หลักสูตร ฝึกอบรม การพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ และ โค้ชชิ่ง เพื่อความสำเร็จ เป็น หลักสูตรที่ใช้พัฒนาความเป็นผู้นำ และการโค้ชชิ่ง เพื่อนำไปพัฒนาทีมงานให้ทำงานได้ตามเป้าหมายขององค์กร ความเข้าใจในบทบาทการเป็นผู้นำ การให้ข้อมูลย้อนกลับ Feedback กับทีมงานตามหลักการโค้ชชิ่ง
หลักสูตร ฝึกอบรม การพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ และ โค้ชชิ่ง เพื่อความสำเร็จ
– Workshop –
“Effective Coaching Skills and Leadership Development for Success”
หลักการและเหตุผล
ในการบริหารจัดการนั้น องค์กรชั้นนำต่างให้ความสำคัญกับผู้นำ เพราะผู้นำจะเป็นคนที่ผลักดันให้เป้าหมายประสบความสำเร็จในการบริหารงาน หรือถ้าเป็นการทำธุรกิจ ก็สามารถในการขยายธุรกิจออกไป และมีผลกำไร
ผู้นำจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะผู้นำคือผู้ที่มีหน้าที่ ควบคุมดูแลให้ทีมงานทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ขององค์กรที่วางไว้ เช่น การสรรหา การโน้มน้าวใจ การเปลี่ยนทัศนคติของทีมงาน ทำตนเองให้เหมือนเสาหลักที่ให้พนักงานพึ่งพิง หรือ ให้คำปรึกษาเมื่อทีมงานกำลังประสบปัญหาในการทำงาน
แต่อย่างไรก็ตาม ทักษะการพัฒนาการเป็นผู้นำ และ การโค้ชชิ่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้นเองในตัวผู้นำ ซึ่งสามารถสังเกตจากการทำงานที่ส่งผลทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายการทำงานเช่น
1.เมื่อพนักงานในทีมงานทำงานไม่ได้ตามเป้าหมาย ผู้นำไม่มีแนวทางในการบริหาร ไม่มีเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อนำมากระตุ้นทีมงานให้พร้อมที่จะพัฒนาตนเอง ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
2.เป็นผู้นำที่ไม่มั่นใจในแนวทางการบริหารของตนเอง ทำให้ขาดความชัดเจนให้กับทีมงาน ผลที่ตามมาคือความสับสนในการทำงานของทุกคนในองค์กร
3.ผู้นำ ยังไม่ตระหนักว่า การสร้างผลสำเร็จขององค์กร เป็นผลมาจากการที่พนักงานในทีมของตนเองมีคุณภาพ ผู่นำจเป็นต้องโค้ชชิ่งให้ทีมเข้าใจและพนักงานพร้อมรับการพัฒนาเพื่อให้ทุกคนประสบความสำเร็จร่วมกัน
4.ผู้นำยังขากการสร้างแรงจูงใจที่ดีพอ ยังคิดว่าการกดดันคือแนวทางการกระตุ้นให้ทีมงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ความจริงคือไม่ใช่ คนอื่นรู้ แต่ผู้นำไม่รู้ เท่ากับ “พัง”
5.ผู้นำมองเห็นความสำเร็จจของตนเอง มากกว่าการมองความสำเร็จของทีมงาน ทำให้เข้าไม่ถึงแก่นแท้ของความสามารถของพนักงานในทีม และนี่ก็คือเป็นจุดเริ่มของอุปสรรคที่ทำให้งานไม่บรรลุเป้าหมาย
6.ผู้นำบางคนรู้ว่าต้องการพัฒนาทีมงาน แต่ไม่มีเครื่องมือที่ดี เข้าใจง่าย นำมาใช้ในการพัฒนาทีมงาน ถึงแม้ผู้นำบางคนอาจจะรู้จัก การโค้ชชิ่ง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ทำต่อไม่ถูก
7.ผู้นำบางคน ไม่ปัญหาจากการที่ทีมงานที่มีข้อขัดแย้ง ทำงานไม่ประสานงานกัน จึงใช้แนวทางการบริหารที่ไม่ถูกต้อง คือลงไปทำเอง แทนที่จะสร้างพลังให้ทีม ให้พร้อมที่จะประสานงาน ทำงานไปด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
8.ผู้นำ ทำงานกับพนักงานทุกวัน แต่ไม่มีทักษะในการวิเคราะห์พนักงานที่มีความแตกต่างกันออกไป เพื่อออกแบบการบริหารตามแนวทางความแตกต่างของพนักงานซึ่งเป็นหลักการบริหารของ People Management เป็นผู้นำที่มีการนำแก่นแท้ในการบริหารมาใช้
จากปัญหาข้างต้น เป็นปัญหาสำคัญที่ทุกองค์กรชั้นนำใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและการโค้ชชิ่งของผู้นำ เพื่อความมั่นใจว่า ผู้นำจะมีทักษะที่ดีพอและทักษะที่มีประสิทธิภาพพอ ที่จะนำทีมงานให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกัน
ซึ่งการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำและการโค้ชชิ่ง จำเป็นต้องจัดทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน มีกระบวนการที่ถูกต้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายสำหรับผู้นำให้มากที่สุด ซึ่งแนวทางการพัฒนาผู้นำและโค้ชชิ่งนั้นประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ 1: วิเคราะห์ตนเอง เพื่อความเข้าใจตนเองในทุกแง่มุม
- ผู้นำจำนวนไม่น้อย มองข้ามเรื่องการเข้าใจตนเอง ทั้ง ๆ ที่สำคัญ ดังนั้นผู้นำต้องวิเคราะห์ตนเองอย่างรอบคอบ ทั้งจุดอ่อน จุดแข็ง ในทุกมิติ และที่สำคัญคือต้องเข้าใจตนเอง ในเรื่องภาวะผู้นำ เพื่อเป็นผู้นำคุณภาพ
ขั้นที่ 2: กำหนดเป้าหมายตนเองและเป้าหมายองค์กร ให้ชัดเจน
- เป้าหมายคือสิ่งที่ทุกคนอยากได้ ผู้นำจำเป็นต้องเข้าใจเป้าหมาย ทั้งเป้าหมายของตนเอง เป้าหมายของทีมงานและเป้าหมายขององค์กร โดยการกำหนดเป้าหมายต้องมีความชัดเจน จับต้องได้ อธิบายได้ว่าความต้องการหรือความปรารถนาที่แท้จริงคืออะไร และจะได้มาได้อย่างไร
ขั้นที่ 3: เข้าใจสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
- การเป็นผู้นำ ก็ต้องมีการทำงานร่วมกับหลายส่วน เช่น ผู้นำ ผู้ตาม คนในแผนกเดียวกัน คนจากต่างแผนก หรือกับคนจากหน่วยงานข้างนอก ดังนั้นการทำงานร่วมกับผู้อื่น จำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสาร การโน้มน้าวใจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ และทุกคนพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกัน
ขั้นที่ 4: แนวทางการเป็นผู้นำ ที่มี ทำงานได้อย่างสร้างสรรค์
- การเป็นผู้นำ ย่อมถูกคาดหวังว่าจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลลัพธ์จากการทำงานที่สอดคล้องต่อความต้องการขององค์กร และมีแนวทางที่เป็นโซลูชั่นที่สร้างสรรค์ ทำให้องค์กรมีสิ่งใหม่ ๆ นำไปพัฒนาองค์กรให้เติบโตที่ยั่งยืนต่อเนื่อง
ขั้นที่ 5: เปิดใจลดช่องว่างที่ผู้นำมี
- การเปิดใจของผู้นำเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้นำเห็นจุดอ่อนของตนเองก็จะทำให้เห็นช่องว่างที่ผู้นำต้องลดให้ได้ ด้วยการพัฒนาทักษะการโค้ชชิ่งและทักษะการเป็นผู้นำ เพื่อการยกระดับศักยภาพของผู้นำที่ชัดเจน โดยมีเป้าหมายคือการนำทีมงานให้ประสบความสำ เร็จไปด้วยกัน
การ “โค้ชชิ่ง” เป็นแนวคิดสมัยใหม่ที่ทำให้ผู้นำ มีเครื่องมือในการพัฒนาทีมงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนนำศักยภาพของตนเองเพื่อพัฒนาองค์กร โดยการขจัดทุกปัญหาอุปสรรค ที่พนักงานมี และเปลี่ยนจากปัญหาอุปสรรค เป็นความสำเร็จ ด้วยการดึงศักยภาพของตนเอง จากการถูกโค้ชชิ่งจากผู้นำ
โดยแนวทางการโค้ชชิ่ง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำว่าเป็นเครื่องมือที่ผู้นำควรจำมาใช้ในการเพิ่มความสามารถของพนักงานในทีมงานตนเอง เพราะความรู้ หรือ ความเก่งของพนักงานไม่ได้เกิดขึ้นเอง จำเป็นต้องมีคนแนะนำ จำเป็นต้องมีคนให้แนวทาง และคนที่จะให้แนวทางที่ดีที่สุดก็คือผู่นำของตนเองนั่นเอง
หลักการโค้ชชิ่งทีมงาน เป็นพื้นฐานของศาสตร์และศิลป์ที่ ผู้นำต้องเข้าใจ และการโค้ชชิ่งมีกลไกในการพัฒนาที่ผสมผสานศาสตร์และศิลป์ให้เข้ากันสอดคล้องกัน ทำงานร่วมกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้นผู้นำที่มีความเข้าใจหลักการโค้ชชิ่ง เท่ากับเป็นการพัฒนาความสำเร็จให้องค์กรได้เป็นอย่างดี
องค์ประกอบความสำเร็จในการเป็นผู้นำจึงมีหลสยมิติหลัก ๆ ดังนั้นการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะความสำเร็จในการบริหารย่อมมาจากการที่ผู้นำมีความชัดเจนในการบริหารงาน เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง เข้าในแนวทางการสร้างแรงจูงใจให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การกำกับและควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
หลักสูตร การพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ และ โค้ชชิ่ง เพื่อความสำเร็จ
Effective Coaching Skills and Leadership Development for Success
ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการพัฒนาทักษะการโค้ชชิ่งให้ผู้นำ สามารถนำไปดค้ชทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้นำมีความเข้าใจ มีรูปแบบการโค้ชชิ่งที่เป็นบูรณาการ ด้วยการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ เพื่อความเข้าใจแก่นแท้ในการบริหารพนักงาน จนสามารถทำให้พนักงานทุกคนก้าวข้ามทัศนคติลบในตนเอง และพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้นำมีทักษะในการบริหารและมีทักษะในการโค้ชพนักงานของผู้นำนั่นเอง
วัตถุประสงค์
- ผู้นำที่เข้าอบรม จะเข้าใจแนวทางในการบริหารทีมงาน เพื่อความสำเร็จ และมีเครื่องมือในการโค้ชชิ่งทีมงานของตนเองครบทุกมิติ แบบบูรณาการ
- มีความเข้าใจ หัวใจของการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ และทักษะการโค้ชชิ่งตามแนวทาง People Management ซึ่งมีองค์ประกอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
- มีการพัฒนาทักษะการบริหารพนักงาน ที่จำเป็น นำไปใชล้ได้ทันที ผ่านเครื่องมือต่างๆ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างความสำเร็จร่วมกัน
- เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้นำ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในการบริหารทีมงาน ผ่านกระบวนการการสื่อสาร การฟัง การสร้างแรงจูงใจ การเจรจาต่อรอง และการสร้างศรัทธาให้กับพนักงาน การทำงานแบบเห็นอกเห็นใจกัน ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป
- เข้าใจการ กระบวนการดึงศักยภาพทีมงานที่เป็นมาตรฐานการโค้ชชิ่งที่ได้รับการยอมรับ ตามหลักการที่ใช้ในองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
- สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารพนักงานในทีมงานของตนเอง
ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ-ผู้เรียนจะสามารถ:
- เข้าใจถึงแก่นแท้ในการบริหารทีมงาน ผ่านวิธีการประมวณความคิดให้ตกผลึก เพื่อสร้างแนวทางการแก้ไข และป้องกันปัญหาเชิงรุก
- มีเครื่องมือในการบริหารทีมงาน ที่หลากหลายเช่นการสื่อสาร การโน้มน้าวใจ การประสานงาน การควบคุม การสร้างผลงานร่วมกัน
- มีเครื่องมือในการบริหารงานที่แตกต่างกันออกไป ตามแนวทางการนำทีมของผู้นำที่ทรงประสิทธิภาพ ทำให้ตนเองมีความมั่นใจว่าจะนำทีมด้วยความสำเร็จในทุกงานที่เข้ามา
- มีทักษะการบริหารทีมงาน ตามแนวทาง มองคนออก บอกคนเป็น เห็นคนชัด ซึ่งเป็นพื้นฐานในการบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่ยั่งยืน
- มีเป้าหมายในการทำงาน ไม่ใช้ทำงานไปวัน ๆ ทำให้มีวิธีการวางแผนงาน การบริหารคน การพัฒนาคนที่เป็นทีมงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นมืออาชีพ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริหารและพนักงานในทีม
- มีเครื่องมือในการพัฒนาพนักงาน ให้ตรงแนวทาง “Put The Right Man, On The Right Job” ซึ่งเป็นพื้นฐานของความสำเร็จในการบริหารทีมงานของผู้นำ
- สามารถนำทักษะการเป็นผู้นำ และ การโค้ชชิ่งพนักงานไปใช้พัฒนาการทำงานจริงในองค์กร
หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
พนักงานให้บริการในทุกธุรกิจ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร สปา รถเช่า ผู้ประกอบการ พนักงานทุกระดับ พนักงานฝ่ายการบริหารทั่วไป พนักงานขาย ผู้จัดการ เพื่อเป็นการเข้าใจแนวความคิดใหม่ในการให้บริการ ที่นำความพึงพอใจลูกค้ามาเป็นที่ตั้ง
ผู้สนใจทั่วไป พนักงานต้อนรับทุกระดับที่ต้องติดต่อประสานงานกับลูกค้า และต้องการสร้างกลไกการเป็นลูกค้าที่ยั่งยืนขององค์กร ผู้จัดการ ผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์ นโยบาย การวางแผนงาน การปฏิบัติการ
ตลอดจนการติดตาม และวัดผลการดำเนินการงานด้านการให้บริการขององค์กร
Module 1: Modern Leadership Mindset for Success
– ความสำคัญของการเป็นผู้นำกับความสำเร็จองค์กร
– ปฏิวัติแนวคิดการเป็นผู้นำคุณภาพ: จากผู้สั่งการเป็นผู้นำเชิงรุก
– การสร้างทัศนคติแห่งการเรียนรู้เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง
– ความแตกต่างระหว่าง Leader vs Manager vs Coach
– Self-Reflection: ผู้นำแบบไหนที่ทีมอยากทำงานด้วย
– วิเคราะห์ 20 ข้อเรียกร้องที่ลูกน้องถึงหัวหน้าของตนเอง
Module 2: Effective Leadership for Success
-บทบาทหน้าที่ของการเป็นผู้นำคุณภาพ
–องค์ประกอบการบริหารจัดการทีมให้ทำงานได้ดั่งใจ
–ลักษณะผู้นำที่องค์กรต้องการ และทำอย่างไรให้เป็นเช่นนั้น
–สิ่งที่ควรและไม่ควร เมื่อขึ้นเป็นผู้นำ
–ความเข้าใจผิดในการเป็นผู้นำ
Module 3: Foundations of Effective Coaching
– เทคนิคการพัฒนาพนักงานให้ประสบความสำเร็จ
– ความหมายของ การโค้ขขิ่งในองค์กร
– ความแตกต่างระหว่าง Coaching, Mentoring, Directing
– องค์ประกอบและเครื่องมือการโค้ชชิ่งที่ทรงพลัง
Module 4: Coaching Framework: Engagement & Accountability
– เทคนิคการให้ Feedback แบบสร้างแรงจูงใจ
– ประเภทของ Feedback แตกต่างกันอย่างไร
– วิเคราะห์การให้ Feedback แบบ SBI Model
– การรับมือกับลูกน้องที่ทำตัวมีปัญหาอย่างมืออาชีพ
Module 5: Feedback & Performance Conversation
– การสื่อสาร เชิงบวก/ลบ
– การสื่อสารที่สร้างความรู้สึกที่ดีให้กับลูกค้า
– การสื่อสาร เพื่องานบริการ
Module 6: Personal Leadership Action Plan
– การวางแผนความสำเร็จให้ตนเอง เป็นผู้นำคุณภาพ ภายใน 30 วัน
ข้างหน้า
– กำหนดพันธสัญญาใน 3 ข้อในการนำหลักโค้ชชิ่งและทักษะผู้นำไปใช้
– แนวททางทำให้แผนการประสบคามสำเร็จ ด้วยตนเอง
คำถาม ที่พบบ่อย หลักสูตร ฝึกอบรม การพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ และ โค้ชชิ่ง เพื่อความสำเร็จ (FAQ)
1.ทำไม จึงต้องพัฒนาผู้นำ สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?
2.ทักษะผู้นำ ที่ต้องนำมาใช้ในการพัฒนาผู้นำ ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
3.การโค้ชชิ่ง มีความสำคัญอย่างไรในการพัฒนาทีมงาน?
การโค้ชชิ่ง เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการที่ผู้นำจะนำมาใช้ในการดึงศักยภาพของพนักงาน ให้พร้อมที่จะทำงานได้อย่างมีศักยภาพ
4.ขั้นตอนการ โค้ชชิ่ง ควรจะเริ่มต้นจากตรงไหน?
5.หลักสูตร การโค้ชชิ่ง และ พัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ ควรเรียนกี่วัน?
หลักสูตรการพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ และ การโค้ชชิ่ง จำเป็นต้องฝึกหัด ฝึกปฏิบัติจริง ถ้าจะให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี คือเข้าใจ นำไปใช้ได้เลย ควรเรียน 2 วัน แต่ถ้าองค์กรต้องการเร่งด้วย ก็ต้องเรียนแบบเขิ้มข้น และนำไปฝึกต่อในองค์กร สามารถเรียน 1 วันได้
6.หลักสูตร การพัฒนาทักษะผู้นำและการโค้ชชิ่ง มีในประกาศให้ด้วยไหม?
สถานัน StepPlus Training มีมาตรฐานการสอน จะมอบใบประกาศนีบัตร Certifivate ในหลักสูตร การพัฒนาทักษะผู้นำและการโค้ชชิ่ง เฉพาะผู้ที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น คือการเข้าเรียนไม่น้อยกว่า 80%
7.เวลานำ ความรู้ที่เรียนมาไปใช้ สามารถนำไปใช้ได้จริงหรือไม่ ?
8.ไม่เคยเป็นผู้นำมาก่อน พึงได้รับตำแหน่งใหม่ สามารถเรียนได้หรือไม่?
![]()

























