หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ เป็น หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาผู้นำให้สามารถ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีทิศทาง พร้อมบริหารข้อขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์ในทีม

หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ

– Workshop –

อบรม Change and Conflict Management for Leaders

หลักสูตร อบรม “บริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ

ความเป็นมาของหลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ

ในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว “การบริหารการเปลี่ยนแปลง” (Change Management) และ “การจัดการข้อขัดแย้ง” (Conflict Management) กลายเป็นทักษะสำคัญที่ผู้นำทุกระดับจำเป็นต้องมี ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ หัวหน้างาน หรือผู้นำทีม

หลายองค์กรลงทุนด้านกลยุทธ์ ระบบ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่กลับพบว่าโครงการเปลี่ยนแปลงไม่ประสบความสำเร็จ สาเหตุหลักไม่ได้มาจากเครื่องมือหรือแผนงานที่ผิดพลาด หากแต่มาจาก “คน” ที่ยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างทีมงาน

ดังคำกล่าวที่ว่า ทุกธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงความท้าทาย  “Make War or Die” ซึ่งมีความหมายว่า ถ้าไม่ต่อสู้ก็อาจทำให้ธุรกิจต้องปิดกิจการไป เพราะปัญหาหลักในการบริหารจัดการ ไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง

แต่ความเป็นจริง คือ การที่ผู้นำ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ปรับตัว ทำให้องค์กรล้าหลังและส่งผลถึงมีข้อขัดแย้งตามมา ซึ่งจากเหตุการณ์ต่าง ๆ  ที่ผ่านเข้ามากระทบ ทำให้ต้องการบริหารการเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้นำ แต่อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้นำกำลังเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ผู้นำ ตามไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทำให้การทำงานเป็นแบบมืด 8 ด้าน
  2. ความรู้ ความสามารถของผู้นำ เป็นความรู้ที่ล้าหลัง ไม่ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เข้ามา
  3. แรงกดดันที่เข้ามา ในหลายรูปแบบ ทำให้ผู้นำตามไม่ทัน และไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรง
  4. การทำงานภายใต้แรงกดดัน ทำให้ผู้นำ และ พนักงานในทีมมีข้อขัดแย้ง แบบแก้ไขได้ยากลำบาก
  5. ผู้นำ ไม่มีขั้นตอน หรือ โครงสร้างการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ขัดเจน ทำให้เกิดข้อขัดแย้งในการทำงานตามมา
  6. เมื่อผู้นำ ไม่ปรับตัว ผู้ตาม ก็มีความคิดคล้ายกัน เป็นปัญหาของอคติ ทำให้องค์กรล้าหลัง
  7. ทุกคนรอบกายรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงและการบริหารข้อขัดแย้ง แต่ผู้นำกลับมองไม่ออก ไม่เข้าใจ อยู่ในสถานการณ์ที่ล้าหลัง
  8. การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องจำเป็น แต่ผู้นำมักบอกว่า ไม่พร้อม ไม่ถึงเวลา ไม่มีเครื่องมือ สรุป ยังไม่ได้เปลี่ยน หรือ แก้ข้อขัดแย้ง ทำให้งานไปต่อไม่ได้
  9. และความท้าทายอื่น ๆ ที่หัวหน้างงานต้องเร่งแก้ไข

ที่มาของการพัฒนาหลักสูตรอบรม

ปัญหาที่พบในองค์กรส่วนใหญ่

จากการสำรวจและประสบการณ์ทำงานร่วมกับองค์กรหลากหลายอุตสาหกรรม พบประเด็นร่วมกัน เช่น

  • โครงการเปลี่ยนแปลงล้มเหลวเพราะขาดการสื่อสารที่ชัดเจน

  • พนักงานต่อต้านการเปลี่ยนแปลงแบบเงียบ (Silent Resistance)

  • ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายงานทำให้เกิดการทำงานแบบไซโล

  • ผู้นำหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าปัญหา

สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าองค์กรต้องการ “เครื่องมือ” และ “กรอบความคิด” ที่เป็นระบบในการบริหารสถานการณ์ดังกล่าว สำหรับผู้นำใช้ในการบริหารการเปลี่ยนแปลงและจัดการข้อขัดแย้

ความสำคัญของการบริหารการเปลี่ยนแปลงในองค์กรยุคใหม่

การเปลี่ยนแปลงคือความปกติใหม่ขององค์กร

องค์กรในปัจจุบันต้องเผชิญกับ Digital Transformation, การแข่งขันระดับโลก, การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร และการปรับตัวด้านวัฒนธรรมการทำงานอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่ “เหตุการณ์ครั้งคราว” แต่เป็น “กระบวนการถาวร”

ผู้นำที่ขาดทักษะด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลง อาจทำให้พนักงานเกิดความสับสน ต่อต้าน หรือหมดแรงจูงใจ ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลง และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ไม่บรรลุผล

บทบาทของผู้นำในการขับเคลื่อน Change

ผู้นำไม่ได้มีหน้าที่เพียงสั่งการ แต่ต้องเป็น

  • ผู้สร้างความเข้าใจ (Communicator)

  • ผู้สร้างความเชื่อมั่น (Trust Builder)

  • ผู้บริหารอารมณ์และแรงต้าน (Emotional Manager)

  • ผู้กำหนดทิศทางที่ชัดเจน (Strategic Direction Setter)

การจัดอบรมหลักสูตรนี้จึงมุ่งเน้นให้ผู้นำเข้าใจทั้ง “กระบวนการเปลี่ยนแปลง” และ “จิตวิทยาของมนุษย์” ควบคู่กัน

 

8 ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงที่ดี สำหรับผู้นำ ทำให้มีแนวทางในการพัฒนาพนักงานที่ชัดเจน

ในองค์กรชั้นนำต่างมุ่งเน้นที่จะเปลี่ยนแปลงการทำงานในองค์กร ผ่านการเปลี่ยนความคิดและเปลี่ยนทัศนคติของพนักงาน ให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับ เป้าหมายหรือความคาดหวังที่องค์การต้องการให้ก้าวทันต่อสภาพของการแข่งขันที่รุนแรง ในการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง จะมีองค์ประกอบที่มีความแตกต่างกันออกไปตามสภาพแวดล้อมและช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป ซึ่งผู้นำจำเป็นต้องเข้าใจต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงนี้

การเปลี่ยนแปลง อาจมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร หรือมีการเปลี่ยนแปลงภายนอก หรือบางครั้งต้องเปลี่ยนแปลงทั้งนอกและในไปในเวลาเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ผู้นำจะทำให้พนักงานทุกคนมีการตื่นตัว ปรับตัวทันต่อบริบทใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไป

ผู้นำ หรือ ผู้จัดการอัจฉริยะ ต้องเข้าใจกลไกในการทำงานต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป ไม่หยุดนิ่ง จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการที่จะสร้างแบบแผนในการเปลี่ยนแปลง ที่ชัดเจน และการจัดการกับข้อขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น

ซึ่งความขัดแย้งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ความเข้าใจที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงและจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ ที่ดีกว่า จะทำให้ได้รับผลลัพธ์ที่เร็วกว่าและประสบความสำเร็จ เพราะผู้นำจะเป็นกุญแจหลัก ที่ทำให้ทุกคนมีความเต็มใจ ให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลง โดยไม่มีข้อคิดต่าง หรือข้อขัดแย้ง

การเปลี่ยนแปลงที่ดี สำหรับผู้นำ เป็นการเปลี่ยนแปลงจากความเต็มใจของพนักงาน ไม่ใช่มาจากการถูกบีบบังคับหรือการได้รับแรงกดดัน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเพราะทุกคนเข้าใจถึงสภาวะการที่จำเป็นที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้พนักงานทุกคนพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร ปรับหน้าที่ความรับผิดชอบงาน ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อพนักงานในองค์กร

พนักงานบางคนเกิดความไม่แน่ใจ ไม่พอใจ ท้อแท้ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เกิดความขัดแย้ง และอื่น ๆ  สิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดผลเสียต่อองค์กรทั้งระยะสั้นและระยะยาว ถ้า ผู้นำ สามารถทำให้พนักงานทุกคน มีการตระหนักรู้เข้าใจและยินดีที่จะปฏิบัติก็จะทำให้ความขัดแย้งลดน้อยลงหรือไม่มี

 

ความท้าทายของข้อขัดแย้งในองค์กร

ข้อขัดแย้งไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป

ความขัดแย้งในองค์กรเกิดขึ้นได้จากความแตกต่างด้านความคิดเห็น เป้าหมาย ทรัพยากร หรือบุคลิกภาพ หากบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามกลายเป็นความตึงเครียดและการแบ่งฝ่าย

แต่ในอีกมุมหนึ่ง หาก บริหารความขัดแย้งอย่างเหมาะสม สามารถเป็นพลังสร้างสรรค์ ช่วยให้เกิดแนวคิดใหม่ นวัตกรรม และการตัดสินใจที่รอบคอบมากขึ้น

ผู้นำกับบทบาทการจัดการข้อขัดแย้ง

ผู้นำต้องสามารถ

  • วิเคราะห์ต้นตอของปัญหา เพื่อค้นหา เครื่องมือการจัดการข้อขัดแย้ง

  • แยกแยะระหว่าง “ประเด็นงาน” กับ “ประเด็นความรู้สึก”

  • ใช้ทักษะการสื่อสารเชิงบวก

  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

แนวคิดในการออกแบบหลักสูตร

หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ จึงถูกออกแบบให้ครอบคลุมทั้งทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสาร และการเจรจาต่อรองในสถานการณ์จริง หลักสูตรนี้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของแนวคิดด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลง การสื่อสารภาวะผู้นำ และจิตวิทยาการจัดการความขัดแย้ง โดยผสมผสานทั้งทฤษฎีและกรณีศึกษา เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในบริบทองค์กรของตนเอง

การจัดอบรมไม่ได้เน้นเพียงการบรรยาย แต่เน้นกิจกรรม Workshop การวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วม

หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายขององค์กรยุคใหม่ ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและความหลากหลายของบุคลากร

การเสริมสร้างทักษะด้าน Change Management และ Conflict Management ให้กับผู้นำ หรือ หัวหน้างาน ไม่เพียงช่วยลดปัญหาภายในองค์กร แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานของวัฒนธรรมการทำงานที่แข็งแรง มีความร่วมมือ และพร้อมเติบโตไปในอนาคต

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนา หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ  ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเข้าใจ มีรูปแบบ ทักษะในการบริหารการเปลี่ยนแปลงองค์กร สำหรับผู้นำ จะสามารถทำให้พนักงานทุกคนก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลง และสามารถในการบริหารความขัดแย้ง ล้วนเป็นคุณสมบัติที่พึงประสงค์และทักษะที่จำเป็นสำหรับทุกคนในองค์กร

เพื่อการบริหารเปลี่ยนแปลง สำหรับผู้นำ! ทำให้ก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ผลลัพธ์ของการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี เสริมสร้างความสามารถเชิงกลยุทธ์และเชิงพฤติกรรมให้ผู้นำสามารถขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน และสามารถเพิ่มผลสำเร็จในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ

1. เสริมสร้างกรอบ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อการเปลี่ยนแปลง

เข้าใจความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ที่มุ่งเน้นผลสำเร็จของการทำงานให้ดีเลิศ  ผู้เข้าอบรมจะเข้าใจขั้นตอนและโมเดลของการบริหารการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การวางแผน การสื่อสาร ไปจนถึงการติดตามผล

2. พัฒนาทักษะการสื่อสารและการโน้มน้าวใจ สร้างการทำงานร่วมของพนักงาน

การเปลี่ยนแปลงจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยการสื่อสารภายในองค์กร ที่สร้างความเข้าใจและแรงจูงใจ หลักสูตรจึงให้ความสำคัญกับเทคนิคการสื่อสารเชิงบวกและการจัดการอารมณ์ สามารถระบุองค์ประกอบและปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงต่อตนเอง ทีมงานและองค์กร

3. เพิ่มความสามารถในการจัดการข้อขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้แนวทางการแก้ไขข้อขัดแย้งแบบ Win-Win การเจรจาต่อรอง และการสร้างความร่วมมือระหว่างทีม  โดยทำให้เข้าใจปัจจัยที่ทำให้มีการขัดแย้งและแนวทางในการจัดการข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะบริหารความขัดแย้ง สำหรับผู้นำ

ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจากการจัดอบรม

ลดแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลง

เมื่อผู้นำเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์และสามารถสื่อสารได้อย่างเหมาะสม การต่อต้านจะลดลง และพนักงานจะมีส่วนร่วมมากขึ้น ด้วยการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กร เข้าใจกลไกที่ต้องใช้ใน การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการขจัดข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ

สร้างวัฒนธรรมการสื่อสารที่เปิดกว้าง

สามารถออกแบบเส้นทางการบริการการเปลี่ยนแปลงและการขจัดข้อขัดแย้งภายในองค์กร สามารถสื่อสาร แบบ 360 องศา ในเรื่องการบริหารการเปลี่ยนแปลงและการขจัดข้อขัดแย้ง เป็นองค์กรที่บริหารความขัดแย้งได้ดี จะมีบรรยากาศการทำงานที่โปร่งใส กล้าแสดงความคิดเห็น และร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

เพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืน

การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้งที่มีระบบ จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวได้รวดเร็ว และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวบริหารความขัดแย้งตามแนวทางที่เป็นมาตรฐานเพื่อความสำเร็จในองค์กร สามารถนำไปประยุต์ต่อการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลให้องค์กร

วิทยากรเคยจัดรายการโทรทัศน์ รายการ “เส้นทางนักขาย” ทางเนชั่น

สแกน QR Code เพื่อชม ประวัติ ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

วิทยากรเรียนจบด้านการขาย จาก University of San Francisco และการเจรจาต่อรอง จาก Notre Dame University

ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย ถ่ายรูปคู่กับ Jack Canfield ในขณะเข้าอบรม  หลักสูตร การพัฒนา The Law of Success หรือ กฏแห่งความสำเร็จในการขาย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย ถ่ายรูปคู่กับ Brain Tracy ในขณะเข้าอบรม The psychology of Sales หลักสูตร  จิตวิทยาการขาย
W. Chan Kim Blue Ocean Strategies และดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย-
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย Robert B Tucker
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย-John-C-Maxwell Leadership
Miller Heiman ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย Robert B Tucker
Train The Trainer Certificate ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
หลักสูตร Positive-Thinking โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
หลักสูตร-การเจรจาต่อรอง-สำหรับวิศวกรฝ่ายขาย โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

กลุ่มเป้าหมายของการอบรม

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • ผู้บริหารระดับสูง

  • ผู้จัดการและหัวหน้างาน

  • ผู้นำโครงการ

  • HR และผู้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์

โดยเฉพาะองค์กรที่กำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง ปรับกลยุทธ์ หรือเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน

ทุกคนในองค์กรที่ต้องการตั้งเป้าหมายของความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารองค์กร (Management) ผู้จัดการ (Manager) หัวหน้างาน (Supervisor) ผู้นำทีม (Team Leader) พนักงานทุกระดับและผู้สนใจเรื่องการพัฒนาความสำเร็จให้ตนเอง และผู้สนใจทั่วไป

หลักสูตรเทคนิคการเจรจาต่อรอง
Stepplus training เนื้อหา หลักสูตร ฝึกอบรม

แนวคิดการออกแบบเนื้อหา 1 วันนี้ จะเน้น “คิดเป็นระบบ + สื่อสารเป็น + จัดการสถานการณ์จริงได้” เพื่อให้ผู้นำสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในองค์กร

โมดูล 1: บทบาทผู้นำกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

  • แนวโน้มองค์กรยุคใหม่ กับผลกระทบต่อผู้นำ

  • ทำไมโครงการเปลี่ยนแปลงจึงล้มเหลว (People vs Process)

  • Mindset ของผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง: จาก “สั่งการ” สู่ “สร้างความร่วมมือ”

  • บทบาท 4 มิติของผู้นำในช่วง Change

    • Direction (กำหนดทิศทาง)

    • Communication (สื่อสารความเข้าใจ)

    • Engagement (สร้างการมีส่วนร่วม)

    • Reinforcement (ตอกย้ำพฤติกรรมใหม่)

โมดูล 2: กระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ (Change Management Framework)

  • วงจรของการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

  • การวิเคราะห์ Stakeholder และระดับแรงต้าน

  • Change Curve: เข้าใจอารมณ์ของพนักงานในแต่ละช่วง

  • การวางแผน Change Roadmap

    • เป้าหมาย (Why)

    • ผลลัพธ์ที่ต้องการ (What)

    • พฤติกรรมใหม่ (How)

  • การสร้าง Quick Win ด้วย การเจรจาต่อรองแบบ Win-Win เพื่อสร้างแรงสนับสนุน

โมดูล 3: การสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

  • หลักจิตวิทยาการสื่อสารในช่วงเปลี่ยนแปลง

  • โครงสร้างข้อความที่ทำให้คน “เข้าใจ–ยอมรับ–ลงมือทำ”

  • การสื่อสารในภาวะต้านทาน (Handling Resistance Conversation)

  • เทคนิคการตั้งคำถามเชิงโค้ชเพื่อเปิดใจทีมงาน

  • การฟังเชิงลึก (Deep Listening) เพื่อลดแรงต้านเงียบ

โมดูล 4: ความเข้าใจเชิงลึกเรื่องข้อขัดแย้งในองค์กร

  • ประเภทของความขัดแย้ง

    • ความขัดแย้งด้านงาน

    • ความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์

    • ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์

  • สาเหตุรากของความขัดแย้ง (Structure / Communication / Personality)

  • สไตล์การจัดการข้อขัดแย้งของผู้นำ

    • Competing

    • Avoiding

    • Accommodating

    • Compromising

    • Collaborating

  • วิเคราะห์จุดแข็ง–ข้อจำกัดของแต่ละสไตล์

โมดูล 5: เครื่องมือการจัดการข้อขัดแย้งแบบสร้างสรรค์ (Constructive Conflict Management)

  • หลักการแยก “คน” ออกจาก “ปัญหา”

  • การสนทนาเชิงแก้ปัญหา (Problem-Solving Dialogue)

  • เทคนิค Win-Win Approach

  • การใช้กรอบ Interest vs Position ในการเจรจา

  • การสร้างข้อตกลงร่วม (Mutual Agreement Framework)

โมดูล 6: การบูรณาการ Change & Conflict เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง

  • ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงกับความขัดแย้ง

  • การป้องกันความขัดแย้งเชิงระบบก่อนเกิดปัญหา

  • การสร้าง Psychological Safety ในทีม

  • การพัฒนาวัฒนธรรม Feedback ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์

  • Action Plan ส่วนบุคคล: แผนการนำไปใช้จริงในองค์กร

จัดอบรม สัมมนา StepPlus training -InHouse-Public-
จัดอบรม สัมมนา StepPlus training -InHouse-Public-
ช่องการการติดต่อ-StepPlus Training
ลงทะเบียนอบรม StepPlus Training
รวม-หลักสูตร-เทคนิคการขาย ที่ดีที่สุด
รวม-หลักสูตร ฝึกอบรม-เทคนิค การเจรจาต่อรอง ที่ดีที่สุด
รวม-หลักสูตร-การบริการ-และ การเขียนคู่มือบริการ
รวม-หลักสูตร-ฝึกอบรม ผู้จัดการ หัวหน้างานที่ดีที่สุด
รวม-หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอ ที่ดีที่สุด
รวม-หลักสูตร-Train-The-Trainer ที่ดีที่สุด

คำถาม ที่พบบ่อย หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ (FAQ)

1.หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง?

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ หัวหน้างาน ผู้นำทีม และ HR ที่ต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร หรือกำลังเผชิญกับความขัดแย้งในทีม โดยเฉพาะองค์กรที่อยู่ในช่วงปรับโครงสร้าง ปรับระบบงาน หรือขยายธุรกิจ

2.หลักสูตร การบริหารการเปลี่ยนแปลงและการจัดการข้อขัดแย้ง สำหรับผู้นำ แตกต่างจากหลักสูตรภาวะผู้นำทั่วไปอย่างไร?

หลักสูตรนี้เน้น “สถานการณ์จริง” ที่ผู้นำต้องเผชิญ ได้แก่ การสื่อสารในช่วงเปลี่ยนแปลง การจัดการแรงต้าน และการแก้ไขข้อขัดแย้งแบบสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเชิงทฤษฎี แต่เน้นเครื่องมือและกรอบความคิดที่นำไปใช้ได้ทันที

3.องค์กรที่ไม่ได้อยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง ควรอบรมหลักสูตรนี้หรือไม่?

ควรอย่างยิ่ง เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่การปรับ KPI ระบบงาน เทคโนโลยี หรือโครงสร้างทีม ล้วนต้องอาศัยทักษะ Change Management และ Conflict Management เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

 

4.การอบรมจะช่วยลดความขัดแย้งในองค์กรได้จริงหรือไม่?

หลักสูตรนี้ไม่ได้ทำให้ความขัดแย้งหายไป แต่ช่วยให้ผู้นำ “บริหารความขัดแย้งอย่างมีระบบ” เปลี่ยนจากความขัดแย้งเชิงลบให้เป็นความขัดแย้งเชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์และนวัตกรรมในทีม

5.ผู้เข้าอบรมจะได้รับเครื่องมืออะไรกลับไปใช้จริง?

ผู้เข้าอบรมจะได้รับกรอบการวิเคราะห์ Stakeholder, Change Roadmap Template, แนวทางจัดการแรงต้าน, เครื่องมือวิเคราะห์สไตล์การจัดการข้อขัดแย้ง และเทคนิคการสนทนาแบบ Win-Win ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้ทันที

6.รูปแบบการเรียนเป็นอย่างไร? มี Workshop หรือไม่?

หลักสูตรออกแบบเป็น Interactive Learning ประกอบด้วยการบรรยายเชิงกลยุทธ์ กรณีศึกษา การวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง และ Role Play เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกตัดสินใจและทดลองใช้เครื่องมือจริง ไม่ใช่เพียงการฟังบรรยาย

7.ใช้เวลาอบรมกี่วัน และสามารถปรับให้เหมาะกับองค์กรได้หรือไม่?

สามารถจัดอบรมแบบ 1 วัน หรือ 2 วันเชิงลึกได้ และสามารถปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทองค์กร เช่น ความขัดแย้งระหว่างฝ่าย การเปลี่ยนแปลงระบบ IT หรือการปรับโครงสร้างทีม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

8.หลังจบหลักสูตร ผู้นำจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างไร?

ผู้นำจะมีความมั่นใจในการสื่อสารการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งอย่างเป็นกลาง ใช้การสนทนาเชิงสร้างสรรค์แทนการใช้อำนาจ และสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปิดกว้างและปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพทีมในระยะยาว

หลักสูตร ใหม่ แนะนำ

หลักสูตร-ผู้จัดการอัจฉริยะ-The-Super-Manager อย่างมืออาชีพ
หลักสูตร-วิศวกรฝ่ายขาย The Sales Engineer
หลักสูตร-พลังแห่ง การโน้มน้าวใจ The Power of Persuasion
หลักสูตร-กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง-แบบ-Win-Win เพื่อเพิ่มโอกาสในชัยชนะ
หลักสูตร-เทคนิคการเจรจาต่อรองเพื่องานจัดซื้อ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีเลิศ
หลักสูตร-การสื่อสาร-ภายในองค์กร-อย่างมืออาชีพ เพื่อ ผลสำเร็จ
หลักสูตร-พฤติกรรมการให้บริการที่ดีเลิศ Excellent Service Behavior ESB
หลักสูตร-พฤติกรรมการให้บริการที่ดีเลิศ Excellent Service Behavior ESB
บริษัทฝึกอบรม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่…

บริษัท ที่ปรึกษาและพัฒนาธุรกิจ จำกัด

: StepPlus Training

: โทร 083 276 8877, 02 349 1788

: E-mail: training@stepplus.org 

: Line: @StepPlusTraining

Address

1991/157 ถ.อ่อนนุช แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง จังหวัด กรุงเทพมหานคร 10250

ลงทะเบียน StepPlus Training

Loading

UA-75256908-1