1 คำถาม ที่ผมไม่เคยถามมาก่อน แต่เปลี่ยนพนักงานธรรมดาให้กลายเป็นผู้นำ
โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
“ผมเคยคิดว่าผมรู้จักลูกน้องดี… จนกระทั่งผมถามคำถามนี้”
ในวันแรกของการเปิดการทำงานหลังจากหยุดยาวในช่วงปีใหม่ ทำให้ผมได้มีโอกาสนั่งคุยกับลูกน้องที่เป็นพนักงานในทีมงานบริการ 2 คน คือ ไกรวิชญ์ และ พีรวัส ในห้องกาแฟของบริษัท
เป็นปกติเช้าวันแรกของการทำงาน ย่อมสดใสเสมอถึงแม้บางคนยังเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางก็ตาม แต่เมื่อมาถึงบริษัท งานยังไม่มาก บางคนก็นั่งดูเอกสารว่าจะเริ่มงานที่ไหนก่อน ทำอะไรดี ทำให้ผมมีโอกาสคุยกับพนักงาน ทั้ง 2 คนแบบสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ
การสนทนาในช่วงแรกจึงเป็นในรูปแบบพูดคุยทั่วไปมากกว่า และผมเชื่อว่าผู้จัดการหรือผู้นำส่วนใหญ่ มักจะติดนิสัยถามคำถามเชิงผลลัพธ์ (Output) เช่น “งานเป็นอย่างไรบ้าง?” “ราบรื่นดีไหม?” ปีที่แล้วบรรลุเป้าหมายหรือไม่? หรือ “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
ซึ่งการถามเช่นนี้ ผมเองก็เป็นเช่นกัน ในช่วงแรกที่ยังไม่ได้คิดอะไรมาก ก็จะถามแบบนั้น อาจจะมีแทรกเรื่องส่วนตัวเล็กน้อย เช่นปีใหม่ไปเที่ยวที่ไหน สนุกไหม อากาศเป็นอย่างไร
แต่แล้วสัญชาตญาณบางอย่าง ทำให้ผมคิดว่าน่าจะทำให้เช้าวันทำงานวันแรกเป็นวันที่ได้ประโยชน์จากการเรียนรู้การเป็นผู้จัดการ ผมจึงเลือกที่จะถาม “คำถามที่ผมไม่เคยถามพวกเขามาก่อน“
คำถามที่เปลี่ยนการสนทนาจากการรายงานผลให้กลายเป็นการ “ถอดรหัสภาวะผู้นำในตัวพนักงาน” ทำให้ผู้จัดการได้ทราบแนวคิด ความเป็นตัวตนของพนักงาน และความพร้อมของพวกเขาที่จะเลื่อนตำแหน่งขึ้นในอนาคต
1.เปลี่ยน “การเล่าเรื่อง” สู่ “การสร้างอิทธิพล”
ผมถามพวกเขาว่า: “คุณอยากให้คนอื่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หลังจากที่เขาได้ฟังเรื่องราวของคุณ?”
คำถามนี้สำคัญอย่างไร? ในโลกของการบริหาร ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้มองแค่ว่าตนเองทำอะไรสำเร็จ แต่เขามองว่า “การกระทำของเขาจะส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนอื่นขยับตัวตามได้อย่างไร”
- ไกรวิชญ์ ตอบด้วยความสดใหม่ของคนที่เพิ่งก้าวออกจาก Comfort Zone ครั้งแรก: “ผมอยากให้เขากล้าตอบตกลง (Say Yes) กล้าเสี่ยง และเลิกผลัดวันประกันพรุ่ง”
- ข้อคิดสำหรับผู้นำ: ในทีมของคุณมี “ไกรวิชญ์ ” อยู่กี่คน? คนที่เก่งแต่ยังไม่กล้า หน้าที่ของคุณคือการสร้างวัฒนธรรม ไม่กลัวที่จะล้มเหลว เพื่อให้เขากล้าตอบรับโอกาสใหม่ๆ โดยไม่ต้องรอให้มีความพร้อม 100%
- พีรวัส ผู้มีประสบการณ์มากกว่า นิ่งคิดก่อนตอบ: “ผมอยากให้พวกเขามี Self-Belief… เชื่อว่าตัวเองทำได้”
- ข้อคิดสำหรับผู้นำ: ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากการปลุกใจ แต่มันเกิดจากการที่ผู้นำมองเห็นศักยภาพในตัวลูกน้องก่อนที่เจ้าตัวจะเห็นเสียอีก เหมือนที่พีรวัสริเริ่มโครงการต่าง ๆ ขึ้นมาเองจากความว่างเปล่า
2.”ความหลงใหล” คือเข็มทิศที่แม่นยำที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในสนทนาคือ “จุดเริ่มต้น” ของพีรวัส เขาไม่ได้เริ่มจากการอยากเป็นพนักงานที่ยิ่งใหญ่ ตำแหน่งใหญ่โต แต่เขาจะภูมิใจที่มีคนมาชื่นชมผลงานการทำงานของเขา
พีรวัสเริ่มชีวิตการทำงานจากการเป็นลูกมือของช่างติดตั้งระบบปรีบอากาศมาก่อน เข้าใจความรู้สึกดี และเขาก็อยากเป็นช่างฝีมือที่มีคนชื่นชม จึงฝึกฝนจนเป็นช่างมือหนึ่งเรื่องระบบปรับอากาศ
พีรวัส จะใช้เวลาว่างของตนเอง กลับไปที่โรงเรียนเก่าสมัยที่เรียน ปวช-ปวส.เพราะต้องการสอนรุ่นน้อง เพราะเขาไม่ต้องการให้รุ่นน้องมาเหนื่อยเหมือนกับเขาตอนที่เข้ามาทำงานใหม่ ๆ
นี่คือบทเรียนล้ำค่าสำหรับผู้จัดการ: อย่ามองข้ามทักษะเฉพาะตัว ความเก่งเฉาะด้านของพนักงาน เพราะเมื่อทักษะที่เขาหลงใหลถูกนำไปใช้เพื่อ “เป้าหมายที่ใหญ่กว่าตัวเอง” พลังของมันจะมหาศาล ความรักในการทำงาน ได้นำพาให้ พีรวัส พัฒนาพนักงานรุ่นน้องอีกมากมาย
ในฐานะผู้นำ หน้าที่ของคุณคือการเชื่อมโยง ระหว่าง “งานที่เขารัก” กับ “คุณค่าขององค์กร” ให้ได้
3.บทสรุปเช้าแรกของวันทำงาน: 4 เสาหลักสู่การนำทีม
ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันในวันนั้น ผมสรุปบทเรียนที่ได้จากไกรวิชญ์ และพีรวัส เป็น 4 หลักการที่ผู้จัดการทุกคนนำไปใช้ได้ทันที:
- พร้อมที่จะตอบตกลง: จงเป็นผู้นำที่ตอบรับโอกาส และสร้างทีมที่ไม่กลัวการเริ่มต้น
- ปลูกฝังความเชื่อที่ถูกต้อง: หน้าที่ของผู้นำคือการทำให้ทีมเชื่อว่า “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้… เป็นไปได้”
- ค้นหาความชอบที่เขามี: ค้นหาให้เจอว่าลูกน้องของคุณ เก่งเรื่องอะไร แล้วส่งเสริมให้เขาใช้สิ่งนั้นสร้างประโยชน์
- สนับสนุนความหลงไหลที่เขามี: ความหลงใหลที่แท้จริงจะทำให้เราถามถึง “ต้องทำอะไรต่อไป” เสมอ ผู้นำที่หยุดอยู่กับที่คือผู้นำที่หมดไฟ ไปต่อไม่ได้
ข้อคิดท้ายสุดสำหรับคุณในฐานะผู้นำ:
วันนี้ “ความหลงใหล” ของคุณพาคุณไปไกลกว่าการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วหรือยัง?
และที่สำคัญที่สุด… “คุณอยากให้ทีมงานของคุณเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หลังจากที่ได้ร่วมงานกับคุณ?”
ถ้าคุณตอบคำถามนี้ได้ชัดเจน คุณไม่ได้เป็นแค่ผู้จัดการที่คอยสั่งงาน แต่คุณกำลังกลายเป็น “ผู้นำ” ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่คนรอบข้างอย่างแท้จริง
ศรัทธาและบารมี จะเกิดในตัวคุณอย่างท่วมท้น
“ผู้จัดการอัจฉริยะ|The Super Manager”
![]()





























