หลักสูตร ฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” เป็น การพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ทำให้ไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

หลักสูตรฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:

พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ”

– Workshop –

“Mind Fit, Work Grand: Leading with Care through 3S”

หลักสูตร 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ "สมรรถภาพทางใจ"

ในยุคที่สภาพแวดล้อมการทำงานมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้จัดการและหัวหน้างานไม่ได้มีหน้าที่เพียงบริหารงานให้บรรลุเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังต้องบริหาร “คน” ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุดขององค์กรอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการจำนวนไม่น้อยยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตและปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ทำให้ไม่สามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

ปัญหาที่พบได้บ่อยในองค์กร ได้แก่

  • พนักงานมีผลงานลดลง ขาดแรงจูงใจ หรือหมดไฟในการทำงาน แต่ผู้จัดการไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเกิดจากปัญหาด้านทักษะ ความสามารถ หรือปัญหาด้านสุขภาพจิต
  • ผู้จัดการมักตีความพฤติกรรมของพนักงานว่าเป็นเรื่องของทัศนคติ ความรับผิดชอบ หรือความขยัน โดยไม่เข้าใจสัญญาณเตือนของความเครียดสะสม ภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือปัญหาสุขภาพจิตที่กำลังก่อตัวขึ้น
  • พนักงานไม่กล้าพูด ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ หรือไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะขาดความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) ภายในทีม
  • ผู้จัดการรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องพูดคุยกับพนักงานที่มีปัญหาด้านอารมณ์ ความเครียด หรือปัญหาส่วนตัว เนื่องจากไม่ทราบขอบเขตบทบาทและวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสม
  • ปัญหาความเครียด ความขัดแย้ง และบรรยากาศการทำงานที่ไม่เอื้อต่อการสื่อสาร ส่งผลให้เกิดการลาออก การขาดงาน และประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง
  • ผู้จัดการจำนวนมากยังไม่ทราบวิธีสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เอื้อต่อความไว้วางใจ การรับฟัง และการดูแลซึ่งกันและกันภายในทีม

จากสภาพปัญหาดังกล่าว จะเห็นได้ว่า นอกจากความท้าทายด้านมิติการทำงานและการสื่อสารแล้ว ภาวะหมดไฟ” (Burnout) และ ปัญหาสุขภาพจิตใจ” (Mental Health) ของพนักงาน กลายเป็นอีกหนึ่งวิกฤตเงียบที่บริษัททั่วไปต้องพบเจอในปัจจุบัน การกดดันจากเป้าหมาย ความเครียดสะสม และสมดุลชีวิตที่เสียไป ส่งผลให้พนักงานเกิดความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ซึ่งท้ายที่สุดจะแสดงออกมาในรูปแบบของความขัดแย้ง ประสิทธิภาพงานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือการลาออกอย่างกะทันหัน (Quiet Quitting / Turnover)

หลายบริษัทพยายามหาทางแก้ไขปัญหานี้ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การจัดสวัสดิการปรึกษาจิตแพทย์ หรือการจัดกิจกรรมสันทนาการ แต่ผลลัพธ์อาจยังไม่ยั่งยืนหากคนในองค์กรขาดความเข้าใจและทักษะในการดูแลกันและกันในชีวิตประจำวัน

องค์กรชั้นนำต่าง ๆ ในปัจจุบันจึงหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยตระหนักว่า “จิตใจที่สมบูรณ์” คือรากฐานของศักยภาพที่ยั่งยืน จึงได้นำหลักการปฐมพยาบาลทางจิตใจทางจิตวิทยา หรือ หลักดูแลใจ 3 ส. (See the Signs, Support through Listening, Share & Connect Resources) เข้ามาประยุกต์ใช้ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เกื้อกูลกัน ดังนี้ครับ

หลักการดูแลใจด้วยหลัก 3 ส. ในบริบทขององค์กร

  1. สอดส่องมองหา (See the Signs) การส่งเสริมให้หัวหน้างานและเพื่อนร่วมทีม คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม อารมณ์ หรือผลงานของเพื่อนร่วมงานอย่างใส่ใจ เช่น จากคนที่เคยร่าเริงกลับเงียบขรึม, ผลงานดรอปลงอย่างผิดปกติ หรือมีท่าทีวิตกกังวล เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือได้ทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม
  2. ใส่ใจรับฟัง (Support through Listening) การสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ภายในทีม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้ระบายความรู้สึก ความอึดอัดใจ หรือปัญหาที่เผชิญอยู่ โดยเป็นการรับฟังด้วยความเข้าใจ (Empathic Listening) ไม่ด่วนตัดสิน ไม่ติติง หรือรีบยัดเยียดคำแนะนำ แต่ฟังเพื่อรับรู้ถึงความรู้สึกและให้พนักงานรู้สึกว่า “พวกเขาไม่ได้เผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง”
  3. ส่งต่อเชื่อมโยง (Share & Connect Resources) ในกรณีที่ปัญหานั้นเกินกว่าที่หัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมทีมจะจัดการได้ องค์กรจะพัฒนาระบบในการเชื่อมโยงพนักงานไปยังแหล่งช่วยเหลือที่เหมาะสม เช่น การส่งต่อให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ช่วยปรับระบบงาน, การประสานงานผ่านโปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (EAP – Employee Assistance Program) หรือการแนะนำให้พบผู้เชี่ยวชาญ/จิตแพทย์เพื่อการดูแลที่ถูกจุด

นอกจากความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในการทำงานแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และความสำเร็จของทีมงานในระยะยาว คือ “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness)

ในปัจจุบัน องค์กรจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพจิตของบุคลากรเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากภาระงาน ความกดดันจากเป้าหมายทางธุรกิจ ความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ตลอดจนความคาดหวังที่สูงขึ้นในการทำงานร่วมกันภายในองค์กร

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้พนักงานจำนวนไม่น้อยเกิดภาวะความเครียดเรื้อรัง ขาดแรงจูงใจในการทำงาน หมดไฟ (Burnout) ขาดความผูกพันต่อองค์กร (Work Engagement) หรือแม้กระทั่งตัดสินใจลาออกจากงาน แม้ว่าจะเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพสูงก็ตาม

ในขณะเดียวกันผู้จัดการและหัวหน้างานจำนวนมากได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถด้านการบริหารงาน การวางแผน การควบคุมงาน และการบริหารผลการปฏิบัติงาน แต่กลับไม่เคยได้รับการพัฒนาให้เข้าใจเรื่อง “การบริหารใจคน” และการคิดเชิงบวก(Positive Thinking)

ทำให้เมื่อพบพนักงานที่มีความเครียดสูง มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ผลงานลดลง หรือมีสัญญาณของภาวะหมดไฟ ผู้จัดการจำนวนมากจึงไม่มั่นใจว่าจะต้องสังเกต พูดคุย ช่วยเหลือ หรือส่งต่ออย่างไรให้เหมาะสม

ความท้าทายดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรในหลายด้าน ได้แก่

  1. ผู้จัดการและหัวหน้างาน

ที่ต้องรับผิดชอบทั้งผลลัพธ์ของงานและคุณภาพชีวิตของทีมงาน แต่ขาดเครื่องมือในการดูแลและสนับสนุนพนักงานอย่างเหมาะสม

  1. พนักงานและทีมงาน

ที่เผชิญกับความเครียด ความกดดัน และความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลต่อแรงจูงใจ ประสิทธิภาพ และความสัมพันธ์ในการทำงาน

  1. องค์กร

ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนแฝงจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น ผลผลิตที่ลดลง การขาดงาน การลาออกของบุคลากรที่มีศักยภาพ ความขัดแย้งภายในทีม และการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ดังนั้นองค์กรที่ต้องการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงการพัฒนาทักษะในการทำงานเท่านั้น แต่จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของผู้นำและหัวหน้างานให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการสร้าง “สมรรถภาพทางใจ” ให้แก่ตนเองและทีมงานควบคู่กันไป

ด้วยเหตุนี้

หลักสูตร “3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์ : พลิกมุมมองสุขภาพจิตสู่สมรรถภาพทางใจ” (Mind Fit, Work Grand : Leading with Care through 3S)

จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้จัดการและหัวหน้างานสามารถพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลสุขภาพใจของตนเองและทีมงานได้อย่างเหมาะสม พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมความปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety) ความผูกพันต่อองค์กร (Work Engagement) และประสิทธิภาพในการทำงานอย่างยั่งยืน

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการปรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับ “สุขภาพจิต” จากแนวคิดเดิมที่มักมองว่าเป็นเรื่องของความอ่อนแอ หรือเป็นปัญหาส่วนบุคคล ให้กลายเป็นมุมมองใหม่ที่เห็นว่าสุขภาพจิตคือ “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สามารถพัฒนา เสริมสร้าง และบริหารจัดการได้เช่นเดียวกับทักษะทางวิชาชีพอื่น ๆ

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพจิตกับประสิทธิภาพในการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร ความสามารถในการปรับตัว และความสำเร็จของทีมงาน พร้อมเข้าใจความแตกต่างระหว่างความกดดันในการทำงาน (Pressure) ความเครียด (Stress) ภาวะหมดไฟ (Burnout) และพฤติกรรมการถอยห่างจากงาน (Quiet Quitting) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่หลายองค์กรกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมยังจะได้เรียนรู้บทบาทที่เหมาะสมของผู้จัดการในการดูแลและสนับสนุนพนักงาน การสังเกตสัญญาณเตือนที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน การพูดคุยและรับฟังอย่างไม่ตัดสิน (Non-Judgmental Listening) การสื่อสารเชิงบวก (Positive Communication) ตลอดจนแนวทางการส่งต่อความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมเมื่อพบพนักงานที่กำลังเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพจิต

หลักสูตรนี้ได้นำเสนอแนวคิด “3ส.” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับหัวหน้างานในการดูแลทีมงานอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย

  • สอดส่องมองหา (See the Signs) การสังเกตพฤติกรรม สัญญาณเตือน และความเปลี่ยนแปลงที่อาจสะท้อนถึงปัญหาด้านสุขภาพจิต
  • ใส่ใจรับฟัง (Support through Listening) การสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย รับฟังอย่างเข้าใจ และสร้างความไว้วางใจภายในทีม
  • ส่งต่อเชื่อมโยง (Share & Connect Resources) การช่วยเหลือและส่งต่อพนักงานไปยังหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม โดยอยู่ภายใต้ขอบเขตบทบาทของผู้จัดการ

นอกจากนี้ หลักสูตรยังเน้นการฝึกปฏิบัติ (Workshop) ผ่านกรณีศึกษาและสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้จัดการสามารถนำความรู้และเทคนิคต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารทีมได้อย่างมั่นใจและเกิดผลลัพธ์จริงในการทำงาน

เมื่อผู้จัดการและหัวหน้างานมีความเข้าใจเรื่องสมรรถภาพทางใจ มีทักษะในการดูแลคนอย่างเหมาะสม และสามารถสร้าง Psychological Safety ภายในทีมได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยให้พนักงานเกิดความเชื่อมั่น กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าขอความช่วยเหลือ และมีความผูกพันต่อองค์กรมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การลดปัญหาความเครียดสะสม การลดภาวะหมดไฟ การลดอัตราการลาออก และการเพิ่มความคิดเชิงบวกในที่ทำงานประสิทธิภาพในการทำงานของทีมและองค์กรในระยะยาว

ท้ายที่สุด องค์กรจะไม่ได้เพียงแค่ “ลดปัญหาสุขภาพจิต” เท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เข้าใจคน ใส่ใจคน และพร้อมเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่มีความสุข มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

วัตถุประสงค์ของ หลักสูตร ฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์: พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” Mind Fit, Work Grand: Leading with Care through 3S

  • เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิตในมุมมองใหม่ (Mental Health Awareness)

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจว่าสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอ แต่เป็น “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness) ที่สามารถพัฒนาและเสริมสร้างได้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และความสำเร็จของทีมงาน

  • เพื่อพัฒนาความสามารถในการดูแลสุขภาพใจของตนเอง (Self-Care)

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถตระหนักรู้ เข้าใจอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของตนเอง พร้อมเรียนรู้แนวทางการดูแลสุขภาพใจ การบริหารความเครียด และการสร้างพลังใจในการทำงานได้อย่างเหมาะสม

  • เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง (Self-Efficacy)

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถพัฒนาความมั่นใจในการรับมือกับปัญหา ความท้าทาย และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในการทำงาน พร้อมสร้างความยืดหยุ่นทางใจ (Resilience) เพื่อฟื้นตัวจากแรงกดดันและอุปสรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะความเครียดและภาวะหมดไฟในการทำงาน

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่าง Pressure, Stress, Burnout และ Quiet Quitting รวมถึงเข้าใจผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อบุคคล ทีมงาน และองค์กร

  • เพื่อพัฒนาทักษะในการสังเกตสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตของพนักงาน

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม อารมณ์ และผลการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อค้นหาความเสี่ยงและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

  • เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงบวกและการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถสร้างบทสนทนาที่ปลอดภัย เปิดโอกาสให้พนักงานกล้าพูดคุย กล้าขอความช่วยเหลือ และสามารถสร้างความไว้วางใจภายในทีมได้มากยิ่งขึ้น

  • เพื่อเสริมสร้างทักษะในการสร้าง Psychological Safety ภายในทีม

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และส่งเสริมให้สมาชิกในทีมกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าถาม กล้าเรียนรู้ และกล้าร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกัน

  • เพื่อพัฒนาทักษะการดูแลทีมงานผ่านหลักการ 3ส.

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้หลัก “สอดส่องมองหา – ใส่ใจรับฟัง – ส่งต่อเชื่อมโยง” ในการดูแลและสนับสนุนพนักงานได้อย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับบทบาทของหัวหน้างาน

  • เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและขอบเขตของผู้จัดการในการดูแลสุขภาพจิตพนักงาน

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่พนักงานได้อย่างเหมาะสม เข้าใจขอบเขตหน้าที่ของตนเอง และสามารถส่งต่อไปยังหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง

  • เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน

เพื่อให้องค์กรสามารถพัฒนาผู้นำที่เข้าใจคน ดูแลคน และสร้างทีมที่มีความผูกพัน มีความปลอดภัยทางใจ ลดภาวะหมดไฟ ลดอัตราการลาออก และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของทีมและองค์กรในระยะยาว

ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการเข้าอบรม หลักสูตร ฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์: พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” Mind Fit, Work Grand: Leading with Care through 3S

  • มีความเข้าใจเรื่องสุขภาพจิตในมุมมองใหม่ และสามารถมองสุขภาพจิตเป็น “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness)

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจว่าสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอ แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เสริมสร้าง Growth Mindset ความผูกพันต่อองค์กร และความสำเร็จของทีมงานในระยะยาว

  • สามารถดูแลสุขภาพใจของตนเองและรับมือกับความกดดันในการทำงานได้อย่างเหมาะสม

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมมีแนวทางในการบริหารความเครียด เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางใจ (Resilience) และรักษาสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

  • เข้าใจและสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่าง Stress, Pressure, Burnout และ Quiet Quitting ได้อย่างถูกต้อง

ช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์และวางแนวทางการดูแลพนักงานได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของทีมงาน

  • สามารถสังเกตสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตที่ส่งผลต่อการทำงานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม อารมณ์ และผลการปฏิบัติงานของพนักงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

  • พัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงบวกและการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน

ช่วยให้สามารถสร้างบทสนทนาที่เปิดกว้าง ลดความกังวลในการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิต และสร้างความไว้วางใจระหว่างหัวหน้างานกับทีมงานได้มากยิ่งขึ้น

  • สามารถสร้างบรรยากาศการทำงานที่มี Psychological Safety ภายในทีม

ช่วยให้สมาชิกในทีมกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าถาม กล้าขอความช่วยเหลือ และกล้าเรียนรู้จากความผิดพลาดโดยไม่เกิดความกลัวหรือความกังวล

  • สามารถประยุกต์ใช้หลัก “3ส. : สอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง” ในการดูแลทีมงานได้อย่างเป็นระบบ

ช่วยให้ผู้เข้าอบรมมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการดูแล สนับสนุน และส่งต่อพนักงานที่ต้องการความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมตามบทบาทของผู้จัดการ

  • เข้าใจบทบาทและขอบเขตของผู้นำในการดูแลสุขภาพจิตของพนักงาน

ช่วยให้สามารถช่วยเหลือพนักงานได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงจากการเข้าไปแก้ไขปัญหาเกินขอบเขตหน้าที่ และสามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเหมาะสม

  • สามารถลดปัญหาความเครียด ความขัดแย้ง และภาวะหมดไฟภายในทีมงาน

ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน เพิ่มความผูกพันต่อองค์กร (Work Engagement) และลดความเสี่ยงต่อการลาออกของบุคลากรที่มีศักยภาพ

  • ยกระดับภาวะผู้นำและสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

ช่วยให้ผู้จัดการและผู้บริหารสามารถบริหารทั้ง “งาน” และ “คน” ควบคู่กันได้อย่างสมดุล สร้างทีมงานที่มีความสุข มีพลังในการทำงาน และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จในระยะยาว

วิทยากรเคยจัดรายการโทรทัศน์ รายการ “เส้นทางนักขาย” ทางเนชั่น

สแกน QR Code เพื่อชม ประวัติ ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

วิทยากรเรียนจบด้านการขาย จาก University of San Francisco และการเจรจาต่อรอง จาก Notre Dame University

ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย ถ่ายรูปคู่กับ Jack Canfield ในขณะเข้าอบรม  หลักสูตร การพัฒนา The Law of Success หรือ กฏแห่งความสำเร็จในการขาย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย ถ่ายรูปคู่กับ Brain Tracy ในขณะเข้าอบรม The psychology of Sales หลักสูตร  จิตวิทยาการขาย
W. Chan Kim Blue Ocean Strategies และดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย-
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย Robert B Tucker
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย-John-C-Maxwell Leadership
Miller Heiman ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย Robert B Tucker
Train The Trainer Certificate ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
หลักสูตร Positive-Thinking โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
หลักสูตร-การเจรจาต่อรอง-สำหรับวิศวกรฝ่ายขาย โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ

วิศวกรฝ่ายขาย พนักงานขาย ผู้จัดการ ผู้บริหาร หัวหน้างานขาย ผู้จัดการฝ่ายขาย เจ้าของกิจการ เพื่อเป็นการเข้าใจแนวความคิดใหม่ในการสื่อสารภายในองค์กร และ เทคนิคการขาย โดยนำความพึงพอใจลูกค้ามาเป็นที่ตั้ง

ผู้สนใจทั่วไป พนักงานทุกระดับที่ต้องติดต่อประสานงานกับลูกค้า และต้องการสร้างกลไกการเป็นลูกค้าที่ยั่งยืนขององค์กร  ผู้บริหารระดับสูงที่รับผิดชอบในการกำหนดกลยุทธ์ นโยบาย การวางแผนงาน การปฏิบัติการ

ตลอดจนการติดตาม และวัดผลการดำเนินการงานด้านการสร้างรายได้ให้องค์กร

สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับและฝึกปฏิบัติ

  • ฝึกปรับมุมมองสุขภาพจิตสู่ “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness Workshop)

เรียนรู้แนวคิดใหม่เกี่ยวกับสุขภาพจิตในฐานะปัจจัยสำคัญของประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และความสำเร็จของทีมงาน พร้อมสำรวจกรอบความคิดของตนเองเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพใจของคนในองค์กร

  • ฝึกประเมินและพัฒนาสมรรถภาพทางใจของตนเอง (Self-Care & Mental Fitness Assessment)

สำรวจระดับความพร้อมทางใจของตนเอง เรียนรู้เทคนิคการดูแลสุขภาพใจ การบริหารความเครียด และการสร้างความยืดหยุ่นทางใจ (Resilience) เพื่อรับมือกับความกดดันในการบริหารงานและบริหารคน

  • ฝึกวิเคราะห์และแยกแยะสัญญาณความเครียด ภาวะหมดไฟ และความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในองค์กร

เรียนรู้ความแตกต่างระหว่าง Stress, Pressure, Burnout และ Quiet Quitting พร้อมฝึกวิเคราะห์กรณีศึกษาและสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในองค์กร

  • ฝึกสังเกตสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน

เรียนรู้เทคนิคการสังเกตพฤติกรรม อารมณ์ ผลงาน และสัญญาณความเปลี่ยนแปลงของพนักงาน เพื่อค้นหาความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม

  • ฝึกใช้หลัก 3ส. ในการดูแลทีมงานอย่างเป็นระบบ Workshop การประยุกต์ใช้หลัก
  • สอดส่องมองหา (See the Signs)
  • ใส่ใจรับฟัง (Support through Listening)
  • ส่งต่อเชื่อมโยง (Share & Connect Resources)

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดูแลและสนับสนุนพนักงานในสถานการณ์ต่าง ๆ

  • ฝึกทักษะการสื่อสารเชิงบวกและการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน (Positive Communication & Non-Judgmental Listening)

เรียนรู้วิธีการตั้งคำถาม การรับฟังเชิงลึก การสะท้อนความรู้สึก และการสร้างบทสนทนาที่ปลอดภัย เพื่อเพิ่มความไว้วางใจและความร่วมมือภายในทีม

  • ฝึกการพูดคุยกับพนักงานที่มีความเครียดหรือมีสัญญาณความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต

ผ่านกิจกรรม Role Play และสถานการณ์จำลอง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการพูดคุย ช่วยเหลือ และสนับสนุนพนักงานได้อย่างเหมาะสม

  • ฝึกสร้าง Psychological Safety ภายในทีมงาน

เรียนรู้แนวทางการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยทางใจ ส่งเสริมให้สมาชิกในทีมกล้าคิด กล้าพูด กล้าถาม และกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญปัญหา

 

  • ฝึกบริหารทีมงานภายใต้ความกดดันและความเปลี่ยนแปลง

เรียนรู้แนวทางการสร้างความมั่นคงทางใจให้ทีมงาน การบริหารอารมณ์ในฐานะผู้นำ และการสร้างพลังบวกให้กับทีมในช่วงเวลาที่มีความท้าทาย

  • ฝึกวิเคราะห์ปัจจัยในองค์กรที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตและความผูกพันของพนักงาน

Workshop วิเคราะห์ปัญหาและปัจจัยเสี่ยงภายในหน่วยงานของตนเอง พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

  • ฝึกออกแบบแนวทางการสร้างวัฒนธรรมการดูแลคนภายในทีม

เรียนรู้แนวทางการสร้างวัฒนธรรมแห่งความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยลดความเครียดและเพิ่มความผูกพันต่อองค์กร

  • ฝึกจัดทำ “Mind Fit Leadership Action Plan”

สรุปสิ่งที่เรียนรู้ พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับนำหลัก 3ส. ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลทีมงาน สร้าง Psychological Safety และยกระดับสมรรถภาพทางใจของบุคลากรภายในหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม

หลักสูตร 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ "สมรรถภาพทางใจ"<br />
หลักสูตร ฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ "สมรรถภาพทางใจ"
Stepplus training เนื้อหา หลักสูตร ฝึกอบรม

    Module 1 : Mental Health Awareness & Self-Care

    พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ”

    เข้าใจสุขภาพจิตในมุมมองใหม่ ไม่ใช่เรื่องของ “ความอ่อนแอ” แต่เป็น “สมรรถภาพทางใจ” ที่พัฒนาได้

    • ความสำคัญของ Mental Health ต่อความสำเร็จของทีมและองค์กร

    • Mental Health กับ Work Engagement ความผูกพันต่อองค์กร

    • บทบาทของหัวหน้างานและผู้บริหารในการดูแลใจตนเองและทีมงาน

    • Self-Efficacy : ความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง

    • การสร้างพลังใจและความมั่นใจในการเป็นผู้นำ

    • เทคนิคการบริหารความเครียด (Stress Management)

    เทคนิค Coping Strategy, Mindfulness และ Resilience

    Module 2 : Workplace Factors & Burnout

    เข้าใจปัจจัยในที่ทำงานที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต

    • Mental Health ส่งผลต่อ Productivity อย่างไร
    • ผลกระทบต่อ Engagement และ Turnover Rate
    • วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงภายในหน่วยงาน
    • ความแตกต่างระหว่าง- Pressure- Stress- Burnout- Quiet Quitting
    • ปัจจัยในองค์กรที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของพนักงาน
    •  ต้นทุนที่ซ่อนอยู่จากปัญหาสุขภาพจิตในองค์กร

    Module 3 : Building Psychological Safety Culture

    สร้างทีมที่ปลอดภัยทางใจ (Psychological Safety)

    • Psychological Safety คืออะไร และสำคัญอย่างไรต่อผลการทำงาน

    • บทบาทและขอบเขตของหัวหน้างานในการดูแลสุขภาพใจพนักงาน

    • สิ่งที่หัวหน้างานควรทำ และไม่ควรทำ

    • เทคนิคการสื่อสารเชิงบวก (Positive Communication)

    เทคนิคการฟังอย่างไม่ตัดสิน (Non-Judgmental Listening)

    เทคนิคการสร้างความไว้วางใจภายในทีม

    • การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นและการขอความช่วยเหลือ

    3ส. Leadership Frameworkสอดส่องมองหา (See the Signs)• ใส่ใจรับฟัง (Support through Listening)• ส่งต่อเชื่อมโยง (Share & Connect Resources)

              Module 4 : Detection & Conversation Workshop

              สังเกตเป็น พูดคุยเป็น ช่วยเหลือเป็น

              • สังเกตสัญญาณเตือนด้านสุขภาพจิตที่ส่งผลต่อการทำงาน- ผลงานลดลง (Low Performance)- ขาด ลา มาสายบ่อย- อารมณ์แปรปรวน- แยกตัวจากทีม- ขาดแรงจูงใจในการทำงาน
              • แนวทางการช่วยเหลือพนักงานเบื้องต้น
              • ขอบเขตการช่วยเหลือของหัวหน้างาน
              • แนวทางการส่งต่ออย่างเหมาะสมRole Play & Case Study
              • ฝึกการพูดคุยกับพนักงานที่มีสัญญาณความเสี่ยง• ฝึกการรับฟังอย่างไม่ตัดสิน
              • ฝึกการใช้คำถามเชิงบวกเพื่อสร้างความไว้วางใจ

              Module 5 : Wrap Up & Mind Fit Leadership Action Plan

              • ทบทวนบทเรียนสำคัญของหลักสูตร
              • สุขภาพจิตส่งผลต่อคน ทีม และองค์กรอย่างไร
              • สิ่งที่ผู้นำควรเริ่มทำทันทีหลังการอบรม
              • จัดทำ Mind Fit Leadership Action Plan
              • Commitment & Next Step
                    จัดอบรม สัมมนา StepPlus training -InHouse-Public-
                    จัดอบรม สัมมนา StepPlus training -InHouse-Public-
                    ช่องการการติดต่อ-StepPlus Training
                    ลงทะเบียนอบรม StepPlus Training
                    รวม-หลักสูตร-เทคนิคการขาย ที่ดีที่สุด
                    รวม-หลักสูตร ฝึกอบรม-เทคนิค การเจรจาต่อรอง ที่ดีที่สุด
                    รวม-หลักสูตร-การบริการ-และ การเขียนคู่มือบริการ
                    รวม-หลักสูตร-ฝึกอบรม ผู้จัดการ หัวหน้างานที่ดีที่สุด
                    รวม-หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอ ที่ดีที่สุด
                    รวม-หลักสูตร-Train-The-Trainer ที่ดีที่สุด

                    คำถาม พบบ่อย หลักสูตรฝึกอบรม หลักสูตรฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:

                    พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” (FAQ)

                    1ใหลักสูตร 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์เหมาะกับใครบ้าง?

                    เหมาะสำหรับหัวหน้างาน ผู้จัดการ ผู้บริหาร และบุคลากรที่ต้องดูแลทีมงานหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นในองค์กร

                    2.หลักสูตร 3ส. คืออะไร?

                    3ส. คือแนวทางการดูแลและสนับสนุนพนักงาน ประกอบด้วย

                    • สอดส่องมองหา สัญญาณความผิดปกติ
                    • ใส่ใจรับฟัง อย่างเข้าใจ
                    • ส่งต่อเชื่อมโยง ไปยังผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เหมาะสม

                    3. หลักสูตรนี้เน้นเรื่องสุขภาพจิตหรือไม่?

                    ใช่ แต่ไม่ได้มุ่งเน้นการรักษาโรคทางจิตเวช โดยเน้นการสร้าง “สมรรถภาพทางใจ” (Mental Fitness) เพื่อให้พนักงานสามารถรับมือกับความกดดันและการเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น

                    4. ผู้เข้าอบรมจะได้รับอะไรจากหลักสูตรนี้?

                    ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้วิธีสังเกต ดูแล รับฟัง และสนับสนุนพนักงานอย่างเหมาะสม รวมถึงสร้างบรรยากาศการทำงานที่ปลอดภัยและไว้วางใจกันมากขึ้น

                    5. จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านจิตวิทยาหรือไม่?

                    ไม่จำเป็น หลักสูตรถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารทีมและการทำงานประจำวันได้ทันที

                    6. หลักสูตรนี้ช่วยลดปัญหาอะไรในองค์กรได้บ้าง?

                    ช่วยลดปัญหาความเครียด ความขัดแย้ง การหมดไฟในการทำงาน (Burnout) การขาดแรงจูงใจ และการลาออกของพนักงาน

                    7. รูปแบบการอบรมเป็นอย่างไร?

                    เป็นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ผ่านกิจกรรม Workshop กรณีศึกษา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริงในที่ทำงาน

                    8. หลังอบรมแล้วสามารถนำไปใช้ได้อย่างไร?

                    ผู้เข้าอบรมสามารถนำหลัก 3ส. ไปใช้ในการดูแลทีมงาน สร้าง Psychological Safety เพิ่มความผูกพันของพนักงาน และยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของทีมได้ทันที

                    หลักสูตร ใหม่ แนะนำ

                    หลักสูตร-ผู้จัดการอัจฉริยะ-The-Super-Manager อย่างมืออาชีพ
                    หลักสูตร-วิศวกรฝ่ายขาย The Sales Engineer
                    หลักสูตร-กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง-แบบ-Win-Win เพื่อเพิ่มโอกาสในชัยชนะ
                    หลักสูตร-เทคนิคการเจรจาต่อรองเพื่องานจัดซื้อ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีเลิศ
                    หลักสูตร-พลังแห่ง การโน้มน้าวใจ The Power of Persuasion
                    หลักสูตร-การขายชั้นสูง เพื่อความสำเร็จ Advance Modern Sales for Success
                    หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอด้วย การเล่าเรื่อง-Storytelling for Success
                    หลักสูตร-พฤติกรรมการให้บริการที่ดีเลิศ Excellent Service Behavior ESB
                    หลักสูตร-สุดยอดการเป็นวิทยากร มืออาชีพ Train-The-Trainer
                    หลักสูตร-เทคนิคการเจรจาต่อรองเพื่องานจัดซื้อ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีเลิศ
                    หลักสูตร-เทคนิคการเจรจาต่อรองเพื่องานจัดซื้อ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีเลิศ
                    หลักสูตร การคิดเชิงวิเคราะห์ Analytical Thinking โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
                    หลักสูตร-พฤติกรรมการให้บริการที่ดีเลิศ Excellent Service Behavior ESB
                    หลักสูตร-การคิดเชิงตรรกะ-Logical-Thinking เพื่อ ความสำเร็จ ที่เป็นเลิศ
                    หลักสูตร-การคิดเชิงตรรกะ-Logical-Thinking เพื่อ ความสำเร็จ ที่เป็นเลิศ
                    หลักสูตร-การคิดนอกกรอบ-Think-out-of-The-box เพื่อความคิดสร้างสรรค์
                    หลักสูตร-การสื่อสาร-ภายในองค์กร-อย่างมืออาชีพ เพื่อ ผลสำเร็จ
                    หลักสูตร-การสื่อสาร-ภายในองค์กร-อย่างมืออาชีพ เพื่อ ผลสำเร็จ

                    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่…

                    บริษัท ที่ปรึกษาและพัฒนาธุรกิจ จำกัด

                    : StepPlus Training

                    : โทร 083 276 8877, 02 349 1788

                    : E-mail: training@stepplus.org 

                    : Line: @StepPlusTraining

                    Address

                    1991/157 ถ.อ่อนนุช แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง จังหวัด กรุงเทพมหานคร 10250

                    ลงทะเบียน StepPlus Training

                    Loading

                    UA-75256908-1