การสร้างคน อย่าง Lenovo คือ การพัฒนาให้พนักงานทำงานได้ตามที่องค์กรคาดหวัง ซึ่งก็คือปรัชญาการทำงาน กลยุทธ์การทำธุรกิจ และการบริหารคนของ บริษัท เลอโนโว (Lenovo) จากประเทศ จีนที่เติบโตเป็นที่ 4 ของโลก
แปลโดย: ดร.สุมณฑา ตันวงศ์วาล
สร้างคน ให้ประสบความสำเร็จอย่าง Lenovo ทำได้อย่างไร?
ที่มา : Yang Yuanqing, I Came Back Because the Company Needed Me, Harvard Business Review, July-August 2014, pg.105-108
แปลโดย ดร.สุมณฑา ตันวงศ์วาล (Sumontha Tonvongval)*
ประธานบริษัท เลอโนโว (Lenovo) ทำไมถึงกลับมาบริหารบริษัทอีกรอบ ? เขามีกลยุทธ์ในการบริหารงานอย่างไร?
คุณ หยาง หยวนคิง (Yang Yuanqing) อายุ 59 ปี (เกิด 12 พฤศจิกายน 2507) ปัจจุบันเป็นมหาเศรษฐีลำดับที่ 533 ของประเทศจีน และมีทรัพย์สินมากถึง 620 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ
หยางจบปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเชี่ยงไฮ้ และจบปริญญาโท ในประเทศจีน เขาเข้าทำงานกับบริษัทนี้ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ (CEO) ในปี 2544 หลังจากนั้นอีก 3 ปีเขาก็ขึ้นเป็นประธานบริหาร (Chairman) ของ บริษัทซึ่งขายคอมพิวเตอร์ ในปี พศ 2548 เขาและเจ้าของบริษัทได้เข้าชื้อธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์จากบริษัท ไอบีเอ็ม และทำให้เลอโนโว เติบโตเป็นที่สามของโลกที่ผลิตคอมพิวเตอร์ หรือ พีซี เดิมเลอโนโวมีชื่อว่า ลีเจ็น (Legend) ในปี พศ 2552 หลังจากโลกประสพภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หยางได้กลับมาเป็นกรรมการผู้จัดการ (ซีอีโอ) ของบริษัทนี้อีกครั้ง
หยางมีกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจด้วยการ ปกป้องธุรกิจของตนเองและโจมตีคู่แข่ง (protect and attack) ในเวลาเดียวกันก็รุกคืบหน้าในธุรกิจมือถือ และคราวด์ (Cloud) หยางมีขื่อเสียงในการบริหารโดยเขาลดระดับอาวุโสในบริษัท และให้อำนาจพนักงานในการตัดสินใจในทุกระดับ นอกจากนี้หยางเป็นคนใจดี เขาได้จ่ายโบนัสให้พนักงานในปี 2555 ถึง 2.6 ล้านเหรียญดอลล่า หรือเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของโบนัสที่ทำได้ และจ่ายมากถึง 75% หรือ 3.17 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ จากยอดโบนัส 4.3 ล้านเหรียญดอลล่าที่ทำได้
หยางได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร HBR (Harvard Business Review) ว่าตอนที่บริษัทของเขาซื้อธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์ หรือ พีซี จากบริษัท ไอบีเอ็ม เมื่อ 18 ปีก่อน เขาไม่เคยคิดว่าจะเป็นความจริงและตอนนี้แม้ธุรกิจพีซีจะไม่สดใส บริษัทของเขาได้ทำธุรกิจอื่นด้วย เช่น มือถือ แท็ปเล็ท และเซิร์ฟเวอร์ คู่แข่งของเขาคือ บริษัท แอปเปิ้ล (Apple) และแซมซุง (Samsung) ซึ่งตอนนี้บริษัทเขาเป็นที่สามแต่เขาต้องการไต่ลำดับให้สูงขึ้น หยางบอกว่าเขามีกลยุทธ์การบริหารงานที่ชัดเจน และนำไปปฎิบัติได้ เลอโนโวต้องการเป็นบริษัทคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ไม่แพงเกินไปกว่าที่ลูกค้าจะซื้อสินค้าของบริษัทมาใช้ได้ โดยบริษัทเน้นเรื่องลูกค้าใหม่ บริษัท เลอโนโวมีสินค้ามากเพื่อให้บริการครอบคลุมกลุ่มลูกค้าหลายระดับซึ่งหยางเองไม่คิดจะเปลี่ยนกลยุทธ์นี้ซึ่งตรงข้ามกับไอบีเอ็มที่สินค้ามีราคาแพง
84% ของสินค้าขายดีของบริษัทคือ คอมพิวเตอร์ (พีซี ) และ แท็ปเล็ท ซึ่งในอีก 5 ปีข้างหน้าสินค้าขายดีนี้คงเปลี่ยนไปซึ่งจะมี สมาร์ทโฟน และระบบคอมพิวเตอร์ ในปีนี้ หยาง ได้ซื้อบริษัท โมโตโลล่าจาก กูเกิ้ล แล้วซึ่งกูเกิ้ลไม่ได้เก่งด้านระบบ (Hardware)
หยางได้กล่าวถึงวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ที่ทำให้บริษัทเจริญเติบโต 3 ประการที่น่าสนใจคือ
1) วัฒนธรรมที่พนักงานในองค์กรคิดหรือทำงานเสมือนเป็นเจ้าของ (Ownership culture) โดยบริษัทให้อำนาจในการคิดและตัดสินใจทำงานด้วยตนเอง
2) วัฒนธรรมที่พนักงานทุกคนมีคำมั่นสัญญาสูง หมายถึงรับปากแล้ว ทำได้ และทำได้สำเร็จ (Commitment culture)
3) วัฒนธรรมที่พนักงานต้องการเป็นคนบุกเบิกหรือ เริ่มต้น (Pioneer culture) พนักงานได้รับการสนับสนุนให้เป็นคนคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆ
เมิ่อกล่าวถึงการสร้างพฤติกรรมการคิดค้นสิ่งใหม่หรือ นวตกรรมใหม่ๆให้พนักงาน ซึ่งทำโดยการให้อินเซนทีฟที่จูงใจ หยางเองได้กล่าวว่าเขาจะประชุมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (R&D) ทุกเดือนและมุ่งเน้นใน 3 ด้านคือ สินค้าใหม่ บริการใหม่ หรือ เทคโนโลยี่ใหม่ โดยให้งบประมาณแบบยืดหยุ่นหรือเกินงบได้ถึง 20% เพื่อให้ทีมพัฒนาได้คิดค้นอย่างไม่ปิดกั้นจากงบประมาณที่จำกัด
หยางกลับมาทำงานใหม่ในปี 2552 เมื่อบริษัทประสพปัญหารายได้ตกลงมาก ระหว่างปี พศ 2551-2552 โดยในไตรมาสเดียวยอดขายตกไปถึง 200 ล้านเหรียญ เป็นช่วงที่บริษัทอยู่ในภาวะวิกฤติ และบริษัทคงไม่มีทางเลือกอื่นจึงขอให้เขากลับมาทำงานใหม่ บริษัทนี้ไม่นิยมจ้างพนักงานชาวต่างชาติ ซึ่งหยางเองบอกว่าเป็นสิ่งดีเพราะการจ้างคนในท้องที่หรือในประเทศ จะมีความเข้าใจธุรกิจของตนเป็นอย่างดี ขณะนี้บริษัทฯมีพนักงานต่างชาติทำงานเพียง 50 คนจากพนักงานทั้งหมด 54,000.- คน
หยางได้ย้ายไปพำนักในรัฐ แคโรไลน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา หลายปีแล้วและสิ่งที่เขาเห็นความแตกต่างระหว่างสหรัฐและจีน คือ ระบบการศึกษาที่อนุญาตให้เด็กๆเลือกเรียนในสิ่งที่ตนเองชอบ ซึ่งในประเทศจีนเด็กๆมักจะแข่งกันทำข้อสอบเพื่อให้ได้คะแนนสูงๆ นอกจากนี้เรื่องการให้ความสำคัญต่อสมดุลเวลา งานและครอบครัว ซึ่งในประเทศจีน มีแต่การทำงานตลอดเวลา
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
Miller Heiman
Miller Heiman Miller Heiman: Strategic Selling® Program กลยุทธ์การขายแบบองค์รวมเพื่อชัยชนะในการขายที่ซับซ้อน (Complex Sales) การขายเชิงกลยุทธ์ ® ทำให้เห็นภาพการขายที่ชัดเจนในทุกโอกาสของการขายด้วยเครื่องมือของโปรแกรมเพื่อใช้ในการวางแผน ที่เรียกว่า บลูชีท (Blue...
กลยุทธ์สุดท้ายของการเจรจาต่อรองแบบ Negotiation Strategy for Win-Win
กลยุทธ์สุดท้ายของการเจรจาต่อรองแบบ Negotiation Strategy for Win-Win โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย ผู้อำนวยการหลักสูตรNegotiation Strategy for Win-Win: StepPlus ความจริงเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองที่ว่า..คนส่วนใหญ่ “ยอมแพ้” ทั้งที่ “ยังไม่เริ่มต้น” แล้วคุณล่ะ?...
Public Training
Hello world!
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!
![]()































