5 ขั้นตอน ฝึกการคิดบวก ทำอย่างไร?
5 Steps of The Positive Thinking for High Performance
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
จริงหรือไม่ที่หลายคนมักกล่าวว่า “คิดบวกได้ ทำอะไรก็สำเร็จ”
สังคมการทำงานต่างต้องการบรรลุเป้าหมาย ต่างต้องการความสำเร็จ ซึ่งพลังในการผลักดันให้ประสบความสำเร็จได้ คือ พลังของการคิดบวก วิธีการและขั้นตอนการฝึกคิดบวกให้ตนเอง ให้มาก ๆ ซึ่งข้อดีของการคิดบวก Positive Thinking คือ จะส่งผลถึงสุขภาพจิต ทำให้ไม่เครียด เมื่อไม่เครียด ทำงานก็สนุก สุขภาพก็จะดีขึ้น ไม่ป่วยง่าย เพื่อน ๆ หรือคนรอบข้างก็จะรู้สึกสนุกไปด้วย บรรยากาศในการทำงานก็ดี ทุกคนอยากทำงานอย่างตั้งใจ ทำให้คนหลายคน ไปเข้าอบรม หลักสูตร ฝึกอบรม การคิดเชิงบวก เพื่อความสำเร็จ เพราะคิดว่าการฝึกการคิดบวก เป็นเรื่องยาก แต่ความจริง ลองค้นหาวิธีการคิดบวก อาจไม่อยากอย่างที่คิด
ประโยชน์การฝึกการคิดบวก
ประโยชน์การคิดบวก Positive Thinking จากการฝึกคิดบวก ที่เห็นได้ชัด เมื่อทำงานแล้วมีปัญหา หรือพนักงานบางคนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด คนที่ฝึกหัดการคิดบวกได้ ทำอะไรก็สำเร็จ เพราะคนคิดบวกจะนิ่งและพร้อมที่จะรับมือสถานการณ์ตึงเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคนที่คิดลบ หรือถ้าจะมีความวิตกกังวล
ความกังวลที่เกิดขึ้นก็จะมีน้อยลง คนที่ได้วิธีการฝึกการคิดบวกให้ตนเอง จะไม่จมอยู่กับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หรือไม่ตำหนิตนเอง พร้อมให้อภัยกับความผิดพลาดและเริ่มต้นใหม่ทันที
ในทางกลับกัน นักคิดในแง่ร้ายมักจะคิดว่าสถานการณ์อยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกเขา พวกเขามักจะเชื่อว่าไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้เพื่อเปลี่ยนแปลง
ในความเป็นจริงของการทำงานนั้น แต่สภาพการทำงานที่บ่อยครั้ง คนทำงาน จะรู้สึกเครียด เบื่อหน่ายกับชีวิต หรือเบื่อหน่ายต่อสิ่งที่อยู่รอบตัว ทำให้การทำงานก็เป็นเรื่องน่าเบื่อเช่นกัน ทั้ง ๆ ที่เป็นความจำเป็นที่ทุกคนต้องทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ระดับความเบื่อหน่ายกับชีวิตมีตั้งแต่ไม่อยากตื่นนอนไปทำงาน ไม่อยากคุยกับใคร ๆ ในที่ทำงาน ไม่อยากร่วมกิจกรรมที่บริษัทจัดให้ การปล่อยให้ชีวิตมีอาการเบื่อหน่ายนาน ๆ จะส่งผลเสีย เช่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นโรคซึมเศร้า นี่คือ ผลกระทบจากการคิดลบ
ในทางจิตวิทยาได้มีการศึกษาพบว่า ความเบื่อหน่ายเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความคิดที่เป็นลบในตนเองของคน ๆ นั้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราคิดลบ ทุกอย่างรอบตัวก็จะเป็นลบ น่าเบื่อ ไม่สนุก ไม่อยากเจอใคร เก็บตัว ร้องไห้ หรือบางคนอาจเป็นมากจนเข้าภาวะซึมเศร้าก็เป็นไปได้
ในสังคมการทำงานไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือโรงงานอุตสาหกรรม ถ้าปล่อยให้พนักงานเป็นเช่นนี้ จะทำให้องค์กรถดถอย เพราะพนักงานมัวแต่มีความคิดลบ การสื่อสารภายในองค์กรก็ไม่ดี การคิดลบจึงเป็นเหมือนศัตรูตัวฉกาจที่คอยบ่อนทำลายความ สำเร็จในชีวิตการทำงาน ทำให้พนักงานอยู่ในวังวนของความเศร้าหมอง ไม่ต้องการทำงานให้ประสบความ สำเร็จ
สำรวจตนเองเป็นคนคิดบวกหรือคิดลบ
ในความเป็นจริงนั้น พนักงานทุกคนเป็นคนคิดลบ จะมีการคิดลบที่มากหรือน้อยเท่านั้น ถ้าเป็นการคิดลบมากต้องขจัดให้คิดลบน้อยลง ถ้าคิดลบที่น้อยต้องขจัดให้หมดไป คราวนี้ทุกคนลองทดสอบว่าเป็นคนคิดลบมากหรือน้อย ด้วยวิธีการตั้งคำถามกับตนเองเช่นนี้
- ตั้งแต่ตื่นเช้ามาคุณคิดลบไปกี่ครั้ง? และ
- การคิดลบครั้งแรกเริ่มต้นตอนกี่โมง?
- ทุกครั้งที่คุณคิดลบ สามารถควบคุมการคิดลบได้หรือไม่
ถ้าคุณสามารถที่จะตอบได้ และตอบได้ชัดเจนว่าจำนวนเท่าไหร่ เท่ากับว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะคุณเริ่มต้นที่จะควบคุมตนเองจากการคิดลบ ให้เป็นการค้นหาวิธีการคิดบวกได้ โดยคุณเริ่มต้นมีสติที่จะควบคุมการคิดลบในตัวเองแล้ว แต่ไม่ได้หมายความคุณประสบความสำเร็จในการขจัดความคิดลบในตัวเอง
การคิดลบเกิดได้อย่างไร
คราวนี้มาทำความเข้าใจกับความคิดลบ ว่าความคิดลบเกิดจากอะไร ทำอย่างไรที่จะลดความคิดลบลง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาความสำเร็จในตนเอง
การคิดลบเกิดได้อย่างไร ซึ่งนักจิตวิทยาหลายคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นเรื่องที่ยากที่จะอธิบายที่ไปที่มาของต้นเหตุการคิดลบได้อย่างชัดเจน เพราะ ในสถานการณ์ปกติของคนทั่วไป ที่ไม่มีเรื่องอะไรมากระทบ เช่น อยู่ในครอบครัวที่ดี อยู่ในตำแหน่งการงานที่ดี มีรายได้ที่ดี แต่ก็ไม่วายที่จะมีการคิดลบ เช่น หลายคนที่รู้สึกเบื่ออาหาร ไม่รู้จะทานอะไร ทั้ง ๆ ที่หลายคนไม่มีแม้แต่เศษอาหารให้รับประทาน ชีวิตเราดีกว่า แต่เราก็ยังรู้สึกเบื่อเท่ากับว่าคุณกำลังคิดลบ..ต้องรีบแก้ไข ฝึกหัดการคิดบวก ให้ตนเองประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต
เป็นเรื่องที่ยากที่คนทั่วไปจะพยายามที่จะขจัดการคิดลบออก ต้องเริ่มต้นจากการแก้ไขให้ตัวเองให้ตนเองมีวิธี การคิดบวกให้มาก ๆ และลดความคิดลบลงให้มาก ๆ เพราะทุกคนจำเป็นที่ต้องขจัดการคิดลบนี้ออกให้ได้เพื่อชีวิตที่มีความสุข วิธีการง่าย ๆ ในการขจัดความคิดที่เป็นลบคือความพยายามที่จะพัฒนาความคิดที่เป็นบวกเข้ามาแทนที่ความคิดลบ หรือพัฒนาความคิดบวกเพื่อมาสกัดความคิดที่เป็นลบในตนเองให้ลดน้อยลง
+ วิธีฝึกการคิดบวกได้ ทำอะไรก็สำเร็จ
วิธีการฝึกการคิดบวกให้ตนเอง ได้ง่าย ๆ เป็น ขั้นตอน การฝึกการคิดบวกได้ ด้วยการเริ่มต้นกระบวนการฝึกความคิดบวก ให้พัฒนาความคิดบวกไปควบคุมความคิดลบในตนเอง ให้การคิดลบน้อยลงหรือให้หมดสิ้นไป ถ้าทำเช่นนี้ได้ การคิดบวกจะเพิ่มขึ้นทันที
การเปลี่ยนทัศนคติและการฝึกหัดการคิดเชิงบวกของคน มีความแตกต่างกัน เพราะพฤติกรรมของคนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ขึ้นกับความเป็น ผู้นำในตนเอง ของแต่ละคน
เทคนิคการฝึกหัดคิดบวกที่เหมาะสม จะช่วยให้บางคนคิดเชิงบวกได้เป็นอย่างดี แต่อาจใช้ไม่ได้กับคนอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เทคนิคการพัฒนาความคิดบวกต่อไปนี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ทำให้ผู้คนจำนวนมากพัฒนากรอบความคิดของตนเอง ให้มี 5 ขั้นตอน ฝึกการคิดบวกได้ มากขึ้น:
1.ประเมินนิสัยความคิดตนเอง
วิเคราะห์นิสัยตนเองว่าเป็นคนเช่นไร เพราะการรู้เท่าทันความคิดตนเอง ก็จะควบคุมความคิดบวกในตนเองให้เพิ่มขึ้นได้ เช่นการทำให้ตนเองมองข้ามความคิดที่เป็นลบที่เกิดขึ้นในทันที หรือหากกำลังพบปะกับคนที่มีความคิดเชิงลบ ก็ต้องเข้าใจตนเองและค่อย ๆ เปลี่ยนความคิดให้เป็นบวก ทำตามขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ จนสามารถเปลี่ยนความคิดให้เป็นคนคิดบวกได้
2.สร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นบวก
การเริ่มต้นฝึกหัดวิธีการคิดบวกที่ดีเป็นการสร้างบรรยากาศที่เป็นบวก สร้างสิ่งแวดล้อมที่เกื้อต่อการคิดบวก ทำให้ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเราเป็นการคิดบวกเท่านั้น ความรู้สึกคิดบวกก็จะเกิดขึ้นทันที เปลี่ยนมุมในห้องทำงานบ้าง ทำให้ชีวิตมีสีสรรค์ไม่น่าเบื่อ หรือ ผลักดันตนเองเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นการคิดบวก เลือกที่จะเข้าไปในสังคมที่ดี สังคมที่คิดบวก เพื่อเข้าไปเรียนรู้ว่าคนที่รู้วิธีการคิดบวกแล้วประสบความสำเร็จเขาคิดเช่นไร
ลองคิดสนุกๆ ว่าคนที่เข้าไปวัด หรือ เข้าไปในสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจในแต่ละศาสนา คนที่เข้าไปในสถานที่นั่นเขาจะคุยเรื่องอะไรกัน..เชื่อแน่ว่าเขาต้องคุยแต่เรื่องดี ๆ เรื่องที่เป็นความคิดบวก เพราะจะให้ตนเองประสบแต่ความสุข ความก้าวหน้าในจิตใจ ดังนั้น จงผลักดันตนเองเข้าไปอยู่ในสังคมที่มีการฝึกการคิดบวก ทำอำร็จะสำเร็จได้ง่ายขึ้น
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่เป็นอาชญากรรม หรือ พวกคนคิดลบ พวกนี้ก็ต้องคุยแต่ในเรื่องแนวทางของมิฉาชีพ หาเรื่องทะเลาะกันบ้าง ใครที่เข้าไปอยู่ในสังคมที่คิดลบ ก็จะเป็นคนที่คิดลบเช่นกัน ตามทำกล่าวที่เป็นจริงเสมอคือ คบคนพาล พาพาลไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
จึงเป็นเรื่องสำคัญของบริษัททุกบริษัทต้องให้พนักงานทุกคน ให้รู้วิธีการฝึกความคิดบวก ให้พนักงานทุกคน โดยการนำตนเองไปในกลุ่มคนที่คิดแต่สิ่งดี ๆ หรือคิดบวก เป็นจุดเริ่มต้นการฝึกการคิดบวก เช่นกัน สุดท้ายคนที่ไม่ยอมรับการคิดบวก ก็จะอยู่ไม่ได้และยอมแพ้ไปในที่สุด
3.ดูแลสุขภาพตัวเองให้พร้อมสร้างการคิดบวก
สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการมีสุขภาพที่ดีจะทำให้มีความพร้อมในการพัฒนาความคิดบวกในตนเอง เช่นการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การออกกำลังกายที่เหมาะสม จะช่วยให้ความคิดบวกเพิ่มมากขึ้น การทำงานได้ดีขึ้นในที่ทำงาน หรือแม้แต่การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จะทำให้สุขภาพกายดีขึ้น สิ่งที่ตามมาคือสุขภาพความคิดก็จะดีตามไปด้วย
4.การสร้างสมดุลย์ของชีวิต Work Life Balance
ความเครียดคือบ่อนทำลายความคิดบวกในตนเอง สาเหตุของความเครียดคือ การใช้ชีวิตที่ไม่มีความสมดุลที่ดีพอ ใช้เวลาในเรื่องบางเรื่องที่ไม่เหมาะสม การสร้างสมดุงของชีวิตจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ เทคนิควิธีการคิดบวกได้ ทำอะไรก็สำเร็จ เชนการใช้เวลาสำหรับกิจกรรมเชิงบวกที่ปลดปล่อยความเครียด และปรับปรุงอารมณ์ ให้สมดุลตลอดเวลา เช่น การนั่งสมาธิ การเล่นโยคะ การใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อน ๆ การให้เวลากับครอบครัว การทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชอบ อะไรก็ตามที่ทำให้คุณรู้สึกดี มีทัศนคติเป็นบวก
5.การเข้าอบรมหลักสูตร ฝึกอบรมการคิดบวก
การให้วิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการฝึกการคิดบวก เป็นตัวช่วยสำคัญ ในการฝึกการคิดบวก โดยเนื้อหาการฝึกอบรมการคิดบวกจะทำให้ทุกคนเข้าใจอารมณ์ตนเอง เข้าใจการสั่งจิตให้เพิ่มการคิดบวก และลดความคิดที่เป็นลบ และการฝึกหัดการคิดบวกเป็นขั้นเป็นตอน สุดท้ายก็จะกลายเป็นคนคิดบวก
พนักงานคือกำลังสำคัญในการพัฒนาความสำเร็จให้องค์กร และถ้าทุกคนพัฒนาหรือฝึกหัด 5 ขั้นตอน การฝึกการคิดบวกได้ จะทำให้ทุกคนมีความคิดบวกได้ ก็จะมีกำลังใจในการทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะแก้ปัญหา พร้อมที่จะทำงานอย่างทุ่มเท เพราะการคิดบวกได้จะทำให้พนักงานมีกำลังใจที่ดีเต็มที่ ดังนั้น ขอเพียงแค่คุณ คิดบวกได้ ทำอะไรก็สำเร็จ ไม่เชื่อ ลองไปทำดูนะ..
หนังสือแนะนำ
บทความน่าอ่านเพิ่มเติม
Miller Heiman
Miller Heiman Miller Heiman: Strategic Selling® Program กลยุทธ์การขายแบบองค์รวมเพื่อชัยชนะในการขายที่ซับซ้อน (Complex Sales) การขายเชิงกลยุทธ์ ® ทำให้เห็นภาพการขายที่ชัดเจนในทุกโอกาสของการขายด้วยเครื่องมือของโปรแกรมเพื่อใช้ในการวางแผน ที่เรียกว่า บลูชีท (Blue...
กลยุทธ์สุดท้ายของการเจรจาต่อรองแบบ Negotiation Strategy for Win-Win
กลยุทธ์สุดท้ายของการเจรจาต่อรองแบบ Negotiation Strategy for Win-Win โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย ผู้อำนวยการหลักสูตรNegotiation Strategy for Win-Win: StepPlus ความจริงเกี่ยวกับการเจรจาต่อรองที่ว่า..คนส่วนใหญ่ “ยอมแพ้” ทั้งที่ “ยังไม่เริ่มต้น” แล้วคุณล่ะ?...
Public Training
Hello world!
Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!
![]()



































