หลักสูตร ฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” เป็น การพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ทำให้ไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
หลักสูตรฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:
พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ”
– Workshop –
“Mind Fit, Work Grand: Leading with Care through 3S”
ในยุคที่สภาพแวดล้อมการทำงานมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้จัดการและหัวหน้างานไม่ได้มีหน้าที่เพียงบริหารงานให้บรรลุเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังต้องบริหาร “คน” ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุดขององค์กรอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการจำนวนไม่น้อยยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ทำให้ไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
ปัญหาที่พบได้บ่อยในองค์กร ได้แก่
- พนักงานมีผลงานลดลง ขาดแรงจูงใจ หรือหมดไฟในการทำงาน แต่ผู้จัดการไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเกิดจากปัญหาด้านทักษะ ความสามารถ หรือปัญหาด้านสุขภาพจิต
- ผู้จัดการมักตีความพฤติกรรมของพนักงานว่าเป็นเรื่องของทัศนคติ ความรับผิดชอบ หรือความขยัน โดยไม่เข้าใจสัญญาณเตือนของความเครียดสะสม ภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือปัญหาสุขภาพจิตที่กำลังก่อตัวขึ้น
- พนักงานไม่กล้าพูด ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ หรือไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะขาดความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) ภายในทีม
- ผู้จัดการรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องพูดคุยกับพนักงานที่มีปัญหาด้านอารมณ์ ความเครียด หรือปัญหาส่วนตัว เนื่องจากไม่ทราบขอบเขตบทบาทและวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสม
- ปัญหาความเครียด ความขัดแย้ง และบรรยากาศการทำงานที่ไม่เอื้อต่อการสื่อสาร ส่งผลให้เกิดการลาออก การขาดงาน และประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง
- ผู้จัดการจำนวนมากยังไม่ทราบวิธีสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เอื้อต่อความไว้วางใจ การรับฟัง และการดูแลซึ่งกันและกันภายในทีม
จากสภาพปัญหาดังกล่าว จะเห็นได้ว่า นอกจากความท้าทายด้านมิติการทำงานและการสื่อสารแล้ว “ภาวะหมดไฟ” (Burnout) และ “ปัญหาสุขภาพจิตใจ” (Mental Health) ของพนักงาน กลายเป็นอีกหนึ่งวิกฤตเงียบที่บริษัททั่วไปต้องพบเจอในปัจจุบัน การกดดันจากเป้าหมาย ความเครียดสะสม และสมดุลชีวิตที่เสียไป ส่งผลให้พนักงานเกิดความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ซึ่งท้ายที่สุดจะแสดงออกมาในรูปแบบของความขัดแย้ง ประสิทธิภาพงานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือการลาออกอย่างกะทันหัน (Quiet Quitting / Turnover)
หลายบริษัทพยายามหาทางแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การจัดสวัสดิการปรึกษาจิตแพทย์ หรือการจัดกิจกรรมสันทนาการ แต่ผลลัพธ์อาจยังไม่ยั่งยืนหากคนในองค์กรขาดความเข้าใจและทักษะในการดูแลกันและกันในชีวิตประจำวัน
องค์กรชั้นนำต่าง ๆ ในปัจจุบันจึงหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยตระหนักว่า “จิตใจที่สมบูรณ์” คือรากฐานของศักยภาพที่ยั่งยืน จึงได้นำหลักการปฐมพยาบาลทางจิตใจทางจิตวิทยา หรือ หลักดูแลใจ 3 ส. (See the Signs, Support through Listening, Share & Connect Resources) เข้ามาประยุกต์ใช้ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เกื้อกูลกัน ดังนี้ครับ
หลักการดูแลใจด้วยหลัก 3 ส. ในบริบทขององค์กร
- สอดส่องมองหา (See the Signs) การส่งเสริมให้หัวหน้างานและเพื่อนร่วมทีม คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม อารมณ์ หรือผลงานของเพื่อนร่วมงานอย่างใส่ใจ เช่น จากคนที่เคยร่าเริงกลับเงียบขรึม, ผลงานดรอปลงอย่างผิดปกติ หรือมีท่าทีวิตกกังวล เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือได้ทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม
- ใส่ใจรับฟัง (Support through Listening) การสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ภายในทีม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้ระบายความรู้สึก ความอึดอัดใจ หรือปัญหาที่เผชิญอยู่ โดยเป็นการรับฟังด้วยความเข้าใจ (Empathic Listening) ไม่ด่วนตัดสิน ไม่ติติง หรือรีบยัดเยียดคำแนะนำ แต่ฟังเพื่อรับรู้ถึงความรู้สึกและให้พนักงานรู้สึกว่า “พวกเขาไม่ได้เผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง”
- ส่งต่อเชื่อมโยง (Share & Connect Resources) ในกรณีที่ปัญหานั้นเกินกว่าที่หัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมทีมจะจัดการได้ องค์กรจะพัฒนาระบบในการเชื่อมโยงพนักงานไปยังแหล่งช่วยเหลือที่เหมาะสม เช่น การส่งต่อให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ช่วยปรับระบบงาน, การประสานงานผ่านโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (EAP – Employee Assistance Program) หรือการแนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญ/จิตแพทย์เพื่อการดูแลที่ถูกจุด
นอกจากความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการทำงานแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และความสำเร็จของทีมงานในระยะยาว คือ “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness)
ในปัจจุบัน องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตของบุคลากรเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากภาระงาน ความกดดันจากเป้าหมายทางธุรกิจ ความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ตลอดจนความคาดหวังที่สูงขึ้นในการทำงานร่วมกันภายในองค์กร
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้พนักงานจำนวนไม่น้อยเกิดภาวะความเครียดเรื้อรัง ขาดแรงจูงใจในการทำงาน หมดไฟ (Burnout) ขาดความผูกพันต่อองค์กร (Work Engagement) หรือแม้กระทั่งตัดสินใจลาออกจากงาน แม้ว่าจะเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูงก็ตาม
ในขณะเดียวกันผู้จัดการและหัวหน้างานจำนวนมากได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถด้านการบริหารงาน การวางแผน การควบคุมงาน และการบริหารผลการปฏิบัติงาน แต่กลับไม่เคยได้รับการพัฒนาให้เข้าใจเรื่อง “การบริหารใจคน” และการคิดเชิงบวก(Positive Thinking)
ทำให้เมื่อพบพนักงานที่มีความเครียดสูง มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ผลงานลดลง หรือมีสัญญาณของภาวะหมดไฟ ผู้จัดการจำนวนมากจึงไม่มั่นใจว่าจะต้องสังเกต พูดคุย ช่วยเหลือ หรือส่งต่ออย่างไรให้เหมาะสม
ความท้าทายดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรในหลายด้าน ได้แก่
- ผู้จัดการและหัวหน้างาน
ที่ต้องรับผิดชอบทั้งผลลัพธ์ของงานและคุณภาพชีวิตของทีมงาน แต่ขาดเครื่องมือในการดูแลและสนับสนุนพนักงานอย่างเหมาะสม
- พนักงานและทีมงาน
ที่เผชิญกับความเครียด ความกดดัน และความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลต่อแรงจูงใจ ประสิทธิภาพ และความสัมพันธ์ในการทำงาน
- องค์กร
ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนแฝงจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น ผลผลิตที่ลดลง การขาดงาน การลาออกของบุคลากรที่มีศักยภาพ ความขัดแย้งภายในทีม และการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ดังนั้นองค์กรที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงการพัฒนาทักษะในการทำงานเท่านั้น แต่จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของผู้นำและหัวหน้างานให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการสร้าง “สมรรถภาพทางใจ” ให้แก่ตนเองและทีมงานควบคู่กันไป
ด้วยเหตุนี้
หลักสูตร “3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์ : พลิกมุมมองสุขภาพจิตสู่สมรรถภาพทางใจ” (Mind Fit, Work Grand : Leading with Care through 3S)
จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้จัดการและหัวหน้างานสามารถพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลสุขภาพใจของตนเองและทีมงานได้อย่างเหมาะสม พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) ความผูกพันต่อองค์กร (Work Engagement) และประสิทธิภาพในการทำงานอย่างยั่งยืน
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการปรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับ “สุขภาพจิต” จากแนวคิดเดิมที่มักมองว่าเป็นเรื่องของความอ่อนแอ หรือเป็นปัญหาส่วนบุคคล ให้กลายเป็นมุมมองใหม่ที่เห็นว่าสุขภาพจิตคือ “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สามารถพัฒนา เสริมสร้าง และบริหารจัดการได้เช่นเดียวกับทักษะทางวิชาชีพอื่น ๆ
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพจิตกับประสิทธิภาพในการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร ความสามารถในการปรับตัว และความสำเร็จของทีมงาน พร้อมเข้าใจความแตกต่างระหว่างความกดดันในการทำงาน (Pressure) ความเครียด (Stress) ภาวะหมดไฟ (Burnout) และพฤติกรรมการถอยห่างจากงาน (Quiet Quitting) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่หลายองค์กรกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังจะได้เรียนรู้บทบาทที่เหมาะสมของผู้จัดการในการดูแลและสนับสนุนพนักงาน การสังเกตสัญญาณเตือนที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน การพูดคุยและรับฟังอย่างไม่ตัดสิน (Non-Judgmental Listening) การสื่อสารเชิงบวก (Positive Communication) ตลอดจนแนวทางการส่งต่อความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมเมื่อพบพนักงานที่กำลังเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพจิต
หลักสูตรนี้ได้นำเสนอแนวคิด “3ส.” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับหัวหน้างานในการดูแลทีมงานอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย
- สอดส่องมองหา (See the Signs) การสังเกตพฤติกรรม สัญญาณเตือน และความเปลี่ยนแปลงที่อาจสะท้อนถึงปัญหาด้านสุขภาพจิต
- ใส่ใจรับฟัง (Support through Listening) การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย รับฟังอย่างเข้าใจ และสร้างความไว้วางใจภายในทีม
- ส่งต่อเชื่อมโยง (Share & Connect Resources) การช่วยเหลือและส่งต่อพนักงานไปยังหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม โดยอยู่ภายใต้ขอบเขตบทบาทของผู้จัดการ
นอกจากนี้ หลักสูตรยังเน้นการฝึกปฏิบัติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้จัดการสามารถนำความรู้และเทคนิคต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารทีมได้อย่างมั่นใจและเกิดผลลัพธ์จริงในการทำงาน
เมื่อผู้จัดการและหัวหน้างานมีความเข้าใจเรื่องสมรรถภาพทางใจ มีทักษะในการดูแลคนอย่างเหมาะสม และสามารถสร้าง Psychological Safety ภายในทีมได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยให้พนักงานเกิดความเชื่อมั่น กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าขอความช่วยเหลือ และมีความผูกพันต่อองค์กรมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การลดปัญหาความเครียดสะสม การลดภาวะหมดไฟ การลดอัตราการลาออก และการเพิ่มความคิดเชิงบวกในที่ทำงานประสิทธิภาพในการทำงานของทีมและองค์กรในระยะยาว
ท้ายที่สุด องค์กรจะไม่ได้เพียงแค่ “ลดปัญหาสุขภาพจิต” เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เข้าใจคน ใส่ใจคน และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่มีความสุข มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
วัตถุประสงค์ของ หลักสูตร ฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์: พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” Mind Fit, Work Grand: Leading with Care through 3S
-
เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตในมุมมองใหม่ (Mental Health Awareness)
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจว่าสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอ แต่เป็น “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness) ที่สามารถพัฒนาและเสริมสร้างได้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และความสำเร็จของทีมงาน
-
เพื่อพัฒนาความสามารถในการดูแลสุขภาพใจของตนเอง (Self-Care)
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถตระหนักรู้ เข้าใจอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของตนเอง พร้อมเรียนรู้แนวทางการดูแลสุขภาพใจ การบริหารความเครียด และการสร้างพลังใจในการทำงานได้อย่างเหมาะสม
-
เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง (Self-Efficacy)
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถพัฒนาความมั่นใจในการรับมือกับปัญหา ความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในการทำงาน พร้อมสร้างความยืดหยุ่นทางใจ (Resilience) เพื่อฟื้นตัวจากแรงกดดันและอุปสรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะความเครียดและภาวะหมดไฟในการทำงาน
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่าง Pressure, Stress, Burnout และ Quiet Quitting รวมถึงเข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบุคคล ทีมงาน และองค์กร
-
เพื่อพัฒนาทักษะในการสังเกตสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตของพนักงาน
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม อารมณ์ และผลการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อค้นหาความเสี่ยงและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
-
เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงบวกและการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถสร้างบทสนทนาที่ปลอดภัย เปิดโอกาสให้พนักงานกล้าพูดคุย กล้าขอความช่วยเหลือ และสามารถสร้างความไว้วางใจภายในทีมได้มากยิ่งขึ้น
-
เพื่อเสริมสร้างทักษะในการสร้าง Psychological Safety ภายในทีม
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และส่งเสริมให้สมาชิกในทีมกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าถาม กล้าเรียนรู้ และกล้าร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกัน
-
เพื่อพัฒนาทักษะการดูแลทีมงานผ่านหลักการ 3ส.
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้หลัก “สอดส่องมองหา – ใส่ใจรับฟัง – ส่งต่อเชื่อมโยง” ในการดูแลและสนับสนุนพนักงานได้อย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับบทบาทของหัวหน้างาน
-
เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและขอบเขตของผู้จัดการในการดูแลสุขภาพจิตพนักงาน
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่พนักงานได้อย่างเหมาะสม เข้าใจขอบเขตหน้าที่ของตนเอง และสามารถส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง
-
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน
เพื่อให้องค์กรสามารถพัฒนาผู้นำที่เข้าใจคน ดูแลคน และสร้างทีมที่มีความผูกพัน มีความปลอดภัยทางใจ ลดภาวะหมดไฟ ลดอัตราการลาออก และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทีมและองค์กรในระยะยาว
ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการเข้าอบรม หลักสูตร ฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์: พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” Mind Fit, Work Grand: Leading with Care through 3S
-
มีความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตในมุมมองใหม่ และสามารถมองสุขภาพจิตเป็น “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness)
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจว่าสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอ แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เสริมสร้าง Growth Mindset ความผูกพันต่อองค์กร และความสำเร็จของทีมงานในระยะยาว
-
สามารถดูแลสุขภาพใจของตนเองและรับมือกับความกดดันในการทำงานได้อย่างเหมาะสม
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมมีแนวทางในการบริหารความเครียด เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางใจ (Resilience) และรักษาสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น
-
เข้าใจและสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่าง Stress, Pressure, Burnout และ Quiet Quitting ได้อย่างถูกต้อง
ช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์และวางแนวทางการดูแลพนักงานได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของทีมงาน
-
สามารถสังเกตสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตที่ส่งผลต่อการทำงานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม อารมณ์ และผลการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
-
พัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงบวกและการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน
ช่วยให้สามารถสร้างบทสนทนาที่เปิดกว้าง ลดความกังวลในการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิต และสร้างความไว้วางใจระหว่างหัวหน้างานกับทีมงานได้มากยิ่งขึ้น
-
สามารถสร้างบรรยากาศการทำงานที่มี Psychological Safety ภายในทีม
ช่วยให้สมาชิกในทีมกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าถาม กล้าขอความช่วยเหลือ และกล้าเรียนรู้จากความผิดพลาดโดยไม่เกิดความกลัวหรือความกังวล
-
สามารถประยุกต์ใช้หลัก “3ส. : สอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง” ในการดูแลทีมงานได้อย่างเป็นระบบ
ช่วยให้ผู้เข้าอบรมมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการดูแล สนับสนุน และส่งต่อพนักงานที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมตามบทบาทของผู้จัดการ
-
เข้าใจบทบาทและขอบเขตของผู้นำในการดูแลสุขภาพจิตของพนักงาน
ช่วยให้สามารถช่วยเหลือพนักงานได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการเข้าไปแก้ไขปัญหาเกินขอบเขตหน้าที่ และสามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม
-
สามารถลดปัญหาความเครียด ความขัดแย้ง และภาวะหมดไฟภายในทีมงาน
ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน เพิ่มความผูกพันต่อองค์กร (Work Engagement) และลดความเสี่ยงต่อการลาออกของบุคลากรที่มีศักยภาพ
-
ยกระดับภาวะผู้นำและสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน
ช่วยให้ผู้จัดการและผู้บริหารสามารถบริหารทั้ง “งาน” และ “คน” ควบคู่กันได้อย่างสมดุล สร้างทีมงานที่มีความสุข มีพลังในการทำงาน และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จในระยะยาว
หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
วิศวกรฝ่ายขาย พนักงานขาย ผู้จัดการ ผู้บริหาร หัวหน้างานขาย ผู้จัดการฝ่ายขาย เจ้าของกิจการ เพื่อเป็นการเข้าใจแนวความคิดใหม่ในการสื่อสารภายในองค์กร และ เทคนิคการขาย โดยนำความพึงพอใจลูกค้ามาเป็นที่ตั้ง
ผู้สนใจทั่วไป พนักงานทุกระดับที่ต้องติดต่อประสานงานกับลูกค้า และต้องการสร้างกลไกการเป็นลูกค้าที่ยั่งยืนขององค์กร ผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์ นโยบาย การวางแผนงาน การปฏิบัติการ
ตลอดจนการติดตาม และวัดผลการดำเนินการงานด้านการสร้างรายได้ให้องค์กร
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับและฝึกปฏิบัติ
- ฝึกปรับมุมมองสุขภาพจิตสู่ “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness Workshop)
เรียนรู้แนวคิดใหม่เกี่ยวกับสุขภาพจิตในฐานะปัจจัยสำคัญของประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และความสำเร็จของทีมงาน พร้อมสำรวจกรอบความคิดของตนเองเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพใจของคนในองค์กร
- ฝึกประเมินและพัฒนาสมรรถภาพทางใจของตนเอง (Self-Care & Mental Fitness Assessment)
สำรวจระดับความพร้อมทางใจของตนเอง เรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ การบริหารความเครียด และการสร้างความยืดหยุ่นทางใจ (Resilience) เพื่อรับมือกับความกดดันในการบริหารงานและบริหารคน
- ฝึกวิเคราะห์และแยกแยะสัญญาณความเครียด ภาวะหมดไฟ และความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในองค์กร
เรียนรู้ความแตกต่างระหว่าง Stress, Pressure, Burnout และ Quiet Quitting พร้อมฝึกวิเคราะห์กรณีศึกษาและสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในองค์กร
- ฝึกสังเกตสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน
เรียนรู้เทคนิคการสังเกตพฤติกรรม อารมณ์ ผลงาน และสัญญาณความเปลี่ยนแปลงของพนักงาน เพื่อค้นหาความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
- ฝึกใช้หลัก 3ส. ในการดูแลทีมงานอย่างเป็นระบบ Workshop การประยุกต์ใช้หลัก
- สอดส่องมองหา (See the Signs)
- ใส่ใจรับฟัง (Support through Listening)
- ส่งต่อเชื่อมโยง (Share & Connect Resources)
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลและสนับสนุนพนักงานในสถานการณ์ต่าง ๆ
- ฝึกทักษะการสื่อสารเชิงบวกและการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน (Positive Communication & Non-Judgmental Listening)
เรียนรู้วิธีการตั้งคำถาม การรับฟังเชิงลึก การสะท้อนความรู้สึก และการสร้างบทสนทนาที่ปลอดภัย เพื่อเพิ่มความไว้วางใจและความร่วมมือภายในทีม
- ฝึกการพูดคุยกับพนักงานที่มีความเครียดหรือมีสัญญาณความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต
ผ่านกิจกรรม Role Play และสถานการณ์จำลอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการพูดคุย ช่วยเหลือ และสนับสนุนพนักงานได้อย่างเหมาะสม
- ฝึกสร้าง Psychological Safety ภายในทีมงาน
เรียนรู้แนวทางการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยทางใจ ส่งเสริมให้สมาชิกในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าถาม และกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญปัญหา
- ฝึกบริหารทีมงานภายใต้ความกดดันและความเปลี่ยนแปลง
เรียนรู้แนวทางการสร้างความมั่นคงทางใจให้ทีมงาน การบริหารอารมณ์ในฐานะผู้นำ และการสร้างพลังบวกให้กับทีมในช่วงเวลาที่มีความท้าทาย
- ฝึกวิเคราะห์ปัจจัยในองค์กรที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตและความผูกพันของพนักงาน
Workshop วิเคราะห์ปัญหาและปัจจัยเสี่ยงภายในหน่วยงานของตนเอง พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
- ฝึกออกแบบแนวทางการสร้างวัฒนธรรมการดูแลคนภายในทีม
เรียนรู้แนวทางการสร้างวัฒนธรรมแห่งความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยลดความเครียดและเพิ่มความผูกพันต่อองค์กร
- ฝึกจัดทำ “Mind Fit Leadership Action Plan”
สรุปสิ่งที่เรียนรู้ พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับนำหลัก 3ส. ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลทีมงาน สร้าง Psychological Safety และยกระดับสมรรถภาพทางใจของบุคลากรภายในหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม
Module 1 : Mental Health Awareness & Self-Care
|
พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” • เข้าใจสุขภาพจิตในมุมมองใหม่ ไม่ใช่เรื่องของ “ความอ่อนแอ” แต่เป็น “สมรรถภาพทางใจ” ที่พัฒนาได้ • ความสำคัญของ Mental Health ต่อความสำเร็จของทีมและองค์กร • Mental Health กับ Work Engagement ความผูกพันต่อองค์กร • บทบาทของหัวหน้างานและผู้บริหารในการดูแลใจตนเองและทีมงาน • Self-Efficacy : ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง • การสร้างพลังใจและความมั่นใจในการเป็นผู้นำ • เทคนิคการบริหารความเครียด (Stress Management) • เทคนิค Coping Strategy, Mindfulness และ Resilience |
Module 2 : Workplace Factors & Burnout
เข้าใจปัจจัยในที่ทำงานที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต
- Mental Health ส่งผลต่อ Productivity อย่างไร
- ผลกระทบต่อ Engagement และ Turnover Rate
- วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงภายในหน่วยงาน
- ความแตกต่างระหว่าง- Pressure- Stress- Burnout- Quiet Quitting
- ปัจจัยในองค์กรที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของพนักงาน
- ต้นทุนที่ซ่อนอยู่จากปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร
Module 3 : Building Psychological Safety Culture
|
สร้างทีมที่ปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) • Psychological Safety คืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อผลการทำงาน • บทบาทและขอบเขตของหัวหน้างานในการดูแลสุขภาพใจพนักงาน • สิ่งที่หัวหน้างานควรทำ และไม่ควรทำ • เทคนิคการสื่อสารเชิงบวก (Positive Communication) • เทคนิคการฟังอย่างไม่ตัดสิน (Non-Judgmental Listening) • เทคนิคการสร้างความไว้วางใจภายในทีม • การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นและการขอความช่วยเหลือ 3ส. Leadership Framework• สอดส่องมองหา (See the Signs)• ใส่ใจรับฟัง (Support through Listening)• ส่งต่อเชื่อมโยง (Share & Connect Resources) |
Module 4 : Detection & Conversation Workshop
สังเกตเป็น พูดคุยเป็น ช่วยเหลือเป็น
- สังเกตสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตที่ส่งผลต่อการทำงาน- ผลงานลดลง (Low Performance)- ขาด ลา มาสายบ่อย- อารมณ์แปรปรวน- แยกตัวจากทีม- ขาดแรงจูงใจในการทำงาน
- แนวทางการช่วยเหลือพนักงานเบื้องต้น
- ขอบเขตการช่วยเหลือของหัวหน้างาน
- แนวทางการส่งต่ออย่างเหมาะสมRole Play & Case Study
- ฝึกการพูดคุยกับพนักงานที่มีสัญญาณความเสี่ยง• ฝึกการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน
- ฝึกการใช้คำถามเชิงบวกเพื่อสร้างความไว้วางใจ
Module 5 : Wrap Up & Mind Fit Leadership Action Plan
- ทบทวนบทเรียนสำคัญของหลักสูตร
- สุขภาพจิตส่งผลต่อคน ทีม และองค์กรอย่างไร
- สิ่งที่ผู้นำควรเริ่มทำทันทีหลังการอบรม
- จัดทำ Mind Fit Leadership Action Plan
- Commitment & Next Step
คำถาม พบบ่อย หลักสูตรฝึกอบรม หลักสูตรฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:
พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” (FAQ)
1ใหลักสูตร 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์เหมาะกับใครบ้าง?
เหมาะสำหรับหัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้บริหาร และบุคลากรที่ต้องดูแลทีมงานหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กร
2.หลักสูตร 3ส. คืออะไร?
3ส. คือแนวทางการดูแลและสนับสนุนพนักงาน ประกอบด้วย
- สอดส่องมองหา สัญญาณความผิดปกติ
- ใส่ใจรับฟัง อย่างเข้าใจ
- ส่งต่อเชื่อมโยง ไปยังผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เหมาะสม
3. หลักสูตรนี้เน้นเรื่องสุขภาพจิตหรือไม่?
ใช่ แต่ไม่ได้มุ่งเน้นการรักษาโรคทางจิตเวช โดยเน้นการสร้าง “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness) เพื่อให้พนักงานสามารถรับมือกับความกดดันและการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
4. ผู้เข้าอบรมจะได้รับอะไรจากหลักสูตรนี้?
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้วิธีสังเกต ดูแล รับฟัง และสนับสนุนพนักงานอย่างเหมาะสม รวมถึงสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัยและไว้วางใจกันมากขึ้น
5. จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านจิตวิทยาหรือไม่?
ไม่จำเป็น หลักสูตรถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารทีมและการทำงานประจำวันได้ทันที
6. หลักสูตรนี้ช่วยลดปัญหาอะไรในองค์กรได้บ้าง?
ช่วยลดปัญหาความเครียด ความขัดแย้ง การหมดไฟในการทำงาน (Burnout) การขาดแรงจูงใจ และการลาออกของพนักงาน
7. รูปแบบการอบรมเป็นอย่างไร?
เป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ผ่านกิจกรรม Workshop กรณีศึกษา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริงในที่ทำงาน
8. หลังอบรมแล้วสามารถนำไปใช้ได้อย่างไร?
ผู้เข้าอบรมสามารถนำหลัก 3ส. ไปใช้ในการดูแลทีมงาน สร้าง Psychological Safety เพิ่มความผูกพันของพนักงาน และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทีมได้ทันที
![]()



































