หลักสูตร ฝึกอบรม กลยุทธ์การขายสมัยใหม่ เทคนิคเพิ่มยอดขาย เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน เป็น เครื่องมือสำหรับพนักงานขายหรือผู้จัดการฝ่ายขายเพื่อนำมาใช้ในการวางกลยุทธ์การขาย การวิเคราะห์ลูกค้า โดยมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มยอดขายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
หลักสูตร ฝึกอบรม กลยุทธ์การขายสมัยใหม่ เทคนิคเพิ่มยอดขาย เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน
– Workshop –
“Next Generation Sales Strategies”
ในสถานการณ์การขายที่อยู่ภายใต้แรงกดดัน ย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขาย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ สาเหตุสำคัญเกิดจากกำลังซื้อที่ถดถอย หรือพนักงานขาย รวมถึงผู้จัดการฝ่ายขาย อาจเกิดความตื่นตระหนก จนทำให้ไม่อยากขาย หรือไม่มีแรงกระตุ้นมากพอที่จะทำงานเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคทางเศรษฐกิจไปได้ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมของพนักงานขายที่สะท้อนถึงการขาดกำลังใจ และไม่มั่นใจในการขายของตนเอง เช่น
- มี Mindset ของพนักงานขายที่ยอมรับการเป็นผู้แพ้ง่ายเกินไป ยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น จนทำให้ขายไม่ได้
- พนักงานขายบางคนไม่เข้าใจ หรืออาจไม่มี Ownership Mindset ทำให้ขาดความกระตือรือร้นในการขาย และไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง ส่งผลให้หัวหน้าทีมขายต้องลงมาช่วยมากเกินไป ทำให้ทีมขายไม่พัฒนา และหัวหน้าทีมขายก็ไม่มีเวลาปรับปรุงกลยุทธ์การขายให้ทันสมัย
- ไม่เข้าใจแนวคิดเรื่องการ Upsell จากการติดตามลูกค้า เพื่อกระตุ้นการซื้อจากลูกค้า เนื่องจากทำงานเชิงรับมากกว่าเชิงรุก
- พนักงานขายบางคนต้องการทำงานเชิงรุก แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และไม่มีเครื่องมือที่ดีพอในการติดตามงานของตนเอง
- ขาดการสื่อสารภายในทีมในลักษณะของการช่วยเหลือและสนับสนุนกัน ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างโดดเดี่ยว
- ไม่เข้าใจแนวคิดการขายแบบ Complex Sales ทำให้ไม่รู้ว่าควรขายให้ใคร จึงจะสามารถสร้างรายได้ที่ดีและต่อเนื่อง
- ยังคงใช้รูปแบบการขายแบบเดิมกับลูกค้าเจเนอเรชันใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นลูกหรือรุ่นหลาน ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายและลูกค้ามีน้อยลง
- สินค้าดี แต่ไม่เข้าใจเรื่อง เทคนิคการนำเสนอ และ Storytelling ทำให้สินค้าคุณภาพบางประเภทไม่สามารถสร้างคุณค่าและปิดการขายได้ เพราะพนักงานขายไม่สามารถสร้าง Brand ผ่านการเล่าเรื่องได้
- ผู้จัดการฝ่ายขายใช้เวลาจำนวนมากในการติดตามงานแทนทีมขาย มากกว่าการบริหารงานเชิงกลยุทธ์
- และยังมีความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวัน จนทำให้พนักงานขายไม่สามารถปิดการขายได้ตามเป้าหมาย
จากสภาพการแข่งขันทางการขายในปัจจุบัน ทำให้พนักงานขายจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิด และพลิกกลยุทธ์การขายให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้แรงกดดันจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งขันที่มีความสามารถมากขึ้น ผู้เล่นรายใหม่ที่แม้ไม่เคยอยู่ในอุตสาหกรรมมาก่อนแต่กลับสามารถสร้างยอดขายได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มลูกค้าจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกที่มีพฤติกรรมการตัดสินใจแตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน
คำกล่าวที่ยังคงใช้ได้เสมอในโลกของการแข่งขันคือ “ใครอ่อนแอ ก็แพ้ไป”
ด้วยเหตุนี้ พนักงานขายจึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับทุกองค์กร ทำให้ทุกธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่รุนแรง กำลังซื้อของลูกค้าที่ลดลง ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น พฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไป รวมถึงแรงกดดันที่พนักงานขายต้องเผชิญในหลากหลายรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าปัจจัยภายนอก คือ Mindset ของพนักงานขายบางคนที่ยังไม่พร้อมต่อสู้กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ยังคงทำงานในรูปแบบเดิม หรือบางคนอาจทำงานด้วยความหมดหวัง เพราะเชื่อว่าโอกาสทางธุรกิจไม่เหลืออยู่แล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริง คู่แข่งยังคงขยายตลาด และยังมีผู้คนหน้าใหม่เข้ามาในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “โอกาส” ยังคงมีอยู่เสมอสำหรับผู้ที่พร้อมปรับตัว
การขายในสถานการณ์เช่นนี้ จึงจำเป็นต้อง “พลิกกลยุทธ์การขาย” ให้มีแม่บทการทำงานที่สามารถนำไปใช้ซ้ำ ปรับปรุง และต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เป็นแนวทางการขายชั้นสูง หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น
“การพลิกกลยุทธ์การขายสมัยใหม่ เพื่อสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน”
แนวทางการพัฒนากลยุทธ์ดังกล่าว จำเป็นต้องมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกของพนักงานขาย การปลูกจิตสำนึกความเป็นเจ้าของ (Ownership Mindset) มี 8 ขั้นตอนการเป็นนักขายมืออาชีพ และความพร้อมในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ารุ่นใหม่ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม ป้องกันการสูญเสียลูกค้า และสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะยังคงอยู่กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง
องค์ประกอบสำคัญในการพลิกสถานการณ์การขายมีอยู่หลายประการ เช่น การเปิดใจลูกค้า การใช้ Storytelling เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับ Brand การนำเสนอขาย การเจรจาต่อรอง รวมถึงการปิดการขายอย่างมืออาชีพ ตลอดจนการกำหนดกลยุทธ์ใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน
แนวทางดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในวิธีการสำคัญที่จะช่วยให้พนักงานขายสามารถนำเสนอสินค้าและบริการในมุมมองที่ลูกค้าอยากรับรู้ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างโอกาสในการขายให้ประสบความสำเร็จได้มากขึ้น แม้ว่ากลุ่มลูกค้าจะเปลี่ยนผ่านจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกก็ตาม ทั้งในรูปแบบการขายแบบ B2C และ B2B
หลักสูตร พลิกกลยุทธ์การขายสมัยใหม่ เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน Next Generation Sales Strategies ถูกออกแบบขึ้นเพื่อลดช่องว่างของเทคนิคการขายที่เกิดขึ้นแบบเดิม ๆ เหลักสูตร
“พลิกกลยุทธ์การขายสมัยใหม่ เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน” Next Generation Sales Strategies
ถูกออกแบบขึ้นเพื่อลดช่องว่างของเทคนิคการขายแบบเดิม ๆ พร้อมทั้งมุ่งเน้นการ Up-Skill, Re-Skill และ New Skill เช่นกลยุทธ์การเจรจาต่อรอง ให้กับพนักงานขาย เพื่อพัฒนาแนวคิดและวิธีการขายให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังที่กล่าวมาข้างต้น
หลักสูตรนี้มาพร้อมกับ Templates เครื่องมือการขายที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้พนักงานขาย วิศวกรฝ่ายขาย สามารถติดตามงานขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายขายสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการติดตาม วิเคราะห์ และ Coaching ทีมขายได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวคิดที่ว่า
“นักขายที่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย จำเป็นต้องมีกระบวนการขายที่ชัดเจน และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง”
แนวทางดังกล่าวถือเป็นการวางกลยุทธ์การขายอย่างเป็นระบบ เพื่อนำไปพัฒนาเทคนิคการขายให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่นการเจรจาต่อรองเพื่องานขาย ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
รูปแบบการเรียนรู้ของหลักสูตร จะเน้นการฝึกปฏิบัติจริง (Workshop-Based Learning) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ทดลองคิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้เทคนิคการขายกับสถานการณ์จริงของตนเอง พร้อมทั้งได้รับข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) จากวิทยากรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถนำแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
วิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและการเจรจาต่อรอง ผ่านการศึกษาด้านการขายและการเจรจาต่อรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา และมีประสบการณ์ด้านงานขายและการบริหารทีมขายในองค์กรระดับ Fortune 500 ของสหรัฐอเมริกา เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับผู้เข้าอบรมว่า ความรู้และเทคนิคที่ได้รับสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้จริง และช่วยสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
วัตถุประสงค์ของ หลักสูตร ฝึกอบรม กลยุทธ์การขายสมัยใหม่ เทคนิคเพิ่มยอดขาย เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน
- เพื่อให้พนักงานขายมี Mindset ที่พร้อมยืนหยัดต่อการแข่งขัน และสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งปรับแนวทางการขายให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไป
- เพื่อให้นักขายสามารถวางแผนการขาย ช่วยการปิดการขาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แรงกดดัน และสามารถปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
- เพื่อให้พนักงานขาย ผู้จัดการฝ่ายขาย และผู้เข้าอบรม สามารถวิเคราะห์กลยุทธ์การขาย และสร้าง Brand ผ่านกระบวนการ Storytelling ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถพลิกกลยุทธ์การขายสมัยใหม่ มาประยุกต์ใช้ในการฟันฝ่าอุปสรรคทางธุรกิจ พร้อมพัฒนาความคิดเชิงรุกแบบนักขายมืออาชีพ
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำ Templates และเครื่องมือการขายไปใช้ต่อยอดการขายได้จริง ผ่านการทำงานเชิงรุก และการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจในกระบวนการขายตามหลักจิตวิทยาและเหตุผล สามารถเชื่อมโยงการขายผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling) ได้อย่างน่าสนใจ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ซื้อ
- เพื่อพัฒนาความมั่นใจ และเสริมสร้างแนวคิดความเป็นเจ้าของ (Ownership Mindset) เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือกับการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้พนักงานขาย ผู้จัดการฝ่ายขาย และผู้เข้าอบรม สามารถนำองค์ความรู้และเทคนิคต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้กับงานขายในปัจจุบันได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประสิทธิผลสูงสุด
ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการเข้าอบรม
1.เข้าใจสถานการณ์การขายที่เปลี่ยนไป และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
+พนักงานขาย ผู้จัดการฝ่ายขาย และผู้เข้าอบรม จะสามารถวิเคราะห์ แยกแยะ และวางแผนการขายได้อย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
2.ใช้เ ครื่องมือและ Templates ในการออกแบบกลยุทธ์การขายเชิงลึก
+ผู้เข้าอบรมจะได้รับเครื่องมือและ Templates ที่สามารถนำไปใช้ในการออกแบบกลยุทธ์การขายเชิงลึก เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์การขายและพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
3.ค้นหาโอกาสทางการขายใหม่ให้สอดคล้องกับลูกค้ารุ่นใหม่
+สามารถประยุกต์ใช้ Storytelling เพื่อปิดการขายและเพื่อสร้าง Brand ให้มีความน่าเชื่อถือ สร้างการรับรู้ และต่อยอด โอกาสทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
4.วางแผนกลยุทธ์การขายสมัยใหม่ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับ Brand
+สามารถกำหนดแนวทางและเทคนิคการขายได้อย่างชัดเจน ผ่านการนำเสนอแบบ Storytelling การสื่อสารเพื่อการโน้มน้าวใจ และการปิดการขายที่มุ่งเน้นความพึงพอใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย
5.ทำงานขายอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอน
+เข้าใจเทคนิคสำคัญในแต่ละขั้นตอนของการขายภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ทำให้กระบวนการขายมีความเป็นระบบมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
6.รักษาฐานลูกค้าเดิม เพราะเป็นลูกค้าคนสำคัญ และลดการสูญเสียลูกค้า
+สามารถวางแผนการดูแลลูกค้าเดิมได้อย่างเป็นระบบ เพิ่มความสัมพันธ์ ความเชื่อมั่น และความภักดีของลูกค้า แม้อยู่ภายใต้การแข่งขันที่รุนแรง
7.เพิ่มทักษะการขายเชิงที่ปรึกษา (Consultative Selling)
+สามารถวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของลูกค้า พร้อมนำเสนอแนวทางแบบ Solution Sellingเพื่อสร้างคุณค่าและความแตกต่างจากคู่แข่งขัน
8.สร้างความมั่นใจในการขายภายใต้แรงกดดัน
+มี Mindset และเทคนิคในการบริหารแรงกดดัน ความกลัว และข้อโต้แย้งจากลูกค้า ทำให้สามารถตัดสินใจและบริหารเกมการขายได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
9.ขยายโอกาสการขายในกลุ่มลูกค้าใหม่
+สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ตลาดเพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ที่ยังมีศักยภาพ แม้อยู่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
10.นำไปประยุกต์ใช้กับงานขายจริงได้ทันที
+ผู้เข้าอบรมสามารถนำ Framework, Templates และเทคนิคต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้กับงานขายของตนเองได้ทันทีหลังจบการอบรม เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางยอดขายอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
หลักสูตรนี้เหมาะสมกับ
ทีมงานขายทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานขาย หัวหน้าทีมขาย ผู้จัดการฝ่ายขาย ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูงที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการกำหนดกลยุทธ์ยอดขาย การวางแผนงาน และการผลักดันผลลัพธ์ทางธุรกิจขององค์กร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องรับผิดชอบด้าน การวางกลยุทธ์การขาย การขยายฐานลูกค้า การรักษาลูกค้าเดิม การสร้างโอกาสทางการขายใหม่ และการบริหารทีมขายภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับ นักการตลาด นักขาย ที่ปรึกษาการขาย ทีมพัฒนาธุรกิจ (Business Development) และบุคลากรทุกระดับที่ต้องติดต่อประสานงานกับลูกค้าหรือบุคคลภายนอกองค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกการเติบโตของยอดขายอย่างยั่งยืน เพิ่มความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ตลอดจนสามารถติดตาม วัดผล และพัฒนาประสิทธิภาพของการขายได้อย่างเป็นรูปธรรม
รูปแบบการฝึกอบรม
ใช้หลักการอบรมในรูปแบบของการเป็น Coaching ให้สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ Adult Learning ตามหลักที่เรียกว่า Accelerated Learning ที่มีกระบวนการที่จะทำให้ผู้เรียนรู้นั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ที่อบรมนำไปพัฒนาได้จริงในงานของตนเอง ซึ่งสามารถแบ่งสัดส่วนของการเรียนรู้ได้และการปฏิบัติ (Workshop) ได้ ในอัตรา 50:50 กล่าวคือเป็นการบรรยายให้ความรู้ในเชิงทฤษฎีที่สำคัญและจำเป็นประมาณ 50% และ ฝึกภาคปฏิบัติ (Workshop) อีก 50% ซึ่งฝึกภาคปฏิบัติประกอบไปด้วย:
- Group Discussion
- Individual Assignment
- Individual/Group Presentation
- Role Play in Real Situation for Individual
- Case Study
Module 1 : The Next Generation of Sales Strategy
- แนวโน้มพฤติกรรมลูกค้า B2B, B2C และ Dealer ยุคใหม่
- การเปลี่ยนแปลงของลูกค้าในยุค Next Generation
- ความคาดหวังใหม่ของลูกค้าต่อแบรนด์และทีมขาย
- ความแตกต่างระหว่าง “Traditional Sales” กับ “Strategic Sales”
- แนวคิด Customer-Centric Selling
Module 2 : Strategic Customer Segmentation
- การแบ่งกลุ่มลูกค้า Grade A/B/C อย่างเป็นระบบ
- การวิเคราะห์กำลังซื้อ Potential และ Influence
- แนวทางการบริหารลูกค้าแต่ละกลุ่มให้เหมาะสม
- เทคนิคการยกระดับลูกค้ากลุ่ม C ไปสู่ B และ A
Module 3 : Advanced Follow-Up & Dealer Engagement Techniques
- ปัญหาของการ Follow-up แบบเดิม
- เทคนิคการติดตามงานให้เกิด “Next Step”
- วิธี Follow-up แบบสร้างคุณค่า ไม่ใช่การเร่งขาย
- เทคนิคกระตุ้น Dealer ให้เกิด Action
- การสร้าง Relationship & Dealer Loyalty ระยะยาว
Module 4 : Sales & Marketing Collaboration for Brand Growth
- สร้าง Storytelling เพื่อการสร้าง Brand ให้พนักงานขาย
- การสร้าง Brand Awareness ในตลาด B2B
- เทคนิคสร้าง Customer Engagement
- การใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อวางแผนร่วมกัน
- แนวทางสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้า Generation ใหม่
Module 5 : Proactive Sales Mindset & Ownership Culture
- Mindset ของทีมขายยุคใหม่
- ความแตกต่างระหว่าง Reactive vs Proactive Sales • การสร้าง Ownership ในการดูแลลูกค้า
- เทคนิคการบริหารตนเองและผลักดันงานเชิงรุก
- วิธีคิดแบบ Solution-Oriented
Module 6 : Strategic Communication & Escalation Skills
- ปัญหาการสื่อสารภายในทีมขาย
- เทคนิคการรายงานงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- วิธีสนับสนุนกันในการขายอย่างมืออาชีพ
- การสื่อสารระหว่าง Sales, Manager และ Dealer
Module 7 : Dealer Relationship & Loyalty Strategy
- ปัจจัยที่ทำให้ Dealer Loyal ต่อแบรนด์
- การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวแบบ Partnership
- เทคนิคบริหาร Dealer Experience
- การสร้าง Value Beyond Product
- แนวทางสร้าง Emotional Connection กับ Dealer
Module 8 : Action Plan for Next Generation Sales Success
- สรุปแนวคิดสำคัญจากหลักสูตร
- การสร้าง Action Plan รายบุคคล
- การกำหนดขั้นตอนการ Follow-up และ Engagement
- แนวทางนำไปใช้จริงหลังอบรม
• Commitment & Team Alignment Activity
คำถาม พบบ่อย หลักสูตรฝึกอบรม หลักสูตรฝึกอบรม 3ส. พลิกใจให้แกร่ง สร้างงานได้แกรนด์:
พลิกมุมมองสุขภาพจิต สู่ “สมรรถภาพทางใจ” (FAQ)
1. หลักสูตรนี้เหมาะกับใครบ้าง?
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับพนักงานขาย ผู้จัดการฝ่ายขาย Sales Engineer Key Account Manager ฝ่ายขาย B2B และ B2C รวมถึงองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะการขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าในยุคปัจจุบัน
2. หลักสูตรนี้ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร?
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้แนวคิดการขายเชิงกลยุทธ์ การวิเคราะห์ลูกค้า การค้นหาความต้องการที่แท้จริง การนำเสนอคุณค่า (Value Selling) การสร้าง Storytelling และการติดตามงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายและสร้างยอดขายอย่างยั่งยืน
3. เนื้อหาหลักสูตรแตกต่างจากการขายแบบเดิมอย่างไร?
หลักสูตรนี้เน้นการขายเชิงกลยุทธ์ (Strategic Selling) มากกว่าการเสนอขายเพียงอย่างเดียว โดยให้ผู้เรียนเข้าใจลูกค้า วิเคราะห์คู่แข่ง วางแผนการขาย และใช้เครื่องมือสมัยใหม่ในการบริหารโอกาสทางการขาย
4. ผู้เข้าอบรมจะได้รับเครื่องมือหรือ Template อะไรบ้าง?
ผู้เข้าอบรมจะได้รับเครื่องมือที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เช่น Sales Growth Compass™, Customer Persona Analysis, Customer Journey Mapping, Strategic Follow-up Plan และ Sales Action Plan
5. หลักสูตรนี้สามารถปรับให้เหมาะกับธุรกิจขององค์กรได้หรือไม่?
ได้ หลักสูตรสามารถปรับเนื้อหา กรณีศึกษา Workshop และตัวอย่างให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ สินค้า ลูกค้า และความท้าทายเฉพาะของแต่ละองค์กรได้
6. หลักสูตรนี้เหมาะกับการขาย B2B หรือ B2C?
สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้ง B2B และ B2C โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า มีการแข่งขันสูง และต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์ความต้องการลูกค้าในการสร้างยอดขาย
7. หลังจบหลักสูตร ผู้เข้าอบรมจะสามารถนำไปใช้ได้ทันทีหรือไม่?
ได้ เนื่องจากหลักสูตรเน้นการเรียนรู้ผ่าน Workshop กรณีศึกษา และการวางแผนจากสถานการณ์จริงของผู้เรียน ทำให้สามารถนำเครื่องมือและแนวคิดไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันทีหลังการอบรม
8. ผลลัพธ์ที่องค์กรจะได้รับจากการอบรมคืออะไร?
องค์กรจะมีทีมขายที่คิดอย่างเป็นระบบ เข้าใจลูกค้ามากขึ้น วางแผนการขายได้ชัดเจน ติดตามลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มโอกาสในการปิดการขาย และสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
![]()
































