกังวลและการตอบข้อซักถามและจัดการคำถามลองของจากผู้ฟัง
- การประเมิน ตรวจสอบ เพื่อพัฒนาและปรับปรุง Storytelling ให้เป็นเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จ
- การจัดทำ Work Shop บทบาทสมมุติ ฝึกปฏิบัติผ่านกิจกรรม และการระดมสมอง
![]()


