หลักสูตร ฝึกอบรม Storytelling เพื่อการสื่อสารการขายที่มีประสิทธิภาพ เป็น หลักสูตรเพื่อพนักขายทุกคน จำเป็นต้องนำมาใช้ เพื่อการขาย ทำให้มีการนำเสนอด้วยการใช้ Storytelling มาช่วยให้การเชื่อมโยงปัญหาลูกค้า กับสินค้าที่ขาย ทำให้ลูกค้าเห็นประโยชน์ของสินค้าและตัดสินใจในการซื้อ 

หลักสูตร ฝึกอบรม Storytelling เพื่อการสื่อสารการขายที่มีประสิทธิภาพ

– Workshop –

“High Impact Storytelling for Sales Communication”

หลักสูตร ฝึกอบรม Storytelling เพื่อการสื่อสารการขายที่มีประสิทธิภาพ

หลักการและเหตุผล

ความท้าทายในการเล่าเรื่อง เพื่อการสื่อสารการขาย

เป็นเรื่องจริงที่ว่า ในปัจจุบัน Storytelling กลายเป็นดัชชีชี้วัดความสำเร็จในการทำธุรกิจ เพราะการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่ดี จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ เมื่อลูกค้ามีความเข้าใจ การตัดสินใจซื้อก็จะไม่ใช่เรื่องยาก แต่อย่างไรก็ตาม การเล่าเรื่องสำหรับการสื่อสารงานขาย ก็เป็นเรื่องใหญ่สำหรับพนักงานขาย จากการที่ผู้จัดการฝ่ายขายได้เผชิญอยู่ คือ การที่พนักงานของตนเองยังไม่สามารถเล่าเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โอกาสในการปิดการขาย ก็ลดน้อยลง การสื่อสารภายในองค์กร ก็ใช้ Storytelling เช่นกัน ปัญหาของการเล่าเรื่องของที่เกิดขึ้นมีมากมายมีดังต่อไปนี้

  1. ลูกค้าภายนอกไม่ตัดสินใจซื้อหรือไม่ต้องการช่วยเหลือ เพราะพนักงานสื่อสารการขายไม่ดีพอ
  2. พนักงานขายไม่สามารถอธิบายเหตุผลที่ลูกค้าสอบถาม เช่นเรื่องของราคา คุณสมบัติสินค้า
  3. การสื่อสารการขายของกนักงานขาย ทำด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง ทำให้ไม่มีลูกค้าอยากคุยด้วย
  4. ไม่สามารถโน้มน้าวใจลูกค้าได้ ทำให้ไม่เกิดการซื้อขาย หรือ ทำธุรกิจด้วยความยากลำบาก
  5. ความแตกต่างของวัย ทำให้ไม่เข้าใจภาษาในการสื่อสารซึ่งกันและกัน
  6. ได้แค่พูด แต่พูดไป ก็เท่านั้นเพราะ ไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ผู้อื่นคล้อยตามที่ตนเองอยากได้
  7. สื่อสารแบบวกวน ไม่เข้าประเด็น เพราะไม่มีหลักในการสื่อสารการขายที่ดีพอ
  8. คนอื่นไม่สนใจที่จะรับฟังสิ่งที่นำเสนอ มองข้ามเรื่องที่เรากำลังจะสื่อสารออกไป
  9. ความท้าทายอื่น ๆ สำหรับพนักงานขาย ที่องค์กรต่างต้องเร่งแก้ไข

จากสภาพปัญหาข้างต้น ผู้บริหารทีมขาย ตะเห็นว่าเป็นค้นเหตุทำให้พนักงานขายหลายคนหมดกำลังใจ เพราะ การปิดการขายไม่ได้ หรือ โดนตำหนิจากลูกค้าว่าสื่อสารการขายแล้วไม่เข้าใจ

กลไกการสื่อสารเพื่องานขายที่ดีจำเป็นต้องให้มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการขายของพนักงานขายแต่ละคนที่จะต้องนำไปใช้ เช่นพนักงานขายขายจำเป็นต้องใช้ทักษะการสื่อสารการขายในการนำเสนอ การ Pitching หรือเพื่อการปิดการขาย

พนักงานขายหลายคนมีความมุ่งมั่นในการทำงาน บางคนทำงานหนักมาก ขยันเข้าหาลูกค้า พนักงานขายจะทำงานหนักอย่างไร ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าขาดการเล่าเรื่องเพื่อการสื่อสารการขายที่ดี ทำให้ไม่สามารถปิดการขายได้ เป็น วิธีของการขายชั้นสูง วิธีหนึ่ง

เป็นเรื่องจริงอีกอย่างคือการที่พนักงานขายต้องเข้าใจ Storytelling เพราะในทุกขั้นตอนการขายต่างต้องใช้การ Stroytelling เพื่อการสื่อสารเพื่อการขายทั้งสิ้น

Storytelling เพื่อการสื่อสารการขาย ที่ทรงพลังไม่ใช่แค่ “การพูดได้ “การพูดให้ครบ” หรือ พูดให้พอดีกับเวลาเท่านั้นแต่เป็นการ “ Storytelling เพื่องานขาย ที่ตรงใจลูกค้า” ซึ่ง Storytelling เพื่อสื่อสารการขาย ต้องอาศัยทักษะหลายด้านประกอบกัน เช่น

  • การวางโครงเรื่อง Storytelling ให้น่าสนใจ
  • การเลือกข้อมูล เนื้อหา การเรียงลำดับ ให้เรื่องราว Storytelling มีคุณค่าหลักได้ชัด
  • มีขั้นตอนการเล่าเรื่อง สร้างพลังเมื่อเริ่มต้น ดำเนินเรื่อง และ จบการนำเสนอด้วยความประทับใจ
  • การใช้น้ำเสียง บุคลิก ท่าทาง และอารมณ์ให้เหมาะสม
  • การฝึกซ้อมและรับ Feedback ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

พนักงานขาย ที่ต้องสื่อสารการขายอยู่เป็นประจำ เข้าใจจิตวิทยาการเล่าเรื่อง และต้องสำรวจตนเองว่า ถ้ามีปัญหาในการปิดการขาย ต้องเร่งแก้ไข ปรับแนวทาง Storytelling ในการสื่อสารการขาย  เช่นมืออาชีพที่นำมาใช้ เพื่อทำให้การขายของตนเอง “ถูกใจผู้ฟัง” และ “โดนใจคณะกรรมการ” โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญที่ต้องนำเสนอด้วย Storytelling เพื่อพัฒนาแนวคิดหรือโครงการนวัตกรรมของตนเอง

Storytelling ในการสื่อสารการขาย ในรูปแบบเดิมที่เน้นเพียงข้อมูลหรือเทคนิคเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถสร้างความเข้าใจหรือความเชื่อมั่นได้ในเวลาอันจำกัด พนักงานขายจำเป็นต้องพัฒนา Storytelling ให้มีพลังและมีโครงสร้างที่ชัดเจน สามารถดึงดูดความสนใจตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง การดำเนินเรื่องด้วยสื่อสารการขายที่เห็นภาพ และจบอย่างมีพลังในโน้มน้าวใจลูกค้าให้ตัดสินใจซื้อ

เมื่อพนักงานขาย เข้าใจ เทคนิคการนำเสนอ ด้วย Storytelling เพื่อการปิดการขาย ได้เป็นอย่างดี ก็จะสามารถพัฒนาประสิทธิภาพการขายของตนเองได้ ทำให้เกิดความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นในทุกครั้งที่ปรากฏต่อหน้าลูกค้า การสื่อสารเพื่องานขาย ก็จะเพิ่มโอกาสในการปิดการขายให้พนักงานขายมากขึ้นนั่นเอง

เทคนิคการสื่อสารด้วย Storytelling เป็นการสร้างความได้เปรียบทางกลุยทธ์การขายในทุกมิติของงานขาย ทำให้พนักงานมีศิลปในการใช้วาทศิลป์เพื่อการโน้มน้าวใจ ผ่านวิธีการเล่าเรื่อง Storytelling ด้วยการวิเคราะห์จิตวิทยาลูกค้า จนสามารถเชื่อมโยงกับสินค้าให้มีความเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าทำให้การตัดสินใจซื้อของลูกค้าง่ายขึ้น เร็วขึ้นแบบทันทีทันใดหลังจากฟังพนักงานขายนำเสนอการขาย

ดังนั้น จึงถูกออกแบบขึ้น เพื่อพนักงานขาย โดยเชื่อมโยงกับ Pain Point ที่ลูกค้ามีอย่างหลักสูตร “Storytelling เพื่อการสื่อสารการขาย ที่มีประสิทธิภาพ ตรงจุด เพื่อพัฒนาให้พนักงานขายสามารถเล่าเรื่องได้อย่างมั่นใจ มีพลัง และโน้มน้าวใจลูกค้า ในช่วงเวลาอันจำกัด  

เนื้อหาหลักสูตร ถูกจึงไม่ได้เป็นเพียงทักษะเสริม แต่เป็น “เครื่องมือเล่าเรื่องที่สำคัญ” ที่จะช่วยเปลี่ยนไอเดียดี ๆ ให้กลายเป็นโอกาสในการเติบโต ในอาชีพของพนักงานขาย  ให้สามารถใช้การสื่อสารที่ผ่านการเล่าเรื่องที่เป็น Storytelling ได้เป็นอย่างดี

พนักขายทุกคนสามารถนำเทคนิค Storytelling นี้มาใช้ในการสื่อสารงานขาย เช่นการสื่อสารเพื่อการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่อง การเจรจาต่อรอง การโน้มน้าวใจ และเชื่อมโยงเพื่อการปิดการขาย การอบรมจะเน้นขั้นตอนการสื่อสารการขายด้วย Storytelling แบบเป็น ขั้นตอนการขาย ด้วยหลากหลายวิธี

ทำให้เพิ่มสัดส่วนของความสำเร็จในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อตัดสินใจซื้อ ผู้เข้าอบรมเข้าถึงความง่ายและความมั่นใจในการสื่อสาร ด้วย Storytelling ของตนเองในทุกครั้งที่ต้องติดต่อประสานงานกับผู้อื่น สร้างโอกาสในการขายได้อย่างต่อเนื่อง

วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการสำคัญของ Storytelling การสื่อสารเพื่องานขาย ที่สามารถนำไปใช้กับลูกค้า ได้อย่างชัดเจนและน่าสนใจ

2.เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการนำเสนอ เพื่องานขาย ผ่านการเล่าเรื่องอย่างเป็นระบบ มีจุดเด่น และมีพลังในการโน้มน้าวใจ ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ

3.เพื่อพัฒนาทักษะการวางโครงเรื่อง (Story Structure) ให้สามารถเล่าเรื่องจากปัญหา สู่แนวคิด ไปจนถึงผลลัพธ์ ที่ลูกค้าจะได้รับ

4.เพื่อฝึกฝนทักษะ Storytelling เพื่อการสื่อสารการขาย ที่มีประสิทธิภาพ การสื่อสารด้วยน้ำเสียง ภาษากาย และวิธีการนำเสนอที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของทีม

5.เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเล่าเรื่อง เพื่อการสื่อสารการขาย ด้วย จุดแข็ง จุดแตกต่าง จุดขาย และคุณค่าของสินค้า ให้สอดคล้องกับความต้องการลูกค้า

6.เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับใช้ทักษะ Storytelling เพื่อการสื่อสารการขายที่เด่นชัด โดดเด่น แตกต่างจากคู่แข่ง เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย

7.การสร้าง First Impression ที่ดี และจบด้วยข้อความที่โน้มน้าวใจที่ใช้ได้จริง

8.ฝึกฝนการใช้น้ำเสียง จังหวะ ภาษากาย และบุคลิกภาพเพื่อเพิ่มพลังในการเล่าเรื่องอย่างมืออาชีพ

ประโยชน์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ-ผู้เรียนจะสามารถ:

1.สามารถสื่อสารจุดเด่น จุดขาย และคุณค่าของโครงการได้อย่างชัดเจนและกระชับ
+ช่วยให้โครงการของทีมขายมีโอกาสโดดเด่นเหนือทีมอื่น ๆ และมีโอกาสได้รับการสนับสนุน

2.ได้รับ Feedback และการแนะนำจากวิทยากรเพื่อพัฒนาการเล่าเรื่องเฉพาะตัวของแต่ละคน
+ช่วยให้ผู้เรียนปรับปรุงจุดอ่อนของตนเอง และพัฒนาให้เหมาะกับสไตล์ของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ

3.เข้าใจหลักการ Storytelling ที่ใช้ในการการสื่อสารการขาย อย่างมีประสิทธิภาพ
+ ผู้เรียนสามารถเล่าเรื่องจากแนวคิดเชิงนวัตกรรม ที่ซับซ้อน ให้เข้าใจง่าย เห็นภาพ และจับใจคนฟัง

 4.สามารถวางโครงเรื่องให้น่าสนใจ สื่อสารครบทั้งปัญหา แนวคิด และผลลัพธ์
 + ทำให้คณะกรรมการเข้าใจ Flow ของโครงการ เห็นคุณค่าที่ทีมสร้างขึ้น และจดจำได้ง่าย

5.เสริมความมั่นใจเมื่อต้องพูดต่อหน้าคณะกรรมการหรือผู้ฟังระดับผู้บริหาร
+ ลดความประหม่า เพิ่มความกล้าพูด และสื่อสารอย่างมีอิทธิพล

6.มีเทรมเพลส ที่พนักงานขายสามารถนำใช้ เพื่อการสื่อสารงานขายได้ทันที

+ ขจัดทุกความสับวนของ Storytelling เพื่อทำให้สร้างเรื่องราวอย่างมืออาชีพ

7.สามารถนำทักษะที่ได้เรียนรู้ไปใช้ต่อยอดในการเสนอไอเดีย การประชุม หรือการสื่อสารในงานขายจริงในอนาคต
 +ไม่ใช่แค่ใช้ในครั้งนี้ แต่เป็น “ทักษะติดตัว” ที่ใช้ได้ในทุกเวทีของการทำงานขาย

8.สามารถนำไปใช้ในการทำงานจริง เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย

+ไม่ใช่เป็นการเรียนทฤษฎี แต่จะเน้นการฝึกปฏิบัติทำให้ทุกคนได้มีโอกาสฝึกการเล่าเรื่องเพื่อการสื่อสารการขายอย่างมีประสิทธิภาพ

วิทยากรเคยจัดรายการโทรทัศน์ รายการ “เส้นทางนักขาย” ทางเนชั่น

สแกน QR Code เพื่อชม ประวัติ ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

วิทยากรเรียนจบด้านการขาย จาก University of San Francisco และการเจรจาต่อรอง จาก Notre Dame University

ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย ถ่ายรูปคู่กับ Jack Canfield ในขณะเข้าอบรม  หลักสูตร การพัฒนา The Law of Success หรือ กฏแห่งความสำเร็จในการขาย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย ถ่ายรูปคู่กับ Brain Tracy ในขณะเข้าอบรม The psychology of Sales หลักสูตร  จิตวิทยาการขาย
W. Chan Kim Blue Ocean Strategies และดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย-
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย Robert B Tucker
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย-John-C-Maxwell Leadership
Miller Heiman ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย Robert B Tucker
Train The Trainer Certificate ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
หลักสูตร Positive-Thinking โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย
หลักสูตร-การเจรจาต่อรอง-สำหรับวิศวกรฝ่ายขาย โดย ดร.สุรชัย โฆษิตบวรชัย

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ

ทุกคนในองค์กรที่ต้องการตั้งเป้าหมายของความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม พนักงานขาย ผู้บริหารทีมขาย ผู้บริหารองค์กร (Management) ผู้จัดการ (Manager) หัวหน้างาน (Supervisor) ผู้นำทีม (Team Leader) พนักงานทุกระดับและผู้สนใจเรื่องการพัฒนาความสำเร็จให้ตนเอง และผู้สนใจทั่วไป

Stepplus training เนื้อหา หลักสูตร ฝึกอบรม

วันที่ 1: ความสำคัญและทักษะการบริการชั้นสูง โดยนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

  • ความสำคัญของทักษะการบริการชั้นสูง โดยการนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง กับความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ ในทศวรรษที่ 21
  • การปรับทัศนคติ สร้างกลไกการบริการชั้นสูง และการบริการอย่างเป็นเลิศที่สร้างความสำเร็จให้องค์กร
  • วิเคราะห์การบริการที่เป็นอุปสรรคเพื่อการยกระดับ สร้างมาตรฐานการบริการใหม่ให้องค์กร
  • วิเคราะห์เสียงเรียกร้องของลูกค้าในเรื่องการบริการที่มีต่อผู้ให้บริการ
  • 15 ข้อห้าม ในการบริการอย่างเป็นเลิศ ด้วยการนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
  • การเปรียบเทียบการบริการที่ไม่มีคุณภาพ แต่คนมักเข้าใจผิด แล้วนำไปใช้ ทำให้ลูกค้าไม่พอใจจากการบริการ
  • องค์ประกอบของความสำเร็จของการบริการชั้นสูง โดยการนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
  • ความสำคัญของการสร้างมาตรฐานการบริการโดยการบริการชั้นสูง
  • องค์ประกอบที่สำคัญของการสร้างมาตรฐานการบริการชั้นสูง อย่างเช่นองค์กรชั้นนำระดับโลก
  • การวิเคราะห์รูปแบบการและสร้างมาตรฐานการในปัจจุบัน เพื่อวางแผนการปรับปรุงการให้บริการในอนาคต
  • จัดทำ Workshop ชมวีดีโอ กรณีศึกษา ฝึกหัด บทบาทสมมุติ และนำเสนอ โดยได้รับข้อมูลย้อนกลับจากวิทยากร

    วันที่ 2: การเขียนคู่มือการบริการชั้นสูง โดยนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

    • ความสำคัญในการเขียนคู่มือการให้บริการชั้นสูง โดยการนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
    • องค์ประกอบหลักในการเขียนคู่มือการบริการชั้นสูง ให้เป็นแนวทางในการให้บริการลูกค้า
    • ความหมายและการเขียนสมรรถนะหลัก ตามมาตรฐานการให้บริการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา คู่มือการให้บริการ SOP
    • ขั้นตอนการเขียนคู่มือบริการชั้นสูง โดยการนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
    • การวิเคราะห์และการสร้างมาตรฐานการให้บริการพนักงานในองค์กร ตามแนวทางคู่ใอการให้บริการชั้นสูง เพื่อลดความสับสนในการให้บริการลูกค้า
    • พัฒนามาตรการและมาตรฐานคุณภาพบริการที่สอดคล้องกับการบริการชั้นสูง โดยนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
    • การกำหนดวิธีการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามมาตรฐานการบริการอย่างเป็นเลิศ โดยการนำลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
    • การวางแผนปรับปรุงขั้นตอนการให้บริการ เพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการชั้นสูง ตามขั้นตอนการให้บริการที่จำเป็นในอนาคต เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
    • การประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงกระบวนการให้การบริการอย่างเป็นเลิศ ในอนาคต
    • จัดทำ Workshop ชมวีดีโอ กรณีศึกษา ฝึกหัด บทบาทสมมุติ และนำเสนอ โดยได้รับข้อมูลย้อนกลับจากวิทยากร

     

    หลักสูตรอบรม Storytelling เพื่อการปิดการขาย
    Stepplus training เนื้อหา หลักสูตร ฝึกอบรม

      Module 1 : Mindset Storytelling นักขายมืออาชีพ

      ความแตกต่างระหว่าง “การขายด้วยข้อมูล” vs “การขายด้วยเรื่องราว”

      – ทำไมลูกค้าจำเรื่องราวได้ดีกว่าข้อมูล

      – บทบาท Storytelling ในการสร้างความเชื่อถือ

      Module 2 : จิตวิทยาลูกค้ากับการเล่าเรื่อง

      สมองคิดอย่างไรเมื่อตัดสินใจซื้อ

      – Emotional Trigger ในการฟังเรื่องราว

      – Pain, Desire และ Motivation ของลูกค้า

      Module 3 : โครงสร้าง Storytelling เพื่อการขาย

        โครงสร้างเรื่องเล่าที่ใช้ในการขาย (Problem → Insight → Solution → Result)

        การเชื่อมสินค้า/บริการเข้าไปในเรื่องอย่างแนบเนียน

        Module 4 : การออก แบบ Story ส่วนตัวของนักขาย

        การใช้ประสบการณ์จริง Case จริง

        – การเลือกเรื่องเล่าให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละประเภท

                  Module 5 : Storytelling ในแต่ละขั้นตอนการขาย

                  ใช้ Story ในการเปิดการขาย

                  – ใช้ Story ระหว่างนำเสนอ-

                  ใช้ Story ในการ Follow-up

                  Module 6 : Storytelling กับการตอบข้อโต้แย้ง

                  เปลี่ยนข้อโต้แย้งเป็นบทสนทนา

                  – การใช้ Case Story แทนการเถียงด้วยเหตุผล

                  Module 7 : Storytelling เพื่อการปิดการขาย

                  – The Call to Action: บอกผู้ฟังว่าต้องการอะไรต่อไป

                  สรุปเรื่องราวและทิ้งท้ายให้เกิด Impact

                  Module 8 : Storytelling เพื่อการปิดการขาย

                  การเตรียมตัวสำหรับช่วงถาม-ตอบ (Q&A)

                  – การเล่าเรื่องอนาคต (Future Story)

                   – การทำให้ลูกค้า “เห็นภาพผลลัพธ์หลังซื้อ”

                  – ฝึกออกแบบ Story จากสินค้าจริง

                  – Role Play สถานการณ์ขายจริง

                          จัดอบรม สัมมนา StepPlus training -InHouse-Public-
                          จัดอบรม สัมมนา StepPlus training -InHouse-Public-
                          ช่องการการติดต่อ-StepPlus Training
                          ลงทะเบียนอบรม StepPlus Training
                          รวม-หลักสูตร-เทคนิคการขาย ที่ดีที่สุด
                          รวม-หลักสูตร ฝึกอบรม-เทคนิค การเจรจาต่อรอง ที่ดีที่สุด
                          รวม-หลักสูตร-การบริการ-และ การเขียนคู่มือบริการ
                          รวม-หลักสูตร-ฝึกอบรม ผู้จัดการ หัวหน้างานที่ดีที่สุด
                          รวม-หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอ ที่ดีที่สุด
                          รวม-หลักสูตร-Train-The-Trainer ที่ดีที่สุด

                          คำถาม ที่พบบ่อย หลักสูตร ฝึกอบรม Storytelling เพื่อการสื่อสารการขายที่มีประสิทธิภาพ (FAQ)

                          1. หลักสูตร Storytelling เพื่อการสื่อสารการขาย คืออะไร

                          หลักสูตรนี้คือการพัฒนาทักษะการขายผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) เพื่อช่วยให้พนักงานขายสื่อสารได้อย่างเข้าใจง่าย น่าเชื่อถือ และโน้มน้าวใจลูกค้าโดยไม่เน้นการขายตรง แต่เน้นการสร้างความเข้าใจและความมั่นใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อด้วยตนเอง

                          2.ใครเหมาะกับการเรียนหลักสูตร Storytelling เพื่อการขาย

                          เหมาะสำหรับพนักงานขายทุกระดับ, Sales Engineer, Key Account, ผู้จัดการฝ่ายขาย และผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการสื่อสารการขาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขายสินค้าที่มีมูลค่าสูง หรือขายแบบ B2B ที่ต้องอาศัยความเชื่อถือเป็นหลัก

                          3. Storytelling ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร

                          Storytelling ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจปัญหา เห็นคุณค่า และเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับชีวิตจริงได้ง่ายขึ้น ทำให้ลูกค้าตัดสินใจจาก “ความเข้าใจและความรู้สึกเชื่อมั่น” มากกว่าการถูกกดดัน ส่งผลให้เพิ่มอัตราการปิดการขายและลดการต่อรองราคา

                           

                          4.หลักสูตรนี้แตกต่างจากหลักสูตรขายทั่วไปอย่างไร

                          หลักสูตรนี้ไม่เน้นเทคนิคการพูดเพื่อปิดการขายแบบเร่งรัด แต่เน้นการออกแบบเรื่องราวเชิงกลยุทธ์ ให้เหมาะกับแต่ละขั้นตอนการขาย ตั้งแต่การเปิดการขาย การนำเสนอ การตอบข้อโต้แย้ง ไปจนถึงการปิดการขายอย่างเป็นธรรมชาติ

                          5. ผู้ที่ไม่ถนัดการพูด จะเรียน Storytelling ได้หรือไม่

                          ได้อย่างแน่นอน หลักสูตรนี้ไม่ได้สอนให้พูดเก่ง แต่สอนให้ “คิดเป็นระบบ และเล่าเรื่องอย่างมีโครงสร้าง” ผู้เรียนจะสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจ แม้จะใช้คำพูดไม่มาก แต่ตรงประเด็นและน่าเชื่อถือ

                          6.เนื้อหาในหลักสูตรสามารถนำไปใช้กับการขายจริงได้หรือไม่

                          สามารถนำไปใช้ได้ทันที เพราะหลักสูตรมี Workshop และ Role Play จากสถานการณ์ขายจริง ผู้เรียนจะได้สร้าง Story จากสินค้าหรือบริการของตนเอง พร้อมนำไปประยุกต์ใช้กับลูกค้าจริงหลังจบการอบรม

                          7. หลักสูตร Storytelling นี้ช่วยลดการลดราคาได้หรือไม่

                          ช่วยได้อย่างมาก เพราะ Storytelling ทำให้ลูกค้าเข้าใจ “คุณค่า” มากกว่า “ราคา” เมื่อลูกค้าเห็นภาพผลลัพธ์และประโยชน์ที่แท้จริง ความจำเป็นในการลดราคาจะลดลง และการเจรจาจะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น

                          8.หลังเรียนหลักสูตร Storytelling เพื่อการขาย ผู้เรียนจะได้อะไรบ้าง

                          ผู้เรียนจะได้โครงสร้าง Storytelling สำหรับการขาย มี Story ส่วนตัวที่น่าเชื่อถือ ใช้สื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ เพิ่มความมั่นใจในการขาย และสามารถปิดการขายได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องฝืนหรือกดดันลูกค้า

                          หลักสูตร ใกล้เคียง แนะนำ

                          หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอด้วย การเล่าเรื่อง-Storytelling for Success
                          หลักสูตร-พลังแห่ง การโน้มน้าวใจ The Power of Persuasion
                          หลักสูตร-เทคนิคการนำเสนอ-อย่างมืออาชีพ Effective Presentation
                          หลักสูตร-การคิดเชิงตรรกะ-Logical-Thinking เพื่อ ความสำเร็จ ที่เป็นเลิศ
                          หลักสูตร-การคิดนอกกรอบ-Think-out-of-The-box เพื่อความคิดสร้างสรรค์
                          บริษัทฝึกอบรม

                          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่…

                          บริษัท ที่ปรึกษาและพัฒนาธุรกิจ จำกัด

                          : StepPlus Training

                          : โทร 083 276 8877, 02 349 1788

                          : E-mail: training@stepplus.org 

                          : Line: @StepPlusTraining

                          Address

                          1991/157 ถ.อ่อนนุช แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง จังหวัด กรุงเทพมหานคร 10250

                          ลงทะเบียน StepPlus Training

                          Loading

                          UA-75256908-1