คอร์สฝึกอบรม หลักสูตร The Super Manager

หลักสูตรอบ ผู้จัดการอัจฉริยะ
หลักสูตรอบรม เทคนิคการนำเสนออย่างมืออาชีพ
ลงทะเบียนอบรม StepPlus Training
หลักสูตรฝึกอบรม StepPlus Training
รวม-หลักสูตร ฝึกอบรม-เทคนิค การเจรจาต่อรอง ที่ดีที่สุด
รวม-หลักสูตร-เทคนิคการขาย ที่ดีที่สุด
รวม-หลักสูตร-ฝึกอบรม ผู้จัดการ หัวหน้างานที่ดีที่สุด
รวม-หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอ ที่ดีที่สุด
รวม-หลักสูตร-การบริการ-และ การเขียนคู่มือบริการ
รวม-หลักสูตร-Train-The-Trainer ที่ดีที่สุด

หลักสูตร ฝึกอบรม ผู้จัดการอัจฉริยะ

กิจกรรม หลักสูตรอบรม The Super Manager 15 ก.ย. 69

รวมเทคนิคการเป็นผู้จัดการอัจฉริยะ ที่ได้จัดอบรมหลักสูตร The Super Manager

รวมภาพกิจกรรมอบรมหลักสูตรฝึกอบรม The Super Manager

     หัวใจสำคัญของการจัดโครงสร้างทีมงานให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ไม่ใช่เพียงการกำหนดว่า “ใครเป็นหัวหน้า ใครเป็นลูกน้อง” แต่คือการออกแบบให้ คนที่เหมาะสม รับผิดชอบงานที่เหมาะสม มีอำนาจตัดสินใจที่ชัดเจน และทำงานเชื่อมโยงกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน
สำหรับผู้จัดการ แนวคิดสำคัญสามารถสรุปได้เป็น “Right Goal – Right Structure – Right People – Right Role – Right Process – Right Accountability”
 

1. เริ่มจากเป้าหมาย ก่อนเริ่มจากคน

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือ มีคนอยู่กี่คนก็แบ่งงานตามคนที่มีอยู่ทันที แต่โครงสร้างทีมที่ดีควรเริ่มจากคำถามว่า “ทีมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างผลลัพธ์อะไร?” เช่น หากเป้าหมายคือเพิ่มยอดขาย 30% โครงสร้างทีมต้องสนับสนุนตั้งแต่การหาลูกค้า การขาย การดูแลลูกค้า ไปจนถึงการติดตามผล ไม่ใช่เพียงแบ่งตำแหน่งตามโครงสร้างเดิมขององค์กร Structure follows Strategy — โครงสร้างควรสนับสนุนกลยุทธ์ ไม่ใช่ให้กลยุทธ์ติดอยู่กับโครงสร้างเดิม

2. Put the Right Man on the Right Job

คนเก่งไม่ได้หมายความว่าจะเก่งทุกงาน ผู้จัดการจึงต้องรู้ทั้ง จุดแข็ง ความสามารถ ประสบการณ์ แรงจูงใจ และศักยภาพ ของแต่ละคน ลองแบ่งสมาชิกในทีมตามความสามารถที่โดดเด่น เช่น คนหนึ่งวิเคราะห์เก่ง อีกคนประสานงานเก่ง อีกคนสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่ง และอีกคนลงรายละเอียดเก่ง แล้วออกแบบบทบาทให้ความสามารถเหล่านั้นเสริมกัน ทีมประสิทธิภาพสูงจึงไม่จำเป็นต้องประกอบด้วย “Superstar ทุกคน” แต่ต้องเป็นทีมที่ “ความสามารถของแต่ละคนประกอบกันแล้วแข็งแกร่ง”

3. Role & Responsibility ต้องชัดเจน

หนึ่งในต้นเหตุของความขัดแย้งในองค์กรคือ “ฉันคิดว่าเป็นงานของคุณ แต่คุณคิดว่าเป็นงานของฉัน” ผู้จัดการจึงต้องตอบให้ชัดว่า Who does What? Who decides? Who owns the result?
สามารถใช้เครื่องมืออย่าง RACI เพื่อกำหนดบทบาท ได้แก่ R – Responsible คนลงมือทำ, A – Accountable เจ้าของผลลัพธ์, C – Consulted ผู้ที่ต้องปรึกษา และ I – Informed ผู้ที่ต้องได้รับข้อมูล โดยเฉพาะตัว A – Accountable ต้องชัด เพราะถ้างานหนึ่งมีคนเกี่ยวข้อง 10 คน แต่ไม่มีใครเป็นเจ้าของผลลัพธ์จริง ๆ สุดท้ายงานนั้นอาจกลายเป็น “งานของทุกคน แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ”

4. Authority ต้องไปพร้อม Accountability

ถ้าเราบอกลูกน้องว่า “คุณต้องรับผิดชอบยอดขาย” แต่ทุกครั้งที่จะให้ส่วนลด ติดต่อหน่วยงานอื่น หรือแก้ปัญหาลูกค้า ต้องรอผู้จัดการอนุมัติทั้งหมด นั่นไม่ใช่การมอบความรับผิดชอบอย่างแท้จริง
หลักคิดคือResponsibility without Authority = Frustration เมื่อให้ความรับผิดชอบ ต้องให้อำนาจตัดสินใจในระดับที่เหมาะสมด้วย พร้อมกำหนดขอบเขตให้ชัดว่า อะไรตัดสินใจเองได้ อะไรต้องปรึกษา และอะไรต้องขออนุมัติ

5. ลดการทำงานแบบ Silo

ทีมที่ดูดีบน Organization Chart อาจทำงานจริงได้ไม่ดี หากแต่ละฝ่ายสนใจเฉพาะ KPI ของตัวเอง
– ฝ่ายขายบอกว่า “ขายได้แล้ว”
– ฝ่ายผลิตบอกว่า “ทำไม่ได้”
– ฝ่ายบริการบอกว่า “ลูกค้าไม่พอใจ”
สุดท้ายทุกฝ่ายอาจทำ KPI ของตัวเองได้ แต่ องค์กรกลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ผู้จัดการจึงต้องสร้าง Shared Goal หรือเป้าหมายร่วม และออกแบบกระบวนการส่งต่องานระหว่างคนและหน่วยงานให้ชัดเจน

6. Span of Control ต้องเหมาะสม

ผู้จัดการหนึ่งคนไม่ควรมีลูกทีมโดยตรงมากเกินกว่าที่สามารถบริหาร สอนงาน Feedback และติดตามผลงานได้อย่างมีคุณภาพ แต่ก็ไม่ควรสร้างหัวหน้าหลายชั้นโดยไม่จำเป็นจนการตัดสินใจช้า ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกทีม เพราะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงาน ประสบการณ์ของพนักงาน ความเป็นมาตรฐานของกระบวนการ และระดับการตัดสินใจที่ต้องใช้คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “หัวหน้าควรมีลูกน้องกี่คน?” แต่คือ “จำนวนเท่านี้ยังทำให้หัวหน้าบริหารและพัฒนาคนได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่?”

7. สร้างระบบ Accountability ที่วัดผลได้

โครงสร้างทีมที่ดีต้องไม่จบแค่ Job Description แต่ต้องเชื่อมต่อไปถึง Goal → KPI → Owner → Deadline → Review ทุกคนควรรู้ว่าเป้าหมายคืออะไร ผลลัพธ์ที่คาดหวังคืออะไร วัดจากอะไร ใครเป็นเจ้าของ ต้องเสร็จเมื่อไร และจะติดตามผลกันอย่างไร ผู้จัดการจึงควรมีจังหวะการบริหาร เช่น Daily/Weekly Check-in, One-on-One, Performance Review และ Team Review โดยไม่ทำให้การติดตามกลายเป็น Micromanagement
 
ดังนั้น ผู้จัดการที่เก่งไม่ใช่คนที่ควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่คือคนที่ออกแบบทีมจนไม่จำเป็นต้องเข้าไปควบคุมทุกเรื่อง
เมื่อโครงสร้างถูก คนถูกวางในตำแหน่งที่เหมาะ บทบาทชัด อำนาจตัดสินใจชัด และทุกคนรับผิดชอบต่อเป้าหมายเดียวกัน ผู้จัดการจะเปลี่ยนจาก “ศูนย์กลางของทุกปัญหา” ไปเป็น “ผู้ออกแบบระบบที่ทำให้ทีมสร้างผลงานได้ด้วยตัวเอง” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการก้าวสู่ The Super Manager
 
++++++++++++++++++++
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร. 02 349 1788, 083 276 8877
Email: training@stepplus.org
 

หลักสูตร ใหม่ แนะนำ

หลักสูตร-6-เครื่องมือในการบริหารทีมขาย เพื่อความสำเร็จ
หลักสูตร-การขายชั้นสูง เพื่อความสำเร็จ Advance Modern Sales for Success
หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอด้วย การเล่าเรื่อง-Storytelling for Success
หลักสูตร-พฤติกรรมการให้บริการที่ดีเลิศ Excellent Service Behavior ESB
หลักสูตร-8-ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ  เพื่อ พนักงานขาย
หลักสูตร-เทคนิคการขายหน้าร้าน-PC-BA เพื่อความเป็นเลิศ
หลักสูตร-การวางแผนกลยุทธ์-เพื่อความเป็นเลิศ ทางธุรกิจ
หลักสูตร-วิศวกรฝ่ายขาย The Sales Engineer
หลักสูตร ภาวะผู้นำ-360-องศา เพื่อความเป็นเลิศ
หลักสูตร-เทคนิคการเจรจาต่อรองเพื่องานจัดซื้อ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีเลิศ
หลักสูตร-การสื่อสาร-ภายในองค์กร-อย่างมืออาชีพ เพื่อ ผลสำเร็จ
หลักสูตร การคิดเชิงวิเคราะห์ Analytical Thinking โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
หลักสูตร-สุดยอดการเป็นวิทยากร มืออาชีพ Train-The-Trainer
หลักสูตร-พลังแห่ง การโน้มน้าวใจ The Power of Persuasion
หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอ-อย่างมืออาชีพ Effective Presentation
หลักสูตร-การคิดเชิงตรรกะ-Logical-Thinking เพื่อ ความสำเร็จ ที่เป็นเลิศ
หลักสูตร-กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง-แบบ-Win-Win เพื่อเพิ่มโอกาสในชัยชนะ
หลักสูตร-การบริหารลูกค้า-คนสำคัญ-Key Account Management
หลักสูตร-ผู้จัดการอัจฉริยะ-The-Super-Manager อย่างมืออาชีพ
หลักสูตร-การคิดนอกกรอบ-Think-out-of-The-box เพื่อความคิดสร้างสรรค์

กิจกรรม หลักสูตรอบรม หลักสูตรสัมมนา 

No Results Found

The page you requested could not be found. Try refining your search, or use the navigation above to locate the post.

บทความ ความรู้น่าอ่าน 

เคล็ดลับการหาลูกค้าใหม่

ส่วนสำคัญ ที่จะทำให้ธุรกิจมีกำไรและเจริญก้าวหน้า คือ การทุ่มเทให้กับการ พัฒนาธุรกิจ แม้ว่าคุณจะมีการ ผสมผสานระหว่างงาน ลูกค้า และพนักงานอย่างลงตัวแล้วก็ตาม คุณจำเป็นต้องติดตามโอกาสทางการขายใหม่ๆ ในการดำเนินการดังกล่าว โดยไม่ต้องผละออกจากลูกค้าปัจจุบัน...

มนุษย์พันธุ์เถ้าแก่ (Nanosoft Marketing Series)

 คุณอยากรวยไหม ? คำตอบของคนส่วนใหญ่ คือ อยาก “เป็นลูกจ้างเขาไม่มีวันรวย ต้องเป็นเถ้าแก่เอง ถึงจะมีโอกาสรวย” หลายคนเชื่อแบบนี้ และจะออกจากชีวิตลูกจ้างมาเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งบางคนก็เป็นเถ้าแก่ที่ทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จรวยจริง ๆ ตามที่ตั้งใจ ขณะที่อีกหลายๆ...

ธนาคารเวลา

บทความนี้ เมื่อท่านอ่านจบ ให้ถามตัวเองว่า” สิ่งไหนที่สำคัญ สิ่งนั้นทำแล้วหรือยัง ? ”” คนไหนที่เรารัก ทำดีกับเค้าแล้วหรือยัง ? ”ลองจินตนาการว่ามีธนาคารแห่งหนึ่งเข้าบัญชีให้คุณทุกเช้า เป็นเงิน 86,400 บาท...

วิธีหาแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำธุรกิจ

แรงบันดาลใจหาได้ง่ายๆ ใกล้ๆตัวคุณหลายๆคนที่ต้องการจะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรสักอย่าง คำถามแรกสุด น่าจะเป็น “จะทำอะไรดี?” บางคนใช้เวลาหาเป็นปีๆ เพื่อที่จะได้คำตอบ ผมมีวิธีดีๆมานำเสนอสำหรับคนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจครับมองดูตัวเองสิ่งแรกที่ควรทำคือ...

จะทำอย่างไรเมื่อพนักงานลาออกบ่อย?

การดึงคนให้อยู่กับองค์กรให้ได้นั้น มีตัวแปรอยู่หลายปัจจัย แต่ที่แน่ๆ คือมิใช่เรื่องเงินอย่างเดียวแน่นอน ซึ่งควรทำการประเมินและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาให้ได้เสียก่อน จึงจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ สำหรับสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้พนักงานลาออกนั้น โดยทั่วไปสรุปได้ดังนี้ 1. ...

รู้จักบุคลิกภาพของคนทั้ง 5 มิติ

ผู้บริหารมากมายว่าจ้างพนักงานใหม่โดยพิจารณาแต่เรื่องทักษะการทำงานเป็นหลัก แต่แล้วก็ต้องเสียใจในภายหลัง การที่พนักงานจะมีประสิทธิภาพการทำงานยอดเยี่ยมได้นั้น ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างด้วย บุคลิกภาพที่มีความแตกต่างกันก็เป็นองค์ประกอบหนึ่ง...

UA-75256908-1